ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อไข้ลดแต่ลูกยังเหนื่อย: สัญญาณอันตรายที่สับสนระหว่างไข้สูงธรรมดากับโรคหัวใจ

ในห้องตรวจกุมารเวชศาสตร์ คำถามที่พบบ่อยที่สุดข้อหนึ่งจากคุณพ่อคุณแม่เมื่อลูกมีไข้สูงคือ "ทำไมลูกหัวใจเต้นเร็วและแรงจังจะอันตรายไหม" โดยทั่วไปแล้ว อาการหัวใจเต้นเร็วขณะมีไข้สูงถือเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายในการตอบสนองต่ออุณหภูมิที่สูงขึ้น แต่ในบางกรณี อาการชีพจรเต้นเร็วผิดปกติและอาการเหนื่อยง่ายที่ดูเหมือนไม่มีอะไร อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและอันตรายถึงชีวิต นั่นคือ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากไวรัส

การแยกแยะความแตกต่างระหว่างอาการตอบสนองต่อไข้ตามปกติ กับภาวะกล้ามเนื้อหัวใจทำงานล้มเหลว จึงเป็นทักษะสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองควรทราบเพื่อการพาเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที

1. การเปรียบเทียบอัตราการเต้นของชีพจรกับระดับอุณหภูมิร่างกาย

โดยปกติแล้ว กลไกของร่างกายมนุษย์เมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้น อัตราการเมตาบอลิซึมจะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้หัวใจต้องบีบตัวเร็วขึ้นเพื่อนำเลือดไปเลี้ยงร่างกาย ทางกุมารเวชศาสตร์มีเกณฑ์มาตรฐานในการประเมินความสัมพันธ์ระหว่างไข้กับอัตราการเต้นของหัวใจดังนี้

  • เกณฑ์มาตรฐานทางสรีรวิทยา: อุณหภูมิร่างกายที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 1 องศาเซลเซียส จะส่งผลให้อัตราการเต้นของชีพจรเพิ่มขึ้นประมาณ 10 ถึง 15 ครั้งต่อนาที
  • ตัวอย่างการคำนวณ: หากเด็กมีอัตราการเต้นของหัวใจปกติขณะไม่มีไข้อยู่ที่ 90 ครั้งต่อนาที เมื่อมีไข้สูง 39 องศาเซลเซียส (เพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียสจากอุณหภูมิปกติ 37 องศาเซลเซียส) อัตราการเต้นของหัวใจควรจะอยู่ที่ประมาณ 110 ถึง 120 ครั้งต่อนาที
จุดสังเกตสำคัญ: หากพบว่าลูกมีไข้เพียงเล็กน้อย แต่อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งสูงเกินสัดส่วน เช่น สูงกว่า 160-180 ครั้งต่อนาที หรือในกรณีที่เช็ดตัวลดไข้และให้ยาลดไข้จนอุณหภูมิร่างกายกลับมาเป็นปกติแล้ว แต่อัตราการเต้นของหัวใจยังคงเร็วและรัวอยู่ ร่วมกับเด็กมีอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด นี่คือสัญญาณเตือนสีแดง (Red Flag) ที่บ่งชี้ว่าอาจเกิดความผิดปกติขึ้นกับระบบนำไฟฟ้าของหัวใจหรือเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ

2. อาการหน้าอกบุ๋ม หายใจเร็ว และตับโต: สัญญาณการคั่งของน้ำและเลือด

เมื่อ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากไวรัส ดำเนินความรุนแรงขึ้น ความสามารถในการสูบฉีดเลือดของหัวใจจะลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ร่างกายต้องชดเชยเพื่อให้ได้รับออกซิเจนเพียงพอ และนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure) ซึ่งสังเกตได้จาก 3 อาการหลักทางคลินิก ดังนี้

หายใจเร็วและหน้าอกบุ๋ม (Respiratory Distress)

เมื่อหัวใจห้องล่างซ้ายทำงานล้มเหลว จะเกิดการสะสมของแรงดันย้อนกลับไปที่ปอด ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมปอดหรือเลือดคั่งในปอด (Pulmonary Congestion) เด็กจะเริ่มหายใจเร็วขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนออกซิเจน คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตเห็นซี่โครงบุ๋ม ใต้ชายโครงบุ๋ม หรือคอบุ๋มขณะหายใจเข้า รวมถึงอาจมีอาการปีกจมูกบานร่วมด้วย ซึ่งแสดงถึงการใช้กล้ามเนื้อช่วยหายใจอย่างหนัก

อาการตับโตจากการคั่งของเลือด (Hepatomegaly)

เนื่องจากหัวใจฝั่งขวาไม่สามารถรับเลือดดำกลับเข้าสู่หัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้แรงดันในระบบหลอดเลือดดำส่วนกลางสูงขึ้น เลือดจึงไปคั่งอยู่ที่ตับ ส่งผลให้ตับมีขนาดโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ในทางการแพทย์ การตรวจคลำหน้าท้องเด็กจะพบขอบตับโตต่ำกว่าชายโครงขวามากกว่าปกติ ซึ่งมักทำให้เด็กมีอาการแน่นท้อง อาเจียน หรือปวดท้องบริเวณชายโครงขวา

อาการเหนื่อยง่ายและปฏิเสธการกินนม

ในเด็กเล็ก อาการเหนื่อยง่ายจะแสดงออกชัดเจนที่สุดผ่านการกินนม เด็กจะดูดนมได้เพียงไม่กี่ออนซ์แล้วต้องหยุดพัก หายใจหอบ มีเหงื่ออกท่วมศีรษะขณะกินนม หรือในเด็กโตจะบ่นเหนื่อยง่ายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้เพียงแค่เดินระยะทางสั้นๆ หรือทำกิจกรรมเบาๆ

3. แนวทางการวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบในสถานพยาบาล

เมื่อนำส่งโรงพยาบาล แพทย์เฉพาะทางจะดำเนินการตรวจวินิจฉัยอย่างเร่งด่วนเพื่อยืนยันภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ โดยมีเครื่องมือสำคัญดังต่อไปนี้

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram: EKG)

เป็นการตรวจเพื่อดูระบบกระแสไฟฟ้าในหัวใจ ซึ่งมักพบความผิดปกติได้หลายรูปแบบในผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เช่น

  • การเต้นของหัวใจที่เร็วผิดปกติ (Sinus Tachycardia) หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดต่างๆ
  • การเปลี่ยนแปลงของช่วง ST-T segment (ST-T changes) หรือ T-wave inversion ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือได้รับบาดเจ็บ
  • คลื่นไฟฟ้าหัวใจมีขนาดต่ำลง (Low voltage QRS complexes) เนื่องจากการอักเสบและการหนาตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ

การตรวจระดับเอนไซม์และโปรตีนของกล้ามเนื้อหัวใจในเลือด (Cardiac Biomarkers)

เมื่อเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจได้รับความเสียหายหรือเกิดการอักเสบ เซลล์จะปล่อยโปรตีนเฉพาะกลุ่มเข้าสู่กระแสเลือด การเจาะเลือดตรวจหาค่าเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญในการยืนยันโรค

  • Troponin T หรือ Troponin I: เป็นตัวบ่งชี้ที่มีความไวและความจำเพาะเจาะจงต่อการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหัวใจสูงที่สุด หากมีค่าสูงกว่าเกณฑ์ปกติอย่างมีนัยสำคัญ จะช่วยยืนยันการทำลายของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ
  • CK-MB (Creatine Kinase-MB): เอนไซม์ที่พบมากในกล้ามเนื้อหัวใจ ใช้ประเมินร่วมกับการตรวจ Troponin เพื่อดูความรุนแรงของการอักเสบ
  • NT-proBNP: สารชีวโมเลกุลที่จะหลั่งออกมาเมื่อกล้ามเนื้อหัวใจถูกยืดออกจากการมีปริมาตรน้ำหรือแรงดันในหัวใจสูงเกินไป ใช้ในการประเมินภาวะหัวใจล้มเหลว

นอกจากนี้ กุมารแพทย์อาจพิจารณาส่งตรวจเพิ่มเติมด้วยการเอกซเรย์ทรวงอกเพื่อดูขนาดของหัวใจและภาวะน้ำท่วมปอด ร่วมกับการทำอัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram) เพื่อประเมินประสิทธิภาพการบีบตัวของหัวใจ (Ejection Fraction) และตรวจหาภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มหัวใจ

คำแนะนำทางการแพทย์เพื่อการเฝ้าระวัง

กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากไวรัสในเด็กเป็นโรคที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเฉียบพลัน บ่อยครั้งที่เริ่มแรกอาการคล้ายคลึงกับไข้หวัดธรรมดาหรือไข้หวัดใหญ่ แต่เมื่อไวรัสเข้าสู่กระแสเลือดและจู่โจมกล้ามเนื้อหัวใจ อาการจะทรุดลงอย่างรวดเร็ว

หากพบว่าลูกน้อยมีไข้ ร่วมกับอาการหายใจเร็ว หน้าอกบุ๋ม ซึมลง มือเท้าเย็น ชีด หรือบ่นว่าเจ็บหน้าอก แม้ไข้จะลดลงแล้วก็ตาม ไม่ควรรอช้าที่จะพาไปพบกุมารแพทย์ในทันที เพราะการได้รับการวินิจฉัยและดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดในหน่วยอภิบาลผู้ป่วยหนักกุมารเวชศาสตร์ (PICU) จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและช่วยรักษาชีวิตของลูกน้อยไว้ได้อย่างปลอดภัย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down