ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจเมื่อลูกเบ่งถ่ายนาน: พัฒนาการตามวัยหรือสัญญาณเตือนสุขภาพ

"ลูกเบ่งจนหน้าดำหน้าแดง ร้องครางครืดคราดอยู่นานเกือบสิบนาทีกว่าจะถ่าย แต่พอถ่ายออกมา อุจจาระก็นิ่มดี ไม่ได้แข็งเลย แบบนี้ลูกท้องผูกหรือเปล่า" นี่คือหนึ่งในคำถามยอดฮิตที่กุมารแพทย์มักได้รับฟังจากคุณพ่อคุณแม่ในห้องตรวจบ่อยครั้ง อาการที่ ลูกเบ่งถ่ายนาน จนดูเหมือนกำลังเผชิญความยากลำบากนี้ มักสร้างความกังวลใจให้ครอบครัวอย่างมาก ทว่าในทางการแพทย์แล้ว อาการนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากโรคท้องผูก แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการของระบบขับถ่ายที่เรียกว่า ภาวะเบ่งถ่ายยากในทารก (Infant Dyschezia) ซึ่งเป็นภาวะปกติที่พบได้บ่อยในเด็กทารกช่วงอายุไม่เกิน 3-4 เดือน

กระบวนการสร้างแรงดันในช่องท้อง: บทเรียนแรกของการประสานระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

การขับถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระของมนุษย์ดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายและเป็นธรรมชาติ แต่สำหรับทารกแรกเกิดที่ระบบประสาทและกล้ามเนื้อยังพัฒนาไม่เต็มที่ การขับถ่ายถือเป็นโจทย์ที่ค่อนข้างยากและต้องอาศัยการประสานงานของร่างกายสองส่วนอย่างเป็นจังหวะ ดังนี้

  • การเพิ่มแรงดันในช่องท้อง: ทารกต้องใช้แรงจากกล้ามเนื้อหน้าท้องและกระบังลมเพื่อสร้างแรงดันในการเบ่งดันให้อุจจาระเคลื่อนตัวลงมา
  • การคลายตัวของกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก: ในขณะที่เบ่ง กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและหูรูดทวารหนักจะต้องเปิดออกเพื่อให้อุจจาระผ่านออกไปได้

ในทารกช่วงขวบปีแรก สมองและกล้ามเนื้อเหล่านี้ยังทำงานไม่สอดประสานกันอย่างสมบูรณ์ บ่อยครั้งที่ทารกพยายามเบ่งอย่างแรง (หน้าดำหน้าแดงและส่งเสียงคราง) แต่กลับเผลอหดเกร็งกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักปิดเอาไว้ด้วย เปรียบเสมือนการเหยียบคันเร่งไปพร้อมๆ กับการเหยียบเบรก ทำให้ร่างกายต้องใช้เวลานานในการปรับจังหวะจนกว่าหูรูดจะยอมเปิดออก ซึ่งนี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้คุณแม่รู้สึกว่าลูกเบ่งถ่ายนานผิดปกติ ทั้งที่อุจจาระของลูกไม่ได้แข็งเลย

ความแตกต่างของระยะเวลาการเบ่งในเด็กนมแม่และเด็กนมผง

ชนิดของนมที่ลูกดื่มมีผลโดยตรงต่อลักษณะอุจจาระและกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการเบ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

เด็กที่ดื่มนมแม่ล้วน: นมแม่เป็นสารอาหารที่ย่อยง่ายและถูกดูดซึมไปใช้เกือบทั้งหมด ทำให้เหลือเศษกากอาหารน้อยมาก เด็กนมแม่บางคนอาจไม่ถ่ายนานหลายวัน (บางรายอาจนานถึง 10-14 วัน) ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติเมื่อพ้นช่วงเดือนแรกไปแล้ว และเนื่องจากปริมาณอุจจาระมีน้อย ร่างกายจึงต้องใช้เวลาสะสมและสร้างแรงดันในการกระตุ้นลำไส้ค่อนข้างนาน ทำให้เวลาที่ต้องการถ่าย คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตเห็นว่าลูกเบ่งถ่ายนานและดูใช้พลังงานเยอะ แต่อุจจาระที่ออกมาจะมีลักษณะนิ่ม เหลว หรือเป็นฟองสีเหลืองทอง

เด็กที่ดื่มนมผง: นมผงมีโมเลกุลที่ย่อยยากกว่านมแม่ จึงมีกากอาหารเหลือตกค้างในลำไส้มากกว่า ทำให้อุจจาระของเด็กนมผงมีความเหนียวและเป็นก้อนมากกว่าเด็กนมแม่ ส่งผลให้หัวเส้นประสาทที่ลำไส้ตรงถูกกระตุ้นบ่อยกว่า เด็กนมผงจึงมักถ่ายเกือบทุกวัน แต่อาจต้องใช้แรงเบ่งมากกว่า หากนมผงที่ได้รับไม่เหมาะสมหรือผสมในสัดส่วนที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้อุจจาระแข็งตัวจนกลายเป็นอาการท้องผูกจริงๆ ซึ่งจะส่งผลให้ระยะเวลาการเบ่งยาวนานขึ้นและลูกอาจแสดงอาการเจ็บปวดร่วมด้วย

การประเมินความตึงตัวของหน้าท้องลูกขณะเบ่งอุจจาระ

เพื่อแยกแยะระหว่างพัฒนาการตามวัยกับอาการท้องผูกที่ผิดปกติ คุณพ่อคุณแม่สามารถประเมินได้จากการสัมผัสหน้าท้องของลูกน้อย ดังนี้

ในขณะที่ลูกกำลังนอนพักผ่อนตามปกติ (ไม่ได้อยู่ในช่วงเบ่งหรือร้องไห้) ให้ลองใช้ฝ่ามือสัมผัสและกดหน้าท้องของลูกเบาๆ หน้าท้องที่ดีควรมีลักษณะนุ่ม ยืดหยุ่นดี และลูกไม่แสดงอาการเจ็บปวด หากหน้าท้องนุ่มดี แม้ลูกเบ่งถ่ายนานก็นับว่าเป็นภาวะปกติทางพัฒนาการ

ในทางตรงกันข้าม หากกดแล้วพบว่า หน้าท้องตึงแน่น ท้องอืดป่องตลอดเวลา แม้ในช่วงที่ลูกไม่ได้เบ่ง หรือลูกร้องไห้จงใจเบี่ยงตัวหนีเมื่อคุณแม่สัมผัสหน้าท้อง ร่วมกับการที่อุจจาระออกมาเป็นก้อนแข็งคล้ายกระสุนเม็ดเล็กๆ หรือมีเลือดปน อาการเหล่านี้บ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร หรืออาการท้องผูกที่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากกุมารแพทย์

พฤติกรรมที่พ่อแม่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้รบกวนการเรียนรู้ของลำไส้

ด้วยความรักและความเป็นห่วง เมื่อเห็นลูกพยายามเบ่งเป็นเวลานาน คุณพ่อคุณแม่หลายคนจึงพยายามหาวิธีช่วยเหลือทันที ทว่าพฤติกรรมบางอย่างอาจเป็นการขัดขวางและรบกวนการเรียนรู้ของระบบประสาทสั่งการในระยะยาว

หลีกเลี่ยงการสวนทวารหรือใช้ก้านสำลีสอดกระตุ้นบ่อยเกินไป: การใช้ก้านสำลีชุบออยล์หรือการใช้ยาสวนทวารบ่อยครั้งเพื่อช่วยให้ลูกถ่ายง่ายขึ้น จะทำให้ทารกเสียโอกาสในการเรียนรู้วิธีคลายกล้ามเนื้อหูรูดด้วยตนเอง ลำไส้จะเคยชินต่อการถูกกระตุ้นจากภายนอก ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปัญหาขับถ่ายยากเรื้อรังเมื่อเติบโตขึ้น

หลีกเลี่ยงการแสดงความวิตกกังวลจนเกินเหตุ: เด็กทารกสามารถรับรู้ถึงความตึงเครียดของพ่อแม่ได้ หากทุกครั้งที่ลูกเบ่งถ่าย คุณพ่อคุณแม่แสดงอาการตื่นตระหนก อุ้มเขย่า หรือพยายามเปลี่ยนท่าทางของลูกอย่างรวดเร็ว อาจทำให้ลูกเกิดความเครียดเกร็ง ส่งผลให้กล้ามเนื้อหูรูดยิ่งหดรัดตัวแน่นขึ้นและเบ่งถ่ายยากกว่าเดิม

หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนสูตรนมบ่อยโดยไม่จำเป็น: การเปลี่ยนนมผงไปมาเพื่อหวังแก้ปัญหาการขับถ่ายอาจทำให้ระบบการย่อยอาหารของลูกปรับตัวไม่ทัน และส่งผลให้เกิดอาการท้องอืด ท้องผูก หรือท้องเสียสลับกันไปมาได้

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำเมื่อลูกเบ่งถ่ายนาน คือการเฝ้าสังเกตอย่างสงบ คอยโอบกอดสัมผัส ลูบระบายท้องเบาๆ ท่าปั่นจักรยานอากาศ และส่งเสียงปลอบโยนเพื่อให้ลูกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ พัฒนาการขับถ่ายนี้จะค่อยๆ ดีขึ้นและประสานงานได้อย่างสมบูรณ์แบบเมื่อระบบประสาทของลูกเติบโตเต็มที่ในช่วงอายุประมาณ 4-6 เดือน
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down