ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ในหอผู้ป่วยเด็กช่วงฤดูฝนที่มีการระบาดของไข้เลือดออก คำถามที่กุมารแพทย์มักจะได้รับจากคุณพ่อคุณแม่บ่อยที่สุดคำถามหนึ่งคือ ไข้ลดลงแล้ว ทำไมลูกยังดูเพลีย และทำไมหมอถึงต้องให้ระวังการล้มกระแทกมากขนาดนี้ ความจริงที่น่ากังวลคือ ในโรคไข้เลือดออก ช่วงที่ไข้ลดลงมักเป็นช่วงเข้าสู่ระยะวิกฤต ซึ่งเป็นช่วงที่ระดับเกล็ดเลือดสามารถลดต่ำลงได้อย่างรวดเร็ว

เรื่องของเกล็ดเลือดต่ำและการป้องกันอุบัติเหตุในเด็กวัยเตาะแตะจึงเป็นหัวข้อสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากเด็กวัยนี้กำลังเรียนรู้การเดินและทรงตัว มีโอกาสล้มกระแทกได้ง่ายเป็นทุนเดิม เมื่อรวมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกในอวัยวะสำคัญจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างทวีคูณและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการป้องกันอย่างถูกวิธี

ความเปราะบางของร่างกายเด็กวัยหัดเดินเมื่อค่าเกล็ดเลือดตกลงสู่ระดับวิกฤต

เกล็ดเลือดมีหน้าที่สำคัญในการช่วยให้เลือดแข็งตัวและช่วยอุดรอยรั่วของหลอดเลือดเมื่อเกิดการบาดเจ็บ ในสภาวะปกติ เด็กทั่วไปจะมีระดับเกล็ดเลือดอยู่ที่ประมาณ 150,000 ถึง 450,000 เซลล์ต่อไมโครลิตร แต่สำหรับเด็กที่เป็นโรคไข้เลือดออก โดยเฉพาะในช่วงระยะวิกฤตที่ไข้เริ่มลดลง ค่าเกล็ดเลือดอาจดิ่งต่ำลงกว่า 100,000 หรือในรายที่มีอาการรุนแรงอาจเหลือต่ำกว่า 50,000 หรือ 20,000 เซลล์ต่อไมโครลิตร ซึ่งถือเป็นระดับวิกฤตที่พร้อมจะทำให้เกิดภาวะเลือดออกง่ายหยุดยาก

เด็กวัยหัดเดินอายุระหว่าง 1 ถึง 3 ปี มีลักษณะทางสรีรวิทยาที่ผิวหนังและผนังหลอดเลือดมีความเปราะบางสูง ประกอบกับการควบคุมกล้ามเนื้อและการทรงตัวยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้เด็กวัยนี้ล้มบ่อย เมื่อเกล็ดเลือดต่ำลงอย่างมาก กลไกการห้ามเลือดตามธรรมชาติจะสูญเสียไป แม้การกระแทกเพียงเล็กน้อยที่ในเวลาปกติอาจทำให้เกิดแค่รอยแดง ก็สามารถส่งผลให้เกิดการสะสมของเลือดใต้ผิวหนังเป็นวงกว้าง หรือเกิดการตกเลือดในช่องท้องและสมองได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า

วิธีการปรับปรุงพื้นที่รอบตัวและเฟอร์นิเจอร์เพื่อลดแรงกระแทกจากการล้มศีรษะชนสิ่งของ

การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ปลอดภัยถือเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลผู้ป่วยเด็กที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ การเตรียมพื้นที่ล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บที่คาดไม่ถึงได้เป็นอย่างดีโดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้

1. ปูพื้นด้วยวัสดุกันกระแทก

ควรปูแผ่นโฟมรองคลานหรืองานจิ๊กซอว์ EVA หนาพิเศษอย่างน้อย 1.5 ถึง 2 เซนติเมตร ทั่วบริเวณที่เด็กมักจะใช้ทำกิจกรรมเพื่อช่วยซับแรงกระแทกเมื่อเกิดการล้ม หลีกเลี่ยงการปล่อยให้เด็กเดินบนพื้นกระเบื้อง พื้นปูน หรือพื้นไม้แข็งเปล่าๆ โดยเด็ดขาด

2. จัดการมุมแหลมคมของเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด

โต๊ะกาแฟ ชั้นวางทีวี และขอบเตียง มักอยู่ในระดับสายตาและระดับศีรษะของเด็กวัยหัดเดินพอดี ควรใช้ยางกันกระแทกหรือซิลิโคนหุ้มมุมโต๊ะสวมทับทุกมุมแหลมคม หากเป็นไปได้ควรย้ายเฟอร์นิเจอร์ที่มีเหลี่ยมมุมแหลมออกนอกพื้นที่ที่เด็กใช้งานชั่วคราว

3. เคลียร์สิ่งกีดขวางบนพื้นเพื่อป้องกันการสะดุด

ของเล่นชิ้นเล็กๆ สายไฟพาดผ่านพื้น หรือพรมเช็ดเท้าที่ลื่นไถลง่าย มักเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กสะดุดล้ม ควรจัดเก็บสิ่งของเหล่านี้ขึ้นที่สูง และใช้แผ่นกันลื่นยึดใต้พรมทุกผืนให้แน่นหนา

4. ปรับระดับเตียงและที่นอนให้ต่ำที่สุด

แนะนำให้ย้ายฟูกนอนลงมาวางบนพื้นโดยตรงเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการตกเตียงในเวลากลางคืน หากจำเป็นต้องใช้เตียง ควรติดตั้งที่กั้นเตียงที่มีเบาะนุ่มบุซับด้านในไว้รอบด้านเพื่อป้องกันศีรษะกระแทกกับโครงเตียงแข็ง

ข้อห้ามการทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บหรือฟกช้ำระหว่างการฟื้นตัว

ในระหว่างที่ร่างกายของลูกน้อยกำลังฟื้นตัวจากไข้เลือดออกและรอให้ระดับเกล็ดเลือดกลับเข้าสู่ภาวะปกติ คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องจำกัดกิจกรรมบางประเภทอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

คำแนะนำสำคัญจากแพทย์: แม้เด็กจะมีท่าทางร่าเริงและอยากเล่นสนุกหลังจากไข้ลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าระดับเกล็ดเลือดในร่างกายกลับมาปลอดภัยแล้ว การจำกัดกิจกรรมจึงต้องทำอย่างต่อเนื่องจนกว่าแพทย์ผู้รักษาจะยืนยันผลเลือดว่าพ้นขีดอันตราย
  • ห้ามวิ่งเล่นและกระโดดเด็ดขาด: งดการวิ่งเล่นไล่จับ การกระโดดบนโซฟา หรือการกระโดดบนเตียง เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเสียการทรงตัวล้มพับหรือศีรษะกระแทกพื้น
  • งดใช้อุปกรณ์ล้อเลื่อนทุกชนิด: เช่น รถขาไถ จักรยานทรงตัว หรือสกู๊ตเตอร์ เพราะการล้มจากความเร็วเพียงเล็กน้อยก็สามารถกระตุ้นให้เกิดเลือดออกในสมองหรือข้อต่อได้
  • หลีกเลี่ยงของเล่นที่มีน้ำหนักมากหรือมีส่วนแหลมคม: เช่น ของเล่นโลหะ หุ่นยนต์พลาสติกแข็ง หรือบล็อกไม้ขนาดใหญ่ เพราะอาจตกใส่เท้าหรือกระแทกใบหน้าของเด็กขณะเล่น ควรเปลี่ยนมาใช้บล็อกซิลิโคนนุ่ม ของเล่นผ้า หรือกิจกรรมวาดเขียนแทน
  • งดไปสนามเด็กเล่นกลางแจ้ง: หลีกเลี่ยงการเล่นเครื่องเล่นทุกประเภท เช่น สไลเดอร์ ชิงช้า หรือเครื่องปีนป่าย ซึ่งมีโอกาสตกลงมาจากที่สูงหรือกระแทกกับโครงเหล็กได้ง่าย

วิธีสังเกตอาการเลือดออกในอวัยวะภายในจากการชนหรือการกระแทกเบาๆ

เนื่องจากเด็กวัยหัดเดินยังไม่สามารถอธิบายอาการเจ็บปวดหรือความผิดปกติภายในร่างกายของตนเองได้อย่างละเอียด คุณพ่อคุณแม่จึงต้องเป็นผู้สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากเด็กได้รับการกระแทกแม้เพียงเล็กน้อย ให้เฝ้าระวังอาการที่บ่งบอกถึงภาวะเลือดออกในอวัยวะภายในดังต่อไปนี้

1. สัญญาณเตือนทางผิวหนังและข้อต่อ

สังเกตการเกิดรอยจ้ำช้ำสีเขียวคล้ำหรือม่วงแดงขนาดใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากถูกกระแทกเบาๆ หรือการมีจุดเลือดออกสีแดงเข้มขนาดเล็กเท่าหัวเข็มหมุดกระจายตามผิวหนัง หากมีเลือดออกในข้อต่อ เด็กจะมีอาการปวด บวมแดง และไม่ยอมลงน้ำหนักหรือขยับแขนขาข้างนั้น

2. สัญญาณเตือนภาวะเลือดออกในสมอง

ศีรษะเป็นอวัยวะที่ต้องระวังมากที่สุด หากมีแรงกระแทกที่ศีรษะและมีเลือดออกในสมอง เด็กจะมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด นอนหลับปลุกตื่นยาก งอแงร้องกวนผิดปกติ คลื่นไส้และอาเจียนพุ่ง เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ หรือมีอาการชักเกร็งและหมดสติ

3. สัญญาณเตือนภาวะเลือดออกในช่องท้องและทางเดินอาหาร

หากมีแรงกระแทกบริเวณลำตัวหรือหน้าท้อง แล้วมีเลือดออกในอวัยวะภายใน เด็กอาจมีอาการท้องอืด ตึง และเจ็บเมื่อสัมผัสหน้าท้อง มีการขับถ่ายอุจจาระเป็นสีดำเข้มคล้ายยางมะตอย หรือถ่ายมีเลือดสดปน รวมถึงการอาเจียนออกมาเป็นสีน้ำตาลเข้มคล้ายผงกาแฟหรือมีเลือดปน

4. สัญญาณของภาวะเสียเลือดเฉียบพลัน

หากมีการตกเลือดภายในปริมาณมาก ร่างกายจะแสดงอาการขาดเลือด ได้แก่ ผิวหนังซีดลง ปากซีด มือเท้าเย็นและชื้น ชีพจรเต้นเร็วแต่เบา หายใจหอบเร็ว และดูหมดแรงไม่มีแรงตอบสนอง

หากพบอาการผิดปกติแม้เพียงข้อเดียวหลังจากเกิดการกระแทก คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบนำตัวลูกน้อยส่งโรงพยาบาลโดยด่วนที่สุด เพื่อให้แพทย์ตรวจเช็กระดับเกล็ดเลือดและประเมินการรักษาอย่างทันท่วงทีเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down