ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความต่าง: วิธีรับมือโรคมือเท้าปากและเฮอร์แปงไจนาในเด็ก

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงเคยเผชิญกับสถานการณ์ที่ลูกน้อยมีไข้ ซึมลง และที่น่ากังวลที่สุดคืออาการเจ็บปากจนกินอะไรแทบไม่ได้ จนบางครั้งถึงกับต้องพากันไปพบคุณหมอ สิ่งที่ตามมาคือคำวินิจฉัยที่ทำให้หลายคนสับสนระหว่าง โรคมือเท้าปาก และ โรคเฮอร์แปงไจนา ซึ่งทั้งสองโรคนี้มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสกลุ่มเดียวกัน แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญทั้งในแง่ของอาการและแนวทางการดูแล บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจการแยกโรคและข้อแตกต่างระหว่างโรคมือเท้าปากกับโรคเฮอร์แปงไจนา รวมถึงวิธีดูแลลูกน้อยได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ

โรคมือเท้าปาก และ เฮอร์แปงไจนา: ความเหมือนที่แตกต่าง

ทั้งโรคมือเท้าปากและโรคเฮอร์แปงไจนาต่างเป็นโรคที่พบบ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียนอนุบาล ซึ่งเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเทอโรไวรัสเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดทั้งสองโรคนี้ ทำให้บางครั้งการแยกอาการในระยะแรกอาจดูคล้ายกันมาก แต่สิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนคือตำแหน่งของแผลในปากและผื่นที่ผิวหนัง

  • โรคเฮอร์แปงไจนา (Herpangina): อาการเด่นคือมีไข้สูงเฉียบพลัน เจ็บคอมาก ร่วมกับมีตุ่มน้ำใสขนาดเล็กกลายเป็นแผลร้อนในบริเวณเพดานอ่อน ลิ้นไก่ และทอนซิล ซึ่งเป็นตำแหน่งด้านหลังของช่องปากเป็นหลัก ไม่มีผื่นที่มือ เท้า หรือส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
  • โรคมือเท้าปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease – HFMD): มีไข้ เจ็บปากเช่นกัน แต่แผลในปากมักจะพบได้ทั่วทั้งช่องปาก ทั้งกระพุ้งแก้ม ลิ้น และเหงือก ที่สำคัญคือจะมีผื่นแดงหรือตุ่มน้ำใสขึ้นบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และบางครั้งอาจพบที่ก้นหรือขาหนีบร่วมด้วย

ระยะเวลาของโรคและการฟื้นตัวเฉลี่ย

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ การทราบระยะเวลาของโรคและการฟื้นตัวเป็นสิ่งสำคัญเพื่อเตรียมพร้อมรับมือและประเมินอาการลูกน้อย

  • โรคเฮอร์แปงไจนา: โดยทั่วไปแล้ว โรคเฮอร์แปงไจนาเป็นโรคที่มีอาการไม่รุนแรงนัก อาการไข้มักจะอยู่ประมาณ 2-4 วัน ส่วนแผลในปากจะค่อยๆ หายไปภายใน 3-7 วัน เด็กส่วนใหญ่จะกลับมาเป็นปกติได้ภายในหนึ่งสัปดาห์ หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน
  • โรคมือเท้าปาก: โรคมือเท้าปากอาจใช้เวลานานกว่าเล็กน้อย ไข้มักจะอยู่ประมาณ 3-5 วัน ส่วนแผลในปากและตุ่มผื่นที่มือเท้าจะใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน หรือบางครั้งอาจนานถึง 2 สัปดาห์กว่าจะหายสนิทและลอกออกหมด โดยเฉพาะผื่นที่มือและเท้า ตุ่มน้ำอาจใช้เวลานานกว่าแผลในปากในการยุบและแห้งลง อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่เป็นชนิดที่ไม่รุนแรงและฟื้นตัวได้เอง

สิ่งสำคัญสำหรับทั้งสองโรคคือการดูแลประคับประคองอาการ เพื่อให้เด็กสบายตัวที่สุดเท่าที่จะทำได้

การประยุกต์ใช้ยาทาและยาสเปรย์พ่นแผลในปากสำหรับอาการเจ็บคอ

อาการเจ็บปวดจากแผลในปากและลำคอเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กกินได้น้อย และเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ การบรรเทาอาการเจ็บปวดจึงเป็นหัวใจสำคัญของการดูแล

  • ยาแก้ปวดลดไข้: สามารถให้ยาลดไข้พาราเซตามอล หรือไอบูโพรเฟนตามขนาดยาที่เหมาะสมกับน้ำหนักและอายุของเด็ก เพื่อลดไข้และบรรเทาอาการปวดโดยรวม
  • ยาทาแผลในปาก: หากแผลมีขนาดใหญ่หรือหลายตำแหน่งจนเจ็บมาก อาจใช้ยาชาเฉพาะที่ชนิดเจลหรือครีมป้ายบริเวณแผลก่อนมื้ออาหารประมาณ 10-15 นาที เพื่อช่วยให้เด็กสามารถกินอาหารได้ง่ายขึ้น ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับการใช้ยาในเด็กเล็ก
  • ยาสเปรย์พ่นคอ: สำหรับเด็กที่โตพอที่จะร่วมมือได้ ยาสเปรย์พ่นคอที่มีส่วนผสมของยาชาเฉพาะที่ (เช่น Lidocaine) หรือสารที่ช่วยลดการอักเสบ (เช่น Benzydamine) สามารถช่วยลดอาการเจ็บคอและแผลในคอได้ชั่วคราว ทำให้กลืนอาหารได้สะดวกขึ้น ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ การให้เด็กดื่มน้ำเย็นๆ หรือของเหลวที่ไม่ระคายเคือง เช่น น้ำเปล่า นม หรือน้ำผลไม้ที่ไม่เปรี้ยวจัด ก็ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดและป้องกันภาวะขาดน้ำได้ดี ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เปรี้ยวจัด หรือร้อนจัด ซึ่งจะยิ่งกระตุ้นให้เจ็บแผลมากขึ้น

เกณฑ์การสั่งกักตัวเด็กและระยะเวลาในการแยกตัวเพื่อหยุดยั้งโรค

เนื่องจากทั้งโรคมือเท้าปากและโรคเฮอร์แปงไจนาเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก การกักตัวเด็กจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ

  • การแยกตัว: เด็กที่ป่วยควรถูกแยกจากเด็กคนอื่นๆ ในครอบครัว รวมถึงงดการไปโรงเรียนหรือสถานรับเลี้ยงเด็ก จนกว่าอาการจะดีขึ้นและพ้นระยะแพร่เชื้อที่สำคัญ
  • ระยะเวลาในการแยกตัว:
    • โรคเฮอร์แปงไจนา: โดยทั่วไปแนะนำให้กักตัวจนกว่าไข้จะลดลงสู่ระดับปกติ (ไม่มีไข้ติดต่อกัน 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องกินยาลดไข้) และแผลในปากเริ่มแห้งและหายดีแล้ว ซึ่งมักใช้เวลาประมาณ 3-7 วัน
    • โรคมือเท้าปาก: เนื่องจากผื่นที่มือและเท้าอาจมีตุ่มน้ำที่ยังแตกและมีเชื้ออยู่ได้ และเชื้อยังสามารถแพร่ทางอุจจาระได้เป็นเวลานานหลังอาการหายเป็นปกติ จึงแนะนำให้กักตัวจนกว่าไข้จะลดลง ไม่มีตุ่มใหม่ขึ้น และตุ่มผื่นที่มีอยู่เริ่มแห้งและตกสะเก็ดแล้ว ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน หรือบางรายอาจนานกว่านั้น นอกจากนี้ ควรเน้นย้ำเรื่องการล้างมือให้สะอาดอย่างเคร่งครัด แม้หลังอาการดีขึ้นแล้ว เพื่อลดการแพร่เชื้อที่อาจออกมากับอุจจาระ

คุณพ่อคุณแม่ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวของเด็กเสมอ เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับอาการและความรุนแรงของโรคในแต่ละราย รวมถึงนโยบายการกลับเข้าโรงเรียนของสถานศึกษา เพื่อให้มั่นใจว่าบุตรหลานจะได้รับการดูแลที่ถูกต้อง และไม่ไปแพร่เชื้อให้ผู้อื่น

สิ่งสำคัญที่ต้องจดจำ

ไม่ว่าลูกน้อยจะป่วยด้วยโรคเฮอร์แปงไจนา หรือโรคมือเท้าปาก หัวใจสำคัญคือการดูแลประคับประคองอาการให้เด็กสบายตัวที่สุด ป้องกันภาวะขาดน้ำ และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น สิ่งที่ขาดไม่ได้คือสุขอนามัยที่ดี โดยเฉพาะการล้างมือบ่อยๆ ของทั้งเด็กและผู้ดูแล เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ ขอให้คุณพ่อคุณแม่เข้มแข็งและดูแลลูกน้อยอย่างเต็มที่ เพื่อให้พวกเขากลับมาสดใสแข็งแรงได้ในเร็ววัน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down