ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความกังวลใจเรื่องลูกขาโก่งที่พบได้บ่อยในห้องตรวจกุมารแพทย์

ในฐานะกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและกระดูกในเด็ก คำถามหนึ่งที่ได้รับจากคุณพ่อคุณแม่ในห้องตรวจอยู่เสมอคือ การสังเกตเห็นลักษณะขาของลูกน้อยโค้งงอหรือผิดรูป โดยเฉพาะในช่วงวัยที่เริ่มหัดยืนและหัดเดิน ความกังวลนี้มักสร้างความเครียดและความเข้าใจคลาดเคลื่อนจนนำไปสู่การใช้วิธีการแก้ไขที่ไม่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ บทความนี้จึงมุ่งเน้นการไขข้อข้องใจระหว่างความเชื่อดั้งเดิมกับความจริงทางการแพทย์ เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถสังเกตอาการและดูแลลูกน้อยได้อย่างเหมาะสมที่สุด

พัฒนาการตามธรรมชาติของรูปขาเด็กในแต่ละช่วงวัย

เพื่อให้เข้าใจเรื่องความเชื่อ vs ความจริงเรื่องลูกขาโก่ง อย่างถ่องแท้ จำเป็นต้องทำความเข้าใจสรีรวิทยาและพัฒนาการตามธรรมชาติของกระดูกขาเด็ก ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงไปตามอายุอย่างเป็นระบบ ดังนี้

  • วัยทารกแรกเกิดถึงอายุหนึ่งปีครึ่ง: ในช่วงอยู่ในครรภ์มารดา ทารกต้องอยู่ในท่าขดตัวจำกัดพื้นที่ ทำให้เมื่อคลอดออกมาเด็กเกือบทุกคนจะมีลักษณะขาโก่งออกด้านนอก (Genu Varum) ซึ่งถือเป็นภาวะปกติทางสรีรวิทยา
  • วัยอายุประมาณสองถึงสามปี: เมื่อเด็กเริ่มโตและเดินได้แนวแกนของขาจะเริ่มเปลี่ยนไป โดยเข่าจะเริ่มชิดกันมากขึ้นและมักจะพบภาวะขาโก่งเข้าด้านในหรือขา 11 (Genu Valgum) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนพัฒนาการตามปกติเช่นกัน
  • วัยอายุเจ็ดถึงแปดปี: แนวแกนของขาจะค่อยๆ ปรับตัวตรงเข้าสู่แนวสมดุลของร่างกายแบบผู้ใหญ่โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์เสริมใดๆ ทั้งสิ้น

สาเหตุและกลไกการเกิดภาวะขาโก่งที่แท้จริง

ภาวะขาโก่งในเด็กแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ตามกลไกทางการแพทย์ ซึ่งพ่อแม่จำเป็นต้องแยกแยะให้ออกระหว่างภาวะปกติและภาวะผิดปกติที่มีโรคประจำตัวร่วมด้วย

  • ภาวะขาโก่งตามธรรมชาติ (Physiological Bow Legs): เกิดจากท่านอนในครรภ์มารดาและการเจริญเติบโตตามวัย มักเป็นทั้งสองข้างเท่ากัน เด็กเดินได้ปกติ ไม่เจ็บปวด และสามารถหายได้เองตามกาลเวลา
  • ภาวะขาโก่งผิดปกติ (Pathological Bow Legs): เกิดจากความผิดปกติของกระดูก โรคทางพันธุกรรม หรือความบกพร่องทางเมตาบอลิซึม เช่น โรคกระดูกอ่อนจากภาวะขาดวิตามินดี (Rickets) โรคบลอว์ท (Blount Disease) ที่เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของกระดูกบริเวณหัวเข่าด้านใน หรือการบาดเจ็บที่แผ่นการเจริญเติบโตของกระดูก (Growth Plate)

อาการและสัญญาณอันตราย Red Flags ที่ต้องพบแพทย์ทันที

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากพบว่าลักษณะขาของเด็กมีลักษณะเหล่านี้ ควรพามาพบกุมารแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อเด็กทันที เพราะอาจไม่ใช่ภาวะปกติ
  • ขาโก่งเพียงข้างเดียว หรือขาทั้งสองข้างมีความโก่งไม่เท่ากันอย่างชัดเจน
  • ลักษณะขาโก่งแย่ลงเรื่อยๆ หลังจากอายุสองปีไปแล้ว
  • เด็กมีอาการเจ็บปวดที่ขา เข่า หรือสะโพก ระหว่างเดินหรือวิ่ง
  • ความสูงของเด็กต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานอย่างมากเมื่อเทียบกับอายุ
  • เด็กมีอาการเดินกะเพก เดินลำบาก หรือพัฒนาการด้านการเดินล่าช้ากว่าวัย

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อผู้ปกครองพาลูกมาพบแพทย์เพื่อประเมินภาวะขาโก่ง แพทย์จะมีกระบวนการวินิจฉัยที่ละเอียดรอบคอบ เริ่มจากการซักประวัติพัฒนาการ ประวัติโภชนาการ และการได้รับวิตามินดี ตามด้วยการตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อวัดมุมของขา การประเมินการเดิน และในรายที่สงสัยว่ามีความผิดปกติทางพยาธิสภาพ แพทย์อาจพิจารณา ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เช่น การเจาะเลือดเพื่อตรวจหาระดับแคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินดี และการถ่ายภาพรังสีหรือเอกซเรย์ (X-ray) เพื่อดูโครงสร้างกระดูกอย่างแม่นยำ

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์และการจัดการที่บ้าน

คำแนะนำจากคุณหมอ: ภาวะขาโก่งตามธรรมชาติส่วนใหญ่ไม่ต้องรับการรักษาใดๆ ขาของเด็กจะตรงขึ้นได้เองตามกระบวนการเจริญเติบโต สิ่งสำคัญคือการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดและการดูแลโภชนาการ
  • การเฝ้าระวังและติดตามอาการ: สำหรับเด็กที่มีภาวะขาโก่งตามธรรมชาติ แพทย์จะนัดติดตามอาการเป็นระยะเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของมุมขา
  • การรักษาโรคที่เป็นสาเหตุ: หากพบว่าเกิดจากโรคกระดูกอ่อน แพทย์จะทำการรักษาด้วยการให้รับประทานวิตามินดีและแคลเซียมเสริมในปริมาณที่เหมาะสมตามคำแนะนำทางการแพทย์
  • การใช้อุปกรณ์เสริมหรือการผ่าตัด: ในกรณีที่เป็นภาวะขาโก่งผิดปกติรุนแรง หรือโรคบลอว์ท แพทย์อาจพิจารณาใช้อุปกรณ์ดัดขา (Bracing) ในเด็กเล็ก หรือพิจารณาการผ่าตัดแก้ไขแนวแกนกระดูกในเด็กโตตามความเหมาะสม

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดตามความเชื่อที่ผิด

มีความเชื่อดั้งเดิมหลายประการเกี่ยวกับการแก้ไขขาโก่งในเด็ก ซึ่งไม่เพียงแต่ไม่มีประโยชน์ทางการแพทย์ แต่ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อกระดูกและข้อของเด็กได้ สิ่งที่พ่อแม่ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาด ได้แก่

  • ห้ามใช้ผ้าพันขา เฝือกดัดขา หรือเชือกมัดขาเด็กด้วยความเชื่อว่าจะช่วยให้ขาตรง เพราะอาจขัดขวางการเจริญเติบโตตามธรรมชาติและทำให้ระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติ
  • ห้ามบังคับให้เด็กใส่รองเท้าดัดพิเศษหรือแผ่นรองรองเท้าที่ไม่ได้สั่งตัดหรือประเมินโดยแพทย์เฉพาะทาง
  • ห้ามให้เด็กรับประทานอาหารเสริมแคลเซียมหรือวิตามินในปริมาณสูงเกินขนาดเองโดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพกระดูกในระยะยาว

การส่งเสริมให้เด็กมีระบบกระดูกและกล้ามเนื้อที่แข็งแรงตั้งแต่วัยเด็กเป็นรากฐานสำคัญในการป้องกันความผิดปกติของโครงสร้างร่างกาย ผู้ปกครองสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำได้ดังนี้

  • ส่งเสริมให้ทารกได้รับนมแม่และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนตามวัย เพื่อให้ได้รับแคลเซียมและสารอาหารที่จำเป็น
  • ให้เด็กได้รับแสงแดดอ่อนๆ ในช่วงเช้าอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยกระบวนการสังเคราะห์วิตามินดีในร่างกายตามธรรมชาติ
  • ส่งเสริมให้เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกาย เล่นกีฬา และทำกิจกรรมกลางแจ้งอย่างเหมาะสมเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อต่อ
กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่:
1. สังเกตลักษณะขาของลูก หากโก่งทั้งสองข้างเท่ากันและเด็กอายุน้อยกว่าสองปี มักเป็นเรื่องปกติ
2. หลีกเลี่ยงการใช้ความเชื่อโบราณเช่นการมัดขาหรือดัดขาเอง
3. สังเกตสัญญาณเตือน เช่น โก่งข้างเดียว เจ็บขา หรือเดินกะเพก
4. พามาพบกุมารแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและสบายใจที่สุด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down