ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความแตกต่างของโรคระบบทางเดินหายใจ เพื่อการดูแลที่ตรงจุด

ในยุคที่โรคติดเชื้อทางเดินหายใจแพร่ระบาดได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นช่วงเปลี่ยนฤดูกาลหรือการใช้ชีวิตในพื้นที่แออัด อาการไอ จาม มีน้ำูก และไข้สูง มักสร้างความกังวลใจให้แก่คุณพ่อคุณแม่และผู้ดูแลเป็นอย่างมาก การแยกให้ออกระหว่างโรคไข้หวัดธรรมดา (Common Cold) โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) และโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) จึงเป็นทักษะสำคัญทางการแพทย์ที่จะช่วยให้คุณสามารถประเมินสถานการณ์ ดูแลรักษาเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง และพาผู้ป่วยไปพบแพทย์ได้อย่างทันท่วงที

สาเหตุและกลไกการเกิดโรค

โรคทั้งสามประเภทนี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่แตกต่างกัน แต่อาศัยช่องทางการแพร่กระจายผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสสาร secretions ของผู้ติดเชื้อ

  • ไข้หวัดธรรมดา (Common Cold): เกิดจากไรโนไวรัส (Rhinovirus) หรือโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิม มักมีอาการค่อยเป็นค่อยไปและไม่รุนแรง
  • ไข้หวัดใหญ่ (Influenza): เกิดจากไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza Virus) สายพันธุ์เอและบี มีการระบาดตามฤดูกาลอย่างชัดเจน และก่อให้เกิดอาการอักเสบรุนแรงในระบบทางเดินหายใจ
  • โควิด (COVID-19): เกิดจากเชื้อไวรัสซาร์สคอฟทู (SARS-CoV-2) มีความสามารถในการแพร่กระจายเชื้อได้รวดเร็วและปรับเปลี่ยนสายพันธุ์ได้ตลอดเวลา

อาการสำคัญและระยะของโรคที่ต้องสังเกต

การสังเกตอาการเริ่มต้นเป็นกุญแจสำคัญในการแยกโรค

  • ไข้หวัดธรรมดา: มีอาการคัดจมูก น้ำใสไหล ไอจาม เจ็บคอเล็กน้อย และมักไม่มีไข้สูง อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นภายในสามถึงเจ็ดวัน
  • ไข้หวัดใหญ่: เริ่มต้นด้วยไข้สูงฉับพลัน ปวดเมื่อยตามตัวอย่างรุนแรง อ่อนเพลียมาก ปวดศีรษะ และมีอาการไอแห้งร่วมด้วย
  • โควิด: อาการมีความหลากหลายมาก ตั้งแต่ไม่มีอาการเลย สูญเสียการรับรสหรือกลิ่น ไข้ ไอ หายใจลำบาก และอ่อนเพลียเรื้อรัง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่าสองปี หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจ หรือโรคเบาหวาน มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ หายใจล้มเหลว หรือติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากผู้ป่วยมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบกำหนดวัน:

  • ไข้สูงเกินสามสิบเก้าองศาเซลเซียส หรือไข้ที่ไม่ยอมลดลงหลังจากทานยาลดไข้
  • มีอาการชักจากไข้สูง
  • ซึมลง ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำ
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม หรือริมฝีปากและปลายนิ้วเขียวคล้ำ
  • มีภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้งสนิท ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปัสสาวะไม่ออกนานเกินห ชั่วโมง

วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์

เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจพิจารณาตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมด้วยชุดตรวจคัดกรองจำเพาะ เช่น การทำ Rapid Antigen Test หรือการทำ Swab เพื่อแยกเชื้อไข้หวัดใหญ่และโควิดออกจากกัน เพื่อให้สามารถจ่ายยาต้านไวรัสได้อย่างแม่นยำในกรณีที่จำเป็น

คำแนะนำจากคุณหมอ: การรักษาโรคจากไวรัสส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการ โดยการให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง (สิบถึงสิบห้าิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมง) ดื่มน้ำอุ่นให้มากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่นเพื่อระบายความร้อน ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กและวัยรุ่นเด็ดขาด เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ซินโดรม (Reye Syndrome) ที่ส่งผลรุนแรงต่อตับและสมอง

ข้อควรปฏิบัติและสิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาด

  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อทานเอง: เนื่องจากโรคทั้งสามเกิดจากไวรัส ยาปฏิชีวนะจึงไม่มีฤทธิ์ในการรักษา และการใช้ยาพร่ำเพรื่อจะก่อให้เกิดเชื้อดื้อยา
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ไอระงับอาการในเด็กเล็ก: เว้นแต่จะได้รับคำสั่งจากแพทย์โดยตรง เพราะอาจทำให้เสมหะตกค้างและอุดกั้นทางเดินหายใจ

วิธีป้องกันเชิงรุกและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาว

การสร้างเกราะป้องกันให้ร่างกายเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดความรุนแรงของโรค

  • การฉีดวัคซีน: รับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำปี และวัคซีนป้องกันโควิดตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข
  • สุขอนามัยส่วนบุคคล: ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่แออัด และหลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา จมูก ปาก
  • โภชนาการและการพักผ่อน: รับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ เน้นผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down