ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ในเช้าวันที่ลูกน้อยตื่นขึ้นมาพร้อมกับไข้สูง เจ็บคอ และเริ่มมีผื่นแดงสากๆ คล้ายกระดาษทรายขึ้นตามร่างกาย คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจมุ่งความสนใจไปที่ยาลดไข้หรือการทายาบรรเทาอาการคัน ทว่าเมื่อขอให้ลูกอ้าปากเพื่อตรวจดูภายในช่องปาก สิ่งที่สะดุดตาและสร้างความกังวลใจให้ไม่น้อย คือลักษณะของลิ้นที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากลิ้นสีชมพูตามธรรมชาติกลับกลายเป็นสีขาวหนาและมีตุ่มแดงโผล่พ้นขึ้นมา อาการนี้คือสัญญาณเตือนสำคัญของโรคไข้ดำแดง (Scarlet fever) ที่แสดงออกผ่านลักษณะทางคลินิกที่เรียกว่า ลิ้นแบบสตรอว์เบอร์รี

ความลับบนพื้นผิวลิ้น: พยาธิสภาพการเปลี่ยนแปลงของตุ่มลิ้น (Papillae)

ก่อนจะทำความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของลิ้น สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจโครงสร้างปกติของลิ้นเสียก่อน บนผิวลิ้นของคนเราจะมีตุ่มลิ้นขนาดเล็กจำนวนมากเรียกว่า พาพิลลา (Papillae) ซึ่งทำหน้าที่รับรสและสร้างแรงเสียดทานในการเคี้ยวอาหาร โดยตุ่มลิ้นหลักๆ ที่เกิดพยาธิสภาพในโรคไข้ดำแดงมีสองชนิด คือ ตุ่มลิ้นรูปเส้นด้าย (Filiform papillae) ซึ่งมีจำนวนมากที่สุดและทำหน้าที่สร้างเยื่อบุผิว และตุ่มลิ้นรูปดอกเห็ด (Fungiform papillae) ซึ่งมีสีแดงและบรรจุตุ่มรับรสไว้ภายใน

เมื่อร่างกายของเด็กได้รับเชื้อแบคทีเรียกลุ่มสเตรปโตคอกคัส กรุ๊ปเอ (Group A Streptococcus) เชื้อจะหลั่งสารพิษที่เรียกว่า Erythrogenic toxin เข้าสู่กระแสเลือด สารพิษนี้กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาการอักเสบอย่างรุนแรงทั่วร่างกาย รวมถึงบริเวณเนื้อเยื่อในช่องปาก ส่งผลให้เซลล์เยื่อบุผิวบริเวณตุ่มลิ้นรูปเส้นด้ายเกิดการหนาตัวและตายลง ขณะเดียวกันก็เกิดการขยายตัวของหลอดเลือดฝอยภายในตุ่มลิ้นรูปดอกเห็ด ทำให้ตุ่มสีแดงเหล่านี้ขยายขนาดใหญ่ขึ้นและแดงจัด กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงของผิวลิ้นในแต่ละระยะ

ระยะเริ่มต้น: ลิ้นสตรอว์เบอร์รีขาว (White Strawberry Tongue) และกลไกการเกิด

ในช่วง 1 ถึง 2 วันแรกของการมีไข้ คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตเห็นลักษณะที่เรียกว่า ลิ้นสตรอว์เบอร์รีขาว (White strawberry tongue) อย่างชัดเจน กลไกการเกิดเริ่มจากการที่เยื่อบุผิวของตุ่มลิ้นรูปเส้นด้ายเกิดการอักเสบและไม่ลอกหลุดไปตามธรรมชาติ ผสมผสานกับการสะสมของเศษอาหาร แบคทีเรีย และเซลล์ที่ตายแล้ว จนกลายเป็นฝ้าสีขาวหนาคลุมทั่วบริเวณผิวลิ้นด้านบน

ในขณะที่ฝ้าสีขาวปกคลุมอยู่นั้น ตุ่มลิ้นรูปดอกเห็ดซึ่งอยู่ลึกลงไปกลับเกิดการบวมโตและมีเลือดมาเลี้ยงมากขึ้นเนื่องจากการอักเสบ ทำให้ตุ่มสีแดงเหล่านี้ชูยอดแทงทะลุผ่านชั้นฝ้าขาวหนาขึ้นมา มองดูคล้ายกับผลสตรอว์เบอร์รีสีขาวที่มีเมล็ดสีแดงฝังอยู่รอบๆ ระยะนี้เด็กมักเริ่มมีอาการเจ็บคอ กลืนลำบาก และอาจปฏิเสธการรับประทานอาหารเนื่องจากความเจ็บระคายเคืองในช่องปาก

ระยะผลัดเปลี่ยน: การลอกของฝ้าขาวและวิวัฒนาการสู่ลิ้นสตรอว์เบอร์รีแดง (Red Strawberry Tongue)

เมื่อเข้าสู่วันที่ 4 ถึง 5 ของโรค พยาธิสภาพของโรคจะดำเนินไปสู่ระยะฟื้นฟูของเนื้อเยื่อ ฝ้าสีขาวหนาที่เคยปกคลุมลิ้นจะเริ่มหลุดลอกออกไปทีละน้อย โดยเริ่มลอกจากบริเวณปลายลิ้นและขอบลิ้น ลามเข้ามาสู่โคนลิ้น กระบวนการลอกนี้เผยให้เห็นเนื้อเยื่อชั้นล่างที่กำลังอักเสบอย่างรุนแรง

เมื่อฝ้าขาวหลุดลอกออกไปจนหมด สภาพลิ้นจะเปลี่ยนไปเป็น ลิ้นสตรอว์เบอร์รีแดง (Red strawberry tongue) หรือบางตำราเรียกว่า Raspberry tongue ในระยะนี้ ผิวลิ้นจะมีสีแดงสดจัด ผิวสัมผัสดูเรียบและมันวาวเนื่องจากตุ่มลิ้นรูปเส้นด้ายฝ่อตัวลงไป ในขณะที่ตุ่มลิ้นรูปดอกเห็ดยังคงบวมแดงและนูนเด่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ลิ้นมีลักษณะเหมือนผลสตรอว์เบอร์รีสุกสีแดงจัด ระยะนี้เป็นระยะที่ลิ้นจะมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นสูงมาก เด็กจะรู้สึกแสบร้อนและเจ็บปวดเมื่อสัมผัสกับอาหารที่มีรสจัด เปรี้ยว หรือร้อน

ระยะเวลาที่ลิ้นจะกลับคืนสู่สภาพปกติและการดูแลสุขอนามัยในช่องปาก

โดยทั่วไปแล้ว หลังจากที่ผู้ป่วยเด็กได้รับยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมเพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอกคัส อาการอักเสบจะค่อยๆ ทุเลาลง ผิวลิ้นที่แดงจัดจะเริ่มลดความรุนแรงลง และตุ่มลิ้นรูปเส้นด้ายจะเริ่มงอกกลับขึ้นมาใหม่เพื่อทำหน้าที่ปกคลุมผิวลิ้นตามปกติ กระบวนการฟื้นตัวทั้งหมดนี้มักใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์นับจากเริ่มมีอาการ โดยลิ้นจะกลับคืนสู่สภาพสีชมพูอ่อนและมีผิวสัมผัสเป็นธรรมชาติในที่สุด

ในระหว่างที่รอลอกและฟื้นตัว การดูแลสุขอนามัยในช่องปากและโภชนาการที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจ ดังนี้

  • การทำความสะอาดอย่างเบามือ: หลีกเลี่ยงการใช้แปรงสีฟันขนแข็งแปรงหรือขูดบริเวณลิ้นที่กำลังอักเสบ เพราะจะทำให้เนื้อเยื่อฉีกขาดและเจ็บปวดมากขึ้น ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำต้มสุกอุ่นๆ เช็ดทำความสะอาดช่องปากอย่างเบามือ หรือใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงนุ่มพิเศษ
  • การเลือกอาหารที่เหมาะสม: งดเว้นอาหารที่มีรสจัด เปรี้ยว เค็ม หรือเผ็ด รวมถึงอาหารที่มีอุณหภูมิร้อนจัด ให้ทดแทนด้วยอาหารอ่อนๆ กลืนง่าย และมีความเย็น เช่น โจ๊กอุ่นๆ ซุปข้น นมแช่เย็น หรือไอศกรีมรสอ่อน เพื่อช่วยลดอาการเจ็บและชาบริเวณลิ้น
  • การรักษาความชุ่มชื้น: สนับสนุนให้เด็กดื่มน้ำสะอาดอุณหภูมิห้องบ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำจากการมีไข้สูง และช่วยรักษาความชุ่มชื้นในช่องปาก ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนได้เป็นอย่างดี
  • หลีกเลี่ยงน้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์: หากต้องการให้เด็กบ้วนปาก ควรใช้น้ำเกลืออุ่นๆ (เกลือครึ่งช้อนชาละลายในน้ำอุ่นหนึ่งแก้ว) แทนการใช้น้ำยาบ้วนปากสูตรทั่วไปที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือสารเคมีที่ก่อให้เกิดความระคายเคือง
การสังเกตความเปลี่ยนแปลงของลิ้นลูกน้อยอย่างใกล้ชิด ไม่เพียงแต่ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคไข้ดำแดงได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการวางแผนดูแลและประคับประคองให้ลูกรักผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้อย่างปลอดภัยและเจ็บปวดน้อยที่สุด หากพบอาการลิ้นผิดปกติร่วมกับมีไข้สูงและเจ็บคอ ควรรีบนำเด็กไปพบกุมารแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยทันที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down