ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อก้าวแรกของลูกไม่ราบรื่น: เข้าใจภาวะลูกเดินเท้าบิด

เสียงหัวเราะและรอยยิ้มในช่วงเวลาที่ลูกน้อยเริ่มตั้งไข่และก้าวเดินก้าวแรก มักถูกแทนที่ด้วยความกังวลใจของพ่อแม่ เมื่อสังเกตเห็นว่าลักษณะการเดินของลูกดูแปลกไป ปลายเท้าทั้งสองข้างบิดเข้าหากันจนดูเหมือนคนขาขวิด และมักจะสะดุดล้มบ่อยครั้ง อาการ ลูกเดินเท้าบิด เป็นหนึ่งในปัญหาด้านพัฒนาการกระดูกและข้อที่พบบ่อยที่สุดในคลินิกกุมารเวชศาสตร์ ซึ่งส่วนใหญ่มักมีจุดเริ่มต้นมาจากปัจจัยตั้งแต่วัยทารกที่หลายครอบครัวอาจมองข้ามไป

ภาวะปลายเท้าบิดเข้าใน (In-toeing) และบิดออกนอก (Out-toeing) ในเด็กเล็ก

โดยทั่วไปแล้ว ลักษณะการเดินของเด็กเล็กจะมีพัฒนาการตามช่วงวัย ปัญหาเรื่องปลายเท้าบิดแบ่งออกเป็นสองลักษณะใหญ่ คือ ภาวะปลายเท้าบิดเข้าใน (In-toeing) และภาวะปลายเท้าบิดออกนอก (Out-toeing) ซึ่งภาวะปลายเท้าบิดเข้าในเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่พามาพบแพทย์เนื่องจากกังวลว่าลูกจะล้มบ่อย

สาเหตุสำคัญของการเกิดภาวะปลายเท้าบิดเข้าในที่พบบ่อยที่สุดในเด็กวัยหัดเดิน (อายุ 1-3 ปี) คือ ภาวะกระดูกหน้าแข้งบิดเข้าใน (Internal Tibial Torsion) ซึ่งเกิดจากการที่ขาทารกถูกคู้ขดอยู่ในครรภ์มารดาที่มีพื้นที่จำกัดเป็นเวลานาน

การตรวจประเมินเบื้องต้นด้วยตนเอง:

  • ให้ลูกนอนคว่ำ ชันเข่าขึ้นทำมุม 90 องศา
  • สังเกตแนวของกระดูกหน้าแข้งเปรียบเทียบกับฝ่าเท้า (Thigh-Foot Angle)
  • หากพบว่าแนวฝ่าเท้าชี้เข้าหาลำตัวด้านในอย่างชัดเจนในขณะที่กระดูกต้นขาอยู่ในแนวตรง แสดงว่ามีภาวะกระดูกหน้าแข้งบิดเข้าใน

ส่วนใหญ่แล้ว ภาวะกระดูกหน้าแข้งบิดเข้าในนี้จะค่อยๆ ปรับตัวตรงขึ้นได้เองตามธรรมชาติเมื่อเด็กอายุประมาณ 4-5 ปี จากการที่กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรงขึ้นตามการใช้งาน

สัญญาณเตือนข้อสะโพกเคลื่อนหลุดแต่กำเนิด (Developmental Dysplasia of the Hip - DDH)

อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่มีความรุนแรงและอาจแสดงอาการผ่านการเดินเตาะแตะล้มบ่อย หรือเป็นปัจจัยหนุนที่ทำให้ ลูกเดินเท้าบิด คือ ภาวะข้อสะโพกเคลื่อนหลุดแต่กำเนิด (DDH) ซึ่งเป็นความผิดปกติของข้อสะโพกที่หัวกระดูกต้นขาไม่ประทับอยู่ในเบ้าสะโพกอย่างมั่นคง

หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจส่งผลเสียระยะยาวทำให้ขาสั้นยาวไม่เท่ากัน เดินกะเผลก และข้อสะโพกเสื่อมก่อนวัยอันควร สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ควรสังเกตมีดังนี้:

  • รอยพับผิวหนังบริเวณต้นขาหรือก้นไม่เท่ากัน: เมื่อจับลูกนอนหงายแล้วเหยียดขาตรง รอยพับหรือรอยย่นของผิวหนังที่ต้นขาทั้งสองข้างไม่สมมาตรกัน
  • กางข้อสะโพกได้ไม่สุด: เวลาเปลี่ยนผ้าอ้อมแล้วรู้สึกว่ากางขาของลูกออกด้านข้างได้ยาก หรือกางได้ไม่เท่ากันทั้งสองข้าง
  • ขามีความยาวไม่เท่ากัน: สังเกตเห็นได้ชัดเจนขึ้นเมื่อลูกเริ่มยืนหรือเดิน โดยข้างที่สะโพกเคลื่อนจะดูสั้นกว่า
  • ได้ยินเสียงคลิก (Clicking sound): มีเสียงดังกึกหรือคลิกในข้อสะโพกขณะขยับขาหรือกางขาออก

ผลกระทบของการห่อตัวทารกแรกเกิดที่แน่นหนาตึงรั้งเกินไป

ความเชื่อที่ว่าต้องห่อตัวเด็กให้แน่นและเหยียดขาตรงเพื่อไม่ให้ลูกโตขึ้นขาโก่ง เป็นความเชื่อที่ผิดและอันตรายอย่างยิ่งต่อพัฒนาการข้อต่อของทารก

ตามธรรมชาติแล้ว ข้อสะโพกของทารกแรกเกิดยังไม่พัฒนาเต็มที่และมีลักษณะหลวม โครงสร้างข้อต่อส่วนใหญ่ยังเป็นกระดูกอ่อน ท่าทางตามธรรมชาติของทารกคือการงอข้อเข่าและกางข้อสะโพกออกเล็กน้อยคล้ายท่ากบ (M-Position)

การห่อตัวที่แน่นตึงเกินไป โดยเฉพาะการดึงขาให้เหยียดตรงและมัดรวบเข้าหากัน จะเป็นการสร้างแรงกดทับอย่างรุนแรง บังคับให้หัวกระดูกต้นขาหลุดออกจากเบ้าสะโพก ส่งผลให้เกิดภาวะข้อสะโพกเคลื่อนหลุด (DDH) ตามมา ซึ่งเป็นชนวนเหตุสำคัญทำให้เด็กมีพัฒนาการเดินที่ผิดปกติและเกิดปัญหาลูกเดินเท้าบิดในอนาคต

การห่อตัวที่ถูกต้องและปลอดภัย ควรปล่อยให้ช่วงสะโพกและขาสามารถขยับเขยื้อน งอขยับ และกางออกได้ตามธรรมชาติ โดยเน้นกระชับเฉพาะช่วงบนของลำตัวเพื่อลดอาการสะดุ้งเท่านั้น

อันตรายจาก "รถหัดเดิน" ตัวการทำลายโครงสร้างการเดินตามธรรมชาติ

รถหัดเดิน (Baby Walker) ชนิดมีล้อลาก เป็นอุปกรณ์ที่กุมารแพทย์ทั่วโลกไม่แนะนำให้ใช้ เนื่องจากนอกจากจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงบ่อยครั้งแล้ว ยังส่งผลเสียร้ายแรงต่อโครงสร้างกระดูกและรูปแบบการเดินของเด็ก

การใช้รถหัดเดินส่งผลต่อโครงสร้างขาและการเดินดังนี้:

  • กระตุ้นการเดินเขย่งปลายเท้า: เนื่องจากเด็กจะใช้ปลายเท้าจิ้มพื้นเพื่อผลักรถให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า พฤติกรรมนี้จะทำให้เอ็นร้อยหวายตึงรั้ง กล้ามเนื้อน่องทำงานผิดปกติ และส่งผลต่อเนื่องให้กลายเป็นเด็กที่ชอบเดินเขย่งเท้าและเกิดอาการลูกเดินเท้าบิดเข้าในในที่สุด
  • รบกวนกลไกการทรงตัวตามธรรมชาติ: รถหัดเดินทำให้เด็กไม่ต้องฝึกทรงตัวด้วยตนเอง กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว สะโพก และต้นขาไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ ทำให้เมื่อปล่อยให้เดินเองจะล้มง่าย ทรงตัวได้ไม่ดี
  • สร้างแรงกดทับต่อข้อต่อที่ยังไม่พร้อม: การจับเด็กที่กระดูกและกล้ามเนื้อยังไม่แข็งแรงพอไปนั่งในรถหัดเดิน จะทำให้เกิดแรงกดทับที่ข้อสะโพกและแนวกระดูกขา ส่งผลให้กระดูกขาบิดเบี้ยวได้ง่ายขึ้น

แนวทางการดูแลและเมื่อไหร่ที่ควรพาไปพบแพทย์

หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกเดินเท้าบิดและล้มบ่อย สิ่งแรกที่ควรทำคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หลีกเลี่ยงการใช้รถหัดเดินอย่างเด็ดขาด ปล่อยให้ลูกได้ฝึกเดินบนพื้นราบที่ปลอดภัยด้วยเท้าเปล่าเพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัสและการทรงตัว และหลีกเลี่ยงการจับทารกเหยียดขาตรงแน่นหนาในการห่อตัว

อย่างไรก็ตาม ควรพาลูกไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อในเด็ก หากพบสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้:

  • ลูกมีอาการกะเผลก หรือแสดงอาการเจ็บปวดขณะเดิน
  • ภาวะเดินเท้าบิดเป็นอยู่เพียงข้างเดียวอย่างชัดเจน
  • อาการเดินเท้าบิดไม่ดีขึ้น หรือกลับแย่ลงหลังจากอายุ 3 ปีขึ้นไป
  • ความสูงของขาทั้งสองข้างไม่เท่ากัน หรือกางข้อสะโพกได้ไม่เท่ากันอย่างเห็นได้ชัด

การสังเกตและตรวจประเมินอย่างใส่ใจตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม เพื่อให้ก้าวแรกและก้าวต่อๆ ไปของลูกน้อยมั่นคงและปลอดภัยในระยะยาว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down