ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ และโควิด ไวรัสใกล้ตัวที่ต้องรู้เท่าทัน

ในยุคที่โรคระบบทางเดินหายใจแพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็ว การแยกแยะความแตกต่างระหว่างโรคไข้หวัดธรรมดา โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคโควิดสิบเก้า ถือเป็นทักษะสำคัญที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง และทุกคนในครอบครัวต้องเรียนรู้ เพราะแม้โรคเหล่านี้จะมีจุดเริ่มต้นจากอาการคล้ายคลึงกัน เช่น มีไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ แต่ความรุนแรงของโรค ระยะเวลาในการฟักตัว และแนวทางการรักษา รวมถึงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่นๆ จึงช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ถูกต้องทันท่วงที โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างเด็กเล็ก ทารก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอาการรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคของไวรัสแต่ละชนิด

โรคทั้งสามชนิดเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่ระบบทางเดินหายใจ แต่มาจากตระกูลไวรัสที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลให้กลไกการเกิดโรคและความรุนแรงไม่เท่ากัน:

  • ไข้หวัดธรรมดา (Common Cold): เกิดจากเชื้อไวรัสได้มากกว่าสองร้อยสายพันธุ์ โดยเชื้อที่พบบ่อยที่สุดคือไรโนไวรัส (Rhinovirus) รวมถึงโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิม และอะดีโนไวรัส เชื้อเหล่านี้ติดต่อผ่านทางการสูดละอองฝอยจากการไอหรือจาม หรือการสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อโรคแล้วนำมือมาสัมผัสใบหน้า
  • ไข้หวัดใหญ่ (Influenza): เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) ชนิดเอและบี ซึ่งมีการกลายพันธุ์ได้ตลอดเวลา ทำให้เกิดการระบาดตามฤดูกาล เชื้อนี้มีความรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดาเนื่องจากทำให้เกิดการอักเสบในระบบทางเดินหายใจส่วนลึกและกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันอย่างรุนแรง
  • โควิดสิบเก้า (COVID-19): เกิดจากเชื้อไวรัสซาร์สคอฟทู (SARS-CoV-2) ซึ่งมีความสามารถในการแพร่กระจายสูงมากผ่านทางอากาศ ละอองฝอย และการสัมผัส เชื้อนี้ไม่เพียงแต่โจมตีปอดและระบบทางเดินหายใจเท่านั้น แต่ยังสามารถส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดและอวัยวะทั่วร่างกายผ่านกลไกการอักเสบทั่วร่าง

เจาะลึกความต่างของอาการ: ไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ และโควิด

การสังเกตอาการเริ่มต้นเป็นกุญแจสำคัญในการประเมินเบื้องต้น แม้ว่าอาการบางอย่างจะทับซ้อนกัน แต่จะมีจุดสังเกตเฉพาะตัวที่ช่วยให้แพทย์และผู้ป่วยคาด 100% ถึงโรคที่เป็นอยู่ได้:

  • ไข้หวัดธรรมดา: มักมีไข้ต่ำๆ หรือไม่มีไข้เลย อาการเด่นคือคัดจมูก น้ำมูกใส จาม เจ็บคอเล็กน้อย และอ่อนเพลียเล็กน้อย อาการมักค่อยเป็นค่อยไปและหายได้เองภายในเจ็ดวัน
  • ไข้หวัดใหญ่: อาการจะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและรุนแรงทันที มีไข้สูงเกินสามสิบเก้าองศาเซลเซียสร่วมกับอาการหนั่นสั่น ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและข้อต่ออย่างรุนแรง อ่อนเพลียมาก ปวดศีรษะ ไอแห้ง และเจ็บคอ อาการมักใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าไข้หวัดธรรมดา
  • โควิดสิบเก้า: มีอาการหลากหลายตั้งแต่ไม่มีอาการเลยจนถึงขั้นวิกฤต อาการที่พบบ่อยคือไข้ ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และจุดสังเกตสำคัญคืออาการสูญเสียการรับรสหรือการได้กลิ่น (แม้ในสายพันธุ์ปัจจุบันจะพบน้อยลงแต่ยังเป็นจุดสังเกตได้) รวมถึงอาการหายใจลำบากที่เกิดขึ้นได้เร็วกว่าไข้หวัดทั่วไป
คำแนะนำจากคุณหมอ: ในช่วงที่มีการระบาดของโรคทางเดินหายใจ หากมีไข้สูงร่วมกับอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเด่นชัด ให้สงสัยโรคไข้หวัดใหญ่หรือโควิดสิบเก้าไว้ก่อน และควรทำการตรวจคัดกรองด้วยชุดตรวจโควิดสิบเก้า (ATK) ควบคู่กับการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

ในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ โรคทางเดินหายใจเหล่านี้อาจพัฒนาไปสู่ภาวะรุนแรงได้ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที:

  • ไข้สูงต่อเนื่องเกินสามวัน หรือไข้ไม่ลดลงเลยแม้จะทานยาลดไข้และเช็ดตัวแล้ว
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็ว ปีกจมูกบาน หรือชายโครงบุ๋มเวลาหายใจ
  • ระดับออกซิเจนในเลือดลดลง (หากมีเครื่องวัด)
  • ซึมลง ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำ อาการแสดงของภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ปัสสาวะน้อยลงหรือไม่มีปัสสาวะนานเกินห ชั่วโมง
  • มีอาการชักจากไข้สูง
  • เจ็บแน่นหน้าอก หรือริมฝีปากเขียวคล้ำ

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะทำการซักประวัติการรับเชื้อ ประวัติการฉีดวัคซีน และตรวจร่างกายอย่างละเอียด พร้อมทั้งอาจพิจารณาใช้วิธีตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันโรค เช่น การทำสวับโพรงจมูกเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่และโควิดสิบเก้าพร้อมกัน (Influenza/COVID-19 Rapid Test) การตรวจเลือดเพื่อดูเม็ดเลือดขาว หรือการเอกซเรย์ปอดในรายที่มีอาการไอเรื้อรังหรือสงสัยภาวะปอดอักเสบ เพื่อให้การรักษาตรงจุดและปลอดภัยที่สุด

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคติดเชื้อไวรัสกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการและการดูแลประคับประคองเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อสู้กับเชื้อโรคด้วยตัวเอง:

  • การให้ยาตามอาการ: ยาลดไข้แก้ปวดพาราเซตามอล ยาละลายเสมหะ ยาแก้ไอ และยาลดน้ำมูก โดยต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
  • การพักผ่อนและดื่มน้ำ: นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำอุ่นมากๆ เพื่อช่วยให้เสมหะเจือจางและป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • การเช็ดตัวลดไข้: สำหรับเด็กที่มีไข้สูง สามารถใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นหมาดๆ เช็ดตัวเพื่อระบายความร้อน
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กและวัยรุ่นเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดกลุ่มอาการเรย์ส์ซินโดรม (Reye syndrome) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนทางสมองและตับที่อันตรายถึงชีวิต และห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อมาทานเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากยาปฏิชีวนะใช้รักษาโรคที่เกิดจากแบคทีเรีย ไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ การใช้พร่ำเพรื่อจะทำให้เกิดเชื้อดื้อยา

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจายของไวรัสเป็นสิ่งที่ดีที่สุด:

  • ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำปี และวัคซีนโควิดสิบเก้าตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข
  • สวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่แออัดหรือเมื่อมีอาการป่วย
  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ
  • หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

  • สังเกตอาการเริ่มต้น ไข้ ไอ น้ำมูก ปวดเมื่อย
  • หากมีไข้สูง ปวดเมื่อยมาก ให้ตรวจหาเชื้อโควิดและไข้หวัดใหญ่
  • ให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวที่ถูกต้องทุกสี่ถึงหกชั่วโมง
  • เฝ้าระวัง Red Flags หากซึม หอบเหนื่อย หายใจลำบาก รีบไปโรงพยาบาลทันที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down