ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อโรคมือเท้าปากไม่ได้เป็นแค่ตุ่มใส: ความสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกัน

ช่วงฤดูฝนหรือช่วงเปิดเทอมใหม่มักเป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยลุ้นกับสายด่วนจากโรงเรียนหรือสถานรับเลี้ยงเด็กที่แจ้งข่าวการระบาดของโรคมือเท้าปาก โรคนี้แม้ส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรง มีไข้ และมีตุ่มน้ำใสขึ้นตามมือ เท้า และในปาก แต่ในกลุ่มเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงทางระบบประสาทและหัวใจจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากได้รับเชื้อไวรัสชนิดรุนแรง

ในปัจจุบัน นวัตกรรมทางการแพทย์ได้พัฒนา วัคซีนโรคมือเท้าปาก ขึ้นมาเพื่อเป็นเกราะป้องกันสำคัญสำหรับลูกน้อย อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจยังมีความสับสนว่า วัคซีนที่มีให้บริการในประเทศไทยตอนนี้มีกี่ยี่ห้อ ป้องกันสายพันธุ์ใดได้บ้าง และยี่ห้อไหนที่จะเหมาะสมกับช่วงวัยของลูกรักมากที่สุด

ทำความเข้าใจสายพันธุ์ของไวรัสและกลไกการทำงานของวัคซีน

โรคมือเท้าปากเกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) หลายสายพันธุ์ สายพันธุ์ที่พบบ่อยและก่อให้เกิดอาการทั่วไปที่ไม่รุนแรงคือ ค็อกซากีไวรัส (Coxsackievirus) เช่น สายพันธุ์ A6 และ A16 แต่สายพันธุ์ที่เป็นตัวการหลักของความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนที่น่ากลัว เช่น สมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ คือ Enterovirus 71 หรือ EV71

วัคซีนโรคมือเท้าปากที่มีให้บริการในปัจจุบัน เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย (Inactivated Vaccine) ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสสายพันธุ์ EV71 โดยเฉพาะ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การลดอัตราการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตในเด็กเล็กเป็นสำคัญ

วัคซีนโรคมือเท้าปากในประเทศไทย ครอบคลุมสายพันธุ์ย่อยใดบ้าง

เชื้อไวรัส EV71 สามารถแบ่งย่อยออกเป็นหลายสายพันธุ์ย่อย (Genotypes) เช่น A, B (B1-B5) และ C (C1-C5) โดยในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สายพันธุ์ย่อยที่มักตรวจพบและระบาดบ่อย ได้แก่ สายพันธุ์ย่อย C4 และ B5

วัคซีนโรคมือเท้าปากที่ขึ้นทะเบียนและใช้ในประเทศไทย ผลิตจากเชื้อไวรัส EV71 สายพันธุ์ย่อย C4 (Genotype C4) เป็นหลัก ซึ่งจากการศึกษาทางคลินิกพบว่า วัคซีนนี้มีความสามารถในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันข้ามสายพันธุ์ (Cross-neutralizing antibody) ได้เป็นอย่างดี สามารถครอบคลุมและป้องกันสายพันธุ์ย่อยอื่นๆ ที่ระบาดในไทยได้ เช่น สายพันธุ์ย่อย B5 และ C2 ทำให้มั่นใจได้ว่าการฉีดวัคซีนจะช่วยปกป้องลูกน้อยจากเชื้อ EV71 ที่หมุนเวียนอยู่ในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เปรียบเทียบประเภทและประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีในปัจจุบัน

วัคซีนโรคมือเท้าปากที่ผ่านการรับรองและนำเข้ามาให้บริการในโรงพยาบาลชั้นนำในประเทศไทย มีความปลอดภัยสูงและได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยสามารถแบ่งประสิทธิภาพการทำงานได้ดังนี้

  • ประสิทธิภาพในการป้องกันโรค: ผลการวิจัยทางคลินิกยืนยันว่า วัคซีนชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ EV71 ที่แสดงอาการได้สูงถึง 90% ถึง 97%
  • ประสิทธิภาพในการป้องกันความรุนแรง: ข้อดีที่สำคัญที่สุดคือ วัคซีนสามารถป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากเชื้อ EV71 เช่น ปอดบวมน้ำ สมองอักเสบ และป้องกันการเสียชีวิตได้เกือบ 100%
  • ข้อจำกัดที่ควรทราบ: เนื่องจากวัคซีนนี้มุ่งเป้าไปที่เชื้อ EV71 ดังนั้น เด็กที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนแล้วยังคงมีโอกาสเป็นโรคมือเท้าปากจากเชื้อกลุ่มอื่นได้ เช่น ค็อกซากีไวรัส แต่อาการจะไม่รุนแรงและหายได้เองตามธรรมชาติ

แนวทางการเลือกวัคซีนที่เหมาะสมกับช่วงวัยของเด็ก

การพิจารณาฉีดวัคซีนโรคมือเท้าปากควรเริ่มทำตั้งแต่เด็กยังอายุน้อย เนื่องจากความเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงจะสูงสุดในกลุ่มทารกและเด็กวัยหัดเดิน โดยมีหลักเกณฑ์ในการเลือกและเข้ารับวัคซีนดังนี้

ช่วงอายุที่แนะนำ

วัคซีนได้รับการรับรองให้ฉีดในเด็กตั้งแต่อายุ 6 เดือน ถึง 3 ปี (และบางยี่ห้อสามารถฉีดได้จนถึงอายุ 5 ปี) การเริ่มฉีดเข็มแรกตั้งแต่อายุ 6 เดือนจึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันก่อนที่เด็กจะเริ่มเข้าสู่สังคม เช่น การไปเนอสเซอรี่หรือโรงเรียนอนุบาล

จำนวนเข็มและระยะห่าง

การสร้างภูมิคุ้มกันที่สมบูรณ์จำเป็นต้องได้รับวัคซีนทั้งหมด 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่างกัน 1 เดือน ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรวางแผนพาลูกน้อยไปรับวัคซีนล่วงหน้าก่อนถึงช่วงระบาดใหญ่หรือก่อนเปิดเทอมประมาณ 1-2 เดือน

อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

เช่นเดียวกับวัคซีนทั่วไป วัคซีนโรคมือเท้าปากอาจทำให้มีอาการข้างเคียงที่ไม่รุนแรง เช่น มีไข้ต่ำๆ ร้องกวน หรือมีรอยแดงและอาการเจ็บตึงบริเวณที่ฉีด ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะหายไปได้เองภายใน 24-48 ชั่วโมง การดูแลเบื้องต้นสามารถทำได้โดยการเช็ดตัวลดไข้หรือให้ยาลดไข้ตามคำแนะนำของกุมารแพทย์

คำแนะนำจากแพทย์เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกรัก

แม้ว่าวัคซีนโรคมือเท้าปากจะเป็นตัวช่วยที่ยอดเยี่ยมในการปกป้องลูกน้อยจากภัยเงียบของเชื้อ EV71 แต่การรักษาสุขอนามัยขั้นพื้นฐานยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรละเลย การฝึกให้ลูกล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ การหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น และการทำความสะอาดของเล่นอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเสริมเกราะป้องกันให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

หากคุณพ่อคุณแม่วางแผนจะพาลูกน้อยเข้ารับวัคซีน แนะนำให้ปรึกษากุมารแพทย์ประจำตัวเพื่อตรวจประเมินสุขภาพ ร่างกาย และวางโปรแกรมการฉีดวัคซีนร่วมกับวัคซีนพื้นฐานอื่นๆ ของเด็กอย่างเหมาะสม เพื่อให้การสร้างภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัยที่สุดสำหรับลูกรัก

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down