ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ในฐานะแพทย์เฉพาะทางที่ดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์และเด็กแรกเกิด คำถามหนึ่งที่มักจะได้รับยินบ่อยครั้งในห้องตรวจคือความกังวลใจเกี่ยวกับความผิดปกติของทารกในครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณแม่มีไข้ต่ำๆ มีผื่นขึ้น หรือเผลอไปสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ความกังวลเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย เนื่องจากในทางการแพทย์มีกลุ่มโรคติดเชื้อเงียบกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า TORCH ซึ่งอาจไม่แสดงอาการรุนแรงในตัวมารดา แต่สามารถส่งผ่านรกและเข้าทำลายกระบวนการสร้างอวัยวะของทารกในครรภ์จนส่งผลให้เกิดความพิการแต่กำเนิดอย่างน่าใจหาย การตรวจคัดกรองและการป้องกันจึงเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง

ทำความรู้จักกลุ่มโรค TORCH: ภัยเงียบที่ส่งผ่านจากแม่สู่ลูก

คำว่า TORCH เป็นคำย่อทางการแพทย์ที่ใช้เรียกกลุ่มเชื้อจุลชีพหลายชนิดที่มีคุณสมบัติร่วมกันคือ สามารถแพร่กระจายผ่านรกจากมารดาไปสู่ทารกในครรภ์ได้ โดยประกอบด้วยเชื้อหลักๆ ดังนี้

  • T - Toxoplasmosis: เกิดจากเชื้อโปรโตซัวชนิดหนึ่งชื่อว่า Toxoplasma gondii ซึ่งพบได้บ่อยในมูลของแมว ดินที่ปนเปื้อน และเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก
  • O - Other infections: รวมถึงเชื้อก่อโรคอื่นๆ ที่สำคัญ เช่น ซิฟิลิส (Syphilis) ไวรัสวาริเซลลา (Varicella-Zoster Virus หรืออีสุกอีใส) ไวรัสพาร์โว B19 (Parvovirus B19) และเชื้อเอชไอวี (HIV)
  • R - Rubella: ไวรัสโรคหัดเยอรมัน ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนล่วงหน้าก่อนการตั้งครรภ์
  • C - Cytomegalovirus (CMV): เชื้อไวรัสในกลุ่มเริมที่พบการติดเชื้อได้บ่อยมากในคนทั่วไปผ่านทางน้ำลายและปัสสาวะ มักติดต่อได้ง่ายจากการสัมผัสสารคัดหลั่งของเด็กเล็ก
  • H - Herpes Simplex Virus (HSV): เชื้อไวรัสเริมชนิดที่ 1 และ 2 ซึ่งสามารถติดต่อสู่ทารกได้โดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างการคลอดผ่านช่องคลอดที่มีแผลเริมที่กำลังกำเริบ

อันตรายต่อการพัฒนาการของอวัยวะทารกในครรภ์

ช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดของการติดเชื้อกลุ่ม TORCH คือช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นระยะที่ทารกกำลังสร้างอวัยวะสำคัญ เช่น สมอง หัวใจ ตา และระบบประสาทส่วนกลาง หากเชื้อเหล่านี้ผ่านรกเข้าไปทำลายเซลล์ที่กำลังแบ่งตัว จะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการอย่างรุนแรง

ความรุนแรงของการติดเชื้อขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ ยิ่งติดเชื้อเร็วในอายุครรภ์ที่น้อย โอกาสที่ทารกจะพิการแต่กำเนิดหรือเสียชีวิตในครรภ์ก็จะยิ่งสูงขึ้น

ผลกระทบทางกายภาพที่พบได้บ่อยในทารกที่คลอดจากมารดาที่ติดเชื้อกลุ่ม TORCH ได้แก่ ภาวะศีรษะเล็กผิดปกติ (Microcephaly) จากการที่สมองไม่พัฒนา ภาวะโพรงสมองคั่งน้ำ (Hydrocephalus) จอประสาทตาอักเสบจนส่งผลให้ตาบอด (Chorioretinitis) ความบกพร่องทางการได้ยินหรือหูหนวกแต่กำเนิด โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด รวมถึงภาวะตับโตม้ามโตและมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง

พฤติกรรมเสี่ยงและเกณฑ์ที่ควรส่งตรวจหาการติดเชื้อกลุ่ม TORCH ในสตรีมีครรภ์ที่มีความเสี่ยง

เนื่องจากการตรวจคัดกรองเชื้อทุกชนิดในสตรีตั้งครรภ์ทุกคนอาจไม่มีความจำเป็นทางเศรษฐศาสตร์คลินิกและอาจสร้างความกังวลใจโดยไม่จำเป็น แพทย์จึงแนะนำให้ทำการ ตรวจหาการติดเชื้อกลุ่ม TORCH ในสตรีมีครรภ์ที่มีความเสี่ยง หรือมีประวัติพฤติกรรมเฉพาะเจาะจง ดังต่อไปนี้

1. กลุ่มผู้เลี้ยงแมวหรือสัมผัสมูลสัตว์และดิน

สตรีตั้งครรภ์ที่ต้องเปลี่ยนทรายแมวด้วยตนเอง หรือทำงานอดิเรกเกี่ยวกับดิน ทำสวน โดยไม่ได้สวมถุงมือป้องกัน รวมถึงผู้ที่ชอบรับประทานอาหารประเภทเนื้อดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ เช่น ลาบ ก้อย สเต๊กแบบกึ่งสุก มักมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ Toxoplasma

2. กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และผู้ดูแลเด็กเล็ก

ครูพี่เลี้ยงในสถานรับเลี้ยงเด็กอ่อน อนุบาล หรือคุณแม่ที่มีลูกวัยเตาะแตะอยู่แล้ว มีโอกาสสัมผัสกับน้ำลายและปัสสาวะของเด็กเล็ก ซึ่งเป็นแหล่งรังโรคที่สำคัญของเชื้อ Cytomegalovirus (CMV) โดยเฉพาะไร้การล้างมือที่ถูกต้องหลังการเปลี่ยนผ้าอ้อม

3. สตรีตั้งครรภ์ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนหรือไม่มีภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน

หากไม่มีประวัติการฉีดวัคซีนหัดเยอรมัน (MMR) ก่อนตั้งครรภ์ และไม่มีประวัติการตรวจเลือดเพื่อยืนยันภูมิคุ้มกัน ควรได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากอาศัยอยู่ในแหล่งชุมชนหนาแน่นหรือมีรายงานการระบาด

4. ผู้ที่มีประวัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือพฤติกรรมทางเพศเสี่ยง

การมีคู่นอนหลายคน หรือคู่สมรสมีประวัติเป็นโรคเริมบริเวณอวัยวะเพศ (HSV) หรือซิฟิลิส ถือเป็นข้อบ่งชี้สำคัญที่ต้องได้รับการตรวจคัดกรองอย่างละเอียดเพื่อวางแผนการรักษาและการทำคลอดที่ปลอดภัย

5. สตรีตั้งครรภ์ที่มีอาการทางคลินิกหรือผลอัลตราซาวด์ผิดปกติ

ในรายที่มีอาการไข้ต่ำๆ ต่อมน้ำเหลืองโต มีผื่นแดงโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือการตรวจอัลตราซาวด์ทารกในครรภ์พบภาวะเจริญเติบโตช้าในครรภ์ (IUGR) มีจุดแคลเซียมเกาะในสมอง (Intracranial calcifications) หรือโครงสร้างสมองผิดปกติ แพทย์จะส่งตรวจเลือดหาเชื้อกลุ่มนี้ทันที

เกณฑ์การตรวจเลือดหาแอนติบอดี IgG และ IgM

การวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการที่ได้ผลเร็วและแม่นยำที่สุดคือการตรวจหาแอนติบอดีหรือภูมิคุ้มกันในกระแสเลือดของมารดา ซึ่งแบ่งออกเป็นสองชนิดหลักๆ คือ IgG (Immunoglobulin G) และ IgM (Immunoglobulin M) การแปรผลทางคลินิกมีแนวทางดังนี้

  • IgM เป็นลบ (-) และ IgG เป็นลบ (-): แสดงว่าคุณแม่ไม่มีภูมิคุ้มกันและไม่เคยติดเชื้อมาก่อน ถือเป็นกลุ่มที่ต้องระมัดระวังตัวอย่างยิ่งเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อครั้งแรกระหว่างการตั้งครรภ์
  • IgM เป็นลบ (-) และ IgG เป็นบวก (+): แสดงว่าคุณแม่เคยติดเชื้อมาก่อนหน้านี้เป็นเวลานานแล้ว หรือได้รับวัคซีนจนมีภูมิคุ้มกันถาวร โดยทั่วไปมักจะปลอดภัยสำหรับทารกในครรภ์ (ยกเว้นในกรณีของ CMV หรือ HSV ที่อาจมีการกำเริบซ้ำได้)
  • IgM เป็นบวก (+) และ IgG เป็นลบ (-): บ่งชี้ว่าอาจมีการติดเชื้อครั้งแรกเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมากในการส่งผ่านเชื้อไปยังทารก แพทย์จะทำการตรวจซ้ำในอีก 2-3 สัปดาห์ถัดไปเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของ IgG หรือส่งตรวจวิธีพิเศษเพิ่มเติม
  • IgM เป็นบวก (+) และ IgG เป็นบวก (+): อาจเกิดจากการติดเชื้อในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หรือเป็นผลบวกลวงจากความเข้มข้นของแอนติบอดีที่ค้างอยู่ ในกรณีนี้แพทย์มักจะส่งตรวจค่า IgG Avidity เพื่อคำนวณระยะเวลาของการติดเชื้อที่แน่นอน ว่าเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการปฏิสนธิ

การดูแลครรภ์ที่ดีไม่ใช่เพียงแค่การฝากครรภ์ตามนัดเท่านั้น แต่คือการสังเกตพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมรอบตัว หากคุณแม่ท่านใดประเมินแล้วพบว่าตนเองมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือมีอาการเข้าข่ายข้างต้น การปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาตรวจหาการติดเชื้อกลุ่ม TORCH ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสม และช่วยลดโอกาสความสูญเสียของครอบครัวได้อย่างมีนัยสำคัญ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down