ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อโรคร้ายไม่ได้มาแค่ครั้งเดียว: ทำความเข้าใจการป่วยซ้ำของโรคมือเท้าปาก

ทำไมลูกเพิ่งหายจากโรคมือเท้าปากได้ไม่นาน ถึงกลับมาป่วยซ้ำด้วยโรคเดิมได้อีกรอบ? นี่คือหนึ่งในคำถามยอดฮิตที่กุมารแพทย์มักจะได้รับฟังจากคุณพ่อคุณแม่ในห้องตรวจอยู่เสมอ หลายครอบครัวรู้สึกท้อแท้และตั้งคำถามว่าระบบภูมิคุ้มกันของลูกมีความผิดปกติหรือไม่ หรือยารักษาที่เคยได้รับไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

ในความเป็นจริงแล้ว การที่เด็กคนหนึ่งจะสามารถป่วยเป็นโรคมือเท้าปากซ้ำได้สองรอบ สามรอบ หรือมากกว่านั้น ไม่ใช่เรื่องผิดปกติทางร่างกาย แต่เป็นเพราะธรรมชาติของเชื้อไวรัสกลุ่มนี้ที่มีความหลากหลายสายพันธุ์อย่างมาก และกลไกการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายมนุษย์ที่มีข้อจำกัดเฉพาะเจาะจง

กลไกการสร้างภูมิคุ้มกันที่แสนเฉพาะเจาะจง: ทำไมการติดเชื้อครั้งแรกจึงไม่ช่วยป้องกันครั้งต่อไป

เมื่อร่างกายของเด็กได้รับเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคมือเท้าปาก ระบบภูมิคุ้มกันจะเริ่มทำงานโดยการสร้างแอนติบอดี (Antibody) หรือสารภูมิต้านทานขึ้นมาต่อสู้กับเชื้อโรคนั้นๆ อย่างไรก็ตาม ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นนี้เป็น ภูมิคุ้มกันเฉพาะสายพันธุ์ (Type-Specific Immunity) เท่านั้น

เปรียบเสมือนว่าร่างกายสร้างลูกกุญแจที่ไขได้เฉพาะแม่กุญแจดอกเดิม หากวันข้างหน้ามีเชื้อโรคมือเท้าปากตัวใหม่ที่เป็นคนละสายพันธุ์ย่อยเข้ามา แม้จะจัดอยู่ในตระกูลเดียวกัน แต่ระบบภูมิคุ้มกันก็จะไม่สามารถจดจำหรือทำลายเชื้อสายพันธุ์ใหม่นั้นได้ทันที ส่งผลให้เด็กแสดงอาการป่วยขึ้นมาอีกครั้ง

นอกจากนี้ ระดับภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นหลังจากหายป่วยอาจค่อยๆ ลดลงตามกาลเวลา ประกอบกับระบบภูมิคุ้มกันในวัยเด็กเล็ก (โดยเฉพาะเด็กที่อายุน้อยกว่า 5 ปี) ยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ จึงทำให้มีโอกาสติดเชื้อซ้ำได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่

เปิดโฉมหน้าไวรัสเอนเทอโร: ตัวการร้ายที่มีมากกว่าหนึ่งสายพันธุ์

กลุ่มเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคมือเท้าปากคือ เอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) ซึ่งประกอบด้วยสายพันธุ์ย่อยมากมายที่สลับสับเปลี่ยนกันระบาดในแต่ละปี โดยสายพันธุ์หลักที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน มีดังนี้

  • Coxsackievirus A16 (CV-A16): สายพันธุ์คลาสสิกที่พบได้บ่อยที่สุด มักก่อให้เกิดอาการที่ไม่รุนแรง มีไข้ต่ำ มีตุ่มน้ำใสขนาดเล็กตามมือ เท้า และแผลในปากเพียงเล็กน้อย
  • Enterovirus 71 (EV71): สายพันธุ์ที่แพทย์กังวลมากที่สุด เนื่องจากมีความรุนแรงสูง สามารถเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางและก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น สมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือน้ำท่วมปอด
  • Coxsackievirus A6 (CV-A6): สายพันธุ์ที่กำลังทวีความรุนแรงและพบบ่อยขึ้นเรื่อยๆ มักทำให้เกิดตุ่มน้ำขนาดใหญ่ ลุกลามไปตามผิวหนังส่วนอื่นๆ และมีลักษณะเด่นคืออาจทำให้เล็บมือเล็บเท้าหลุดตามมาหลังจากหายป่วยแล้วหลายสัปดาห์
  • Coxsackievirus A10 (CV-A10): มักทำให้เกิดแผลในปากจำนวนมากและเจ็บปวดรุนแรง มีไข้สูงเฉียบพลัน

เจาะลึกความแตกต่างของอาการโรคมือเท้าปาก ตามสายพันธุ์ที่ได้รับ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจสังเกตเห็นว่า การป่วยแต่ละครั้งของลูกมีอาการแสดงที่ไม่เหมือนกันเลย บางครั้งมีไข้ต่ำๆ และมีตุ่มขึ้นเพียงไม่กี่ตุ่ม แต่บางครั้งกลับมีไข้สูงลอยและตุ่มพุพองลามไปทั่วตัว ซึ่ง ความแตกต่างของอาการโรคมือเท้าปาก เหล่านี้ขึ้นอยู่กับชนิดของสายพันธุ์ไวรัสที่ร่างกายได้รับโดยตรง

หากลูกติดเชื้อสายพันธุ์ CV-A16 อาการมักจะเป็นไปตามตำรา คือมีตุ่มน้ำใสขนาดเล็กที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และแผลในกระพุ้งแก้ม ร่างกายจะฟื้นตัวได้เร็วภายใน 7-10 วัน แต่หากเป็นการติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่อย่าง CV-A6 จะพบความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ตุ่มน้ำจะมีขนาดใหญ่กว่าปกติ บางครั้งมีลักษณะคล้ายตุ่มหนองกระจายตัวเป็นวงกว้างไปจนถึงแขน ขา ข้อศอก และก้น อีกทั้งยังมีโอกาสเกิดภาวะเล็บลอกหลุด (Onychomadesis) ตามมาในภายหลัง ซึ่งมักสร้างความตกใจให้กับผู้ปกครองเป็นอย่างมาก

ในขณะที่การติดเชื้อ EV71 อาการภายนอกอย่างตุ่มน้ำอาจจะดูไม่รุนแรงนัก แต่เด็กมักจะมีไข้สูงลอย ซึมลง อาเจียนบ่อย และมีอาการสั่นสะท้าน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่ต้องได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์อย่างใกล้ชิดทันที

ทำไมการป้องกันยังคงเป็นสิ่งสำคัญ แม้ลูกจะเคยป่วยมาแล้ว

เนื่องจากไม่มีทางรู้ล่วงหน้าเลยว่า การติดเชื้อครั้งต่อไปจะเป็นสายพันธุ์ที่รุนแรงอย่าง EV71 หรือไม่ การละเลยการป้องกันจึงเป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรเกิดขึ้น คุณพ่อคุณแม่จึงจำเป็นต้องรักษามาตรฐานการป้องกันอย่างเข้มงวด ดังนี้

  • การรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน: ฝึกให้เด็กๆ ล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ เนื่องจากเจลแอลกอฮอล์ทั่วไปไม่สามารถฆ่าเชื้อกลุ่มเอนเทอโรไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การทำความสะอาดของเล่นและของใช้: เช็ดทำความสะอาดสิ่งของที่เด็กสัมผัสบ่อยด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมของคลอรีน เช่น น้ำยาซักผ้าขาวเจือจาง เนื่องจากเชื้อไวรัสกลุ่มนี้ทนทานต่อสภาพแวดล้อมภายนอกได้ดี
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิด: เมื่อทราบว่ามีเด็กคนอื่นในห้องเรียนหรือในละแวกบ้านป่วย ควรแยกตัวลูกออกมา และหากลูกของตนเองป่วย ควรให้หยุดเรียนจนกว่าแผลจะแห้งสนิทเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ
  • การฉีดวัคซีนป้องกัน: ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปากจากเชื้อ EV71 ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง แม้วัคซีนนี้จะไม่สามารถป้องกันสายพันธุ์อื่นอย่าง Coxsackievirus ได้ แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อสายพันธุ์ที่รุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ

สุดท้ายนี้ แม้ว่าโรคมือเท้าปากจะเป็นโรคที่น่ากังวลสำหรับคุณพ่อคุณแม่ แต่การมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความหลากหลายของสายพันธุ์ไวรัสและการเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราสามารถรับมือและดูแลลูกน้อยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่เจ็บป่วยได้อย่างปลอดภัยและอบอุ่นใจที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down