ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความกังวลใจของมารดามือใหม่: เลี้ยงสัตว์เลี้ยง กินอาหารดิบ เสี่ยงต่อลูกในครรภ์เพียงใด

“หมอคะ ที่บ้านเลี้ยงแมวอยู่หลายตัว ตอนนี้รู้ว่าตั้งครรภ์ จะต้องยกแมวให้คนอื่นเลี้ยงไหม” หรือ “กังวลว่าช่วงสัปดาห์แรกๆ ที่ยังไม่รู้ตัวว่าท้อง ได้กินอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบไปจะเป็นอะไรไหม” คำถามเหล่านี้เป็นข้อกังวลยอดฮิตที่พบบ่อยมากในห้องตรวจฝากครรภ์ ความรักและความเป็นห่วงที่มารดามีต่อลูกน้อยตั้งแต่อยู่ในครรภ์เป็นสิ่งงดงาม แต่ความกังวลที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดความเครียดโดยไม่จำเป็น การทำความเข้าใจเรื่อง ตรวจหาการติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยคลายความกังวลและปกป้องลูกน้อยได้อย่างตรงจุด

การติดเชื้อบางประเภทในขณะตั้งครรภ์อาจไม่แสดงอาการเด่นชัดในตัวมารดา หรือมีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา แต่ทว่าสามารถส่งผลกระทบร้ายแรงต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ นำไปสู่ภาวะแท้ง การคลอดก่อนกำหนด หรือความพิการแต่กำเนิด การตรวจคัดกรองทางห้องปฏิบัติการตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นมาตรการป้องกันที่ดีที่สุดที่คุณแม่สามารถเลือกทำได้

ทำความรู้จักกลุ่มอาการทอร์ช (TORCH) ความเสี่ยงจากสัตว์เลี้ยงและอาหารไม่ปรุงสุก

กลุ่มอาการติดเชื้อในครรภ์ที่เรียกว่า TORCH เป็นกลุ่มของเชื้อโรคที่สามารถส่งผ่านจากมารดาสู่ทารกในครรภ์ผ่านทางรก โดยคำว่า TORCH เป็นอักษรย่อของเชื้อสำคัญดังต่อไปนี้

  • T (Toxoplasmosis): โรคพยาธิใบไม้ในเนื้อเยื่อ หรือท็อกโซพลาสมาซิส เกิดจากเชื้อโปรโตซัว Toxoplasma gondii
  • O (Other infections): การติดเชื้ออื่นๆ เช่น ซิฟิลิส, ไวรัสพาร์โวบี19 (Parvovirus B19), และอีสุกอีใส (Varicella-zoster)
  • R (Rubella): ไวรัสหัดเยอรมัน
  • C (Cytomegalovirus หรือ CMV): เชื้อไวรัสในกลุ่มเริมที่ส่งผลต่อระบบประสาทและการได้ยินของทารก
  • H (Herpes Simplex Virus หรือ HSV): เชื้อไวรัสเริม

เชื้อท็อกโซพลาสมา (Toxoplasmosis) ภัยเงียบจากมูลแมวและเนื้อดิบ

สำหรับคุณแม่ที่เลี้ยงแมวหรือชื่นชอบการรับประทานอาหารดิบ เชื้อ Toxoplasma gondii คือสิ่งที่เราต้องระวังเป็นพิเศษ เชื้อนี้มีแมวเป็นโฮสต์กึ่งสุดท้าย โดยเชื้อจะถูกขับออกมากับมูลแมว หากคุณแม่สัมผัสกระบะทรายแมวแล้วไม่ได้ล้างมืออย่างสะอาด หรือรับประทานผักสดที่ล้างไม่สะอาด รวมถึงเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก เชื้อนี้สามารถผ่านรกไปทำลายสมองและสายตาของทารกในครรภ์ ทำให้เกิดภาวะศีรษะโตผิดปกติหรือตาบอดได้ การ ตรวจหาการติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ สำหรับเชื้อนี้จะช่วยประเมินว่าคุณแม่เคยมีภูมิคุ้มกันมาก่อนหรือไม่ หรือกำลังมีภาวะติดเชื้อเฉียบพลัน เพื่อที่แพทย์จะได้วางแผนการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะได้ทันท่วงที

การตรวจระดับภูมิคุ้มกันและหาเชื้อหัดเยอรมัน (Rubella) ความเสี่ยงต่อความพิการแต่กำเนิด

ไวรัสหัดเยอรมันเป็นฝันร้ายอย่างหนึ่งของกุมารแพทย์และสูตินรีแพทย์ หากคุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับเชื้อนี้ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ เชื้อไวรัสจะเข้าไปขัดขวางการแบ่งตัวของเซลล์ตัวอ่อน ส่งผลให้เกิด กลุ่มอาการหัดเยอรมันแต่กำเนิด (Congenital Rubella Syndrome: CRS) ทำให้ทารกมีความพิการอย่างรุนแรง เช่น ต้อกระจก หูหนวก หัวใจพิการแต่กำเนิด และสมองไม่พัฒนา

การตรวจเลือดเพื่อหาภูมิคุ้มกันต่อโรคหัดเยอรมัน (Rubella IgG) ตั้งแต่เริ่มฝากครรภ์ หรือทางที่ดีที่สุดคือตรวจตั้งแต่ช่วงเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ จะช่วยให้ทราบสถานะภูมิคุ้มกันของคุณแม่ หากพบว่าไม่มีภูมิคุ้มกัน แพทย์จะแนะนำให้ระมัดระวังการสัมผัสกับผู้ป่วยอย่างเข้มงวด และหลีกเลี่ยงสถานที่แออัดตลอดการตั้งครรภ์ เนื่องจากวัคซีนหัดเยอรมันเป็นวัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ที่ห้ามฉีดในระหว่างตั้งครรภ์โดยเด็ดขาด

ปกป้องลูกน้อยจากไวรัสตับอักเสบบี ซิฟิลิส และเอชไอวี (HIV)

นอกเหนือจากกลุ่มอาการทอร์ชแล้ว การ ตรวจหาการติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ สำหรับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และทางกระแสเลือดสามโรคหลัก ถือเป็นมาตรฐานสำคัญระดับสากลที่สตรีตั้งครรภ์ทุกคนต้องได้รับการตรวจคัดกรองอย่างไม่มีข้อยกเว้น

1. ไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B Virus - HBV)

หากคุณแม่เป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบบี ทารกมีโอกาสติดเชื้อสูงมากในระหว่างกระบวนการคลอดผ่านการสัมผัสเลือดและสารคัดหลั่ง การตรวจพบเชื้อตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้แพทย์เตรียมความพร้อมในการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ร่วมกับการฉีดสารภูมิคุ้มกันพร้อมใช้ (HBIG) ให้แก่ทารกทันทีภายใน 12 ชั่วโมงแรกหลังคลอด ซึ่งสามารถป้องกันการติดเชื้อในทารกได้มากกว่าร้อยละ 95 และลดความเสี่ยงที่เด็กจะกลายเป็นโรคตับอักเสบเรื้อรังหรือมะเร็งตับในอนาคต

2. ซิฟิลิส (Syphilis)

ในปัจจุบันพบการกลับมาระบาดของโรคซิฟิลิสมากขึ้นอย่างน่าตกใจ เชื้อซิฟิลิสสามารถผ่านรกไปทำอันตรายต่อทารกได้ทุกไตรมาส ส่งผลให้เกิดการแท้ง การคลอดก่อนกำหนด หรือทารกเสียชีวิตในครรภ์ หากทารกรอดชีวิตอาจคลอดออกมาพร้อมภาวะซิฟิลิสแต่กำเนิดที่มีอาการรุนแรงต่อกระดูก ตับ ม้าม และสมอง การตรวจคัดกรองด้วยการเจาะเลือด VDRL หรือ RPR ตั้งแต่ฝากครรภ์ครั้งแรก จะช่วยให้แพทย์สามารถให้ยาปฏิชีวนะเพนิซิลลินเพื่อรักษาทั้งคุณแม่และป้องกันทารกในครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง

3. เอชไอวี (HIV)

การส่งผ่านเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในระยะตั้งครรภ์ ระหว่างคลอด และผ่านการให้นมบุตร อย่างไรก็ตาม ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ปัจจุบัน หากคุณแม่เข้ารับการ ตรวจหาการติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ และพบการติดเชื้อตั้งแต่ระยะแรก การได้รับยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดปริมาณไวรัสในเลือดจนไม่สามารถตรวจพบ ส่งผลให้อัตราการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกลดลงเหลือต่ำกว่าร้อยละ 1 เท่านั้น ซึ่งถือเป็นการมอบชีวิตใหม่ที่แข็งแรงให้แก่ลูกน้อย

แนวทางการปฏิบัติตัวเพื่อสุขอนามัยที่ดี หลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อโรคในชีวิตประจำวัน

นอกเหนือจากการตรวจคัดกรองทางการแพทย์แล้ว การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเป็นเกราะป้องกันชั้นยอดที่คุณแม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อโรคต่างๆ ดังนี้

  • มอบหน้าที่ทำความสะอาดกระบะทรายแมวให้ผู้อื่น: หากไม่มีผู้ช่วยจริงๆ ให้สวมถุงมือหนาๆ และหน้ากากอนามัยขณะทำความสะอาด และล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดทันทีหลังเสร็จสิ้นภารกิจ
  • เน้นอาหารปรุงสุกสะอาด: งดเว้นการรับประทานเนื้อสัตว์ดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ เช่น ลาบ ก้อย สเต็กแบบกึ่งดิบ ซูชิปลาดิบ รวมถึงไข่ดิบ และควรล้างผักผลไม้ผ่านน้ำไหลหลายๆ ครั้งก่อนรับประทาน
  • แยกเขียงและอุปกรณ์ทำครัว: หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ร่วมกันระหว่างเนื้อสัตว์ดิบและอาหารที่ปรุงสุกแล้ว เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้ามของเชื้อโรค
  • รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด: ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ หลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย: โดยเฉพาะเด็กเล็กหรือผู้ใหญ่ที่มีอาการไข้ มีผื่น หรือสงสัยว่าเป็นโรคติดต่อ เช่น หัดเยอรมัน หรืออีสุกอีใส

การเป็นคุณแม่คือการเดินทางที่เต็มไปด้วยความรักและความรับผิดชอบ การตัดสินใจเข้ารับการ ตรวจหาการติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์ ไม่ใช่เรื่องของการวิตกกังวลจนเกินเหตุ แต่คือการแสดงออกถึงความรักและการปกป้องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คุณแม่สามารถมอบให้แก่ลูกน้อยได้ตั้งแต่เขายังไม่ลืมตาดูโลก การตรวจพบเร็วช่วยให้เราสามารถวางแผนและป้องกันภัยเงียบเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ของสมาชิกใหม่ในครอบครัว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down