กังวลใจแค่ไหนเมื่อลูกน้อยกลืนน้ำเกลือและน้ำมูกลงท้อง
เวลาเห็นลูกน้อยมีอาการคัดจมูก หายใจเสียงดังครืดคราด หรือมีน้ำมูกอุดตันจนงอแงไม่ยอมกินนม คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมักเลือกการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเพื่อช่วยระบายสิ่งอุดตัน แต่สิ่งหนึ่งที่มักสร้างความกังวลใจตามมาคือ ภาพที่เห็นลูกกลืนน้ำเกลือผสมน้ำมูกลงท้องไปต่อหน้าต่อตา คำถามที่หมอมักได้รับบ่อยๆ ในห้องตรวจก็คือ การที่น้ำเกลือและน้ำมูกไหลลงท้องจะส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหารของทารกที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่หรือไม่
บทความนี้จะมาไขข้อข้องใจอย่างละเอียดด้วยหลักการทางกุมารเวชศาสตร์ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจระบบร่างกายของลูกน้อย และล้างจมูกได้อย่างมั่นใจและถูกวิธีมากยิ่งขึ้น
1. สรีรวิทยาการกลืนของทารกและการจัดการสิ่งแปลกปลอมในลำคอโดยอัตโนมัติ
กลไกการกลืนและการป้องกันทางเดินหายใจของเด็กทารกเป็นระบบธรรมชาติที่ชาญฉลาดอย่างมาก ตั้งแต่แรกเกิด ทารกจะมีกลไกสะท้อนกลับอัตโนมัติ (Innate Reflexes) ที่ช่วยปกป้องปอดและทางเดินหายใจส่วนล่างจากการสำลัก
เมื่อมีของเหลวอย่างน้ำเกลือหรือน้ำมูกไหลผ่านเข้าไปบริเวณคอหอยส่วนหลัง (Posterior Pharynx) ตัวรับความรู้สึกบริเวณนั้นจะส่งสัญญาณไปยังสมองอย่างรวดเร็วเพื่อกระตุ้นกลไกการกลืน (Swallowing Reflex) หรือรีเฟล็กซ์การขย้อน (Gag Reflex) ในทันที ขณะที่ทารกทำการกลืน แผ่นปิดกล่องเสียง (Epiglottis) จะปิดช่องทางเดินหายใจโดยอัตโนมัติ เพื่อบังคับให้ของเหลวทั้งหมดไหลลงสู่หลอดอาหารและกระเพาะอาหารแทนที่จะหลุดเข้าไปในหลอดลม
ข้อเท็จจริงทางการแพทย์: การที่ทารกกลืนน้ำเกลือหรือน้ำมูกลงท้องขณะล้างจมูก ถือเป็นกลไกการป้องกันตัวตามธรรมชาติเพื่อไม่ให้ของเหลวหลุดเข้าไปในทางเดินหายใจหรือปอด ซึ่งการลงไปสู่กระเพาะอาหารนั้นมีความปลอดภัยกว่าอย่างมาก
2. ผลกระทบของน้ำเกลือ 0.9% Sodium Chloride ต่อกระเพาะอาหารและการดูดซึม
น้ำเกลือที่แนะนำให้ใช้สำหรับการล้างจมูกคือ น้ำเกลือปราศจากเชื้อความเข้มข้น 0.9% (Normal Saline Solution) ซึ่งเป็นความเข้มข้นที่เป็นแบบ Isotonic หมายความว่า มีความเข้มข้นของแรงดันออสโมซิสเท่ากับของเหลวและเนื้อเยื่อในร่างกายมนุษย์
เมื่อทารกกลืนน้ำเกลือชนิดนี้ลงไปในกระเพาะอาหาร ปริมาณของเกลือโซเดียมและคลอไรด์ที่ปนไปเพียงเล็กน้อย (โดยทั่วไปเพียงไม่กี่มิลลิลิตร) จะไม่ส่งผลกระทบต่อความสมดุลของสารน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย และไม่กัดหรือทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารที่บอบบางของทารกแต่อย่างใด ระบบทางเดินอาหารและไตของทารกสามารถขับโซเดียมปริมาณเล็กน้อยนี้ออกได้อย่างสบาย ดังนั้น น้ำเกลือ 0.9% จึงไม่ขัดขวางการดูดซึมสารอาหารหรือนมแม่แต่ประการใด
3. ทำไมการกลืนน้ำมูกจึงไม่ก่ออันตรายร้ายแรง แต่ต้องระวังเรื่องท้องอืดหรืออาเจียน
น้ำมูกของมนุษย์ประกอบด้วยน้ำเป็นหลัก ร่วมกับโปรตีนมิวซิน (Mucin) แอนติบอดี (Antibodies) และเซลล์ที่หลุดลอก เมื่อทารกกลืนน้ำมูกลงไป กรดไฮโดรคลอริก (Hydrochloric Acid) ในกระเพาะอาหารซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดรุนแรงจะทำการย่อยสลายโปรตีนและทำลายเชื้อโรคส่วนใหญ่ในน้ำมูกได้ทันที
อย่างไรก็ตาม แม้น้ำมูกจะไม่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในระบบย่อยอาหาร แต่คุณพ่อคุณแม่อาจพบผลข้างเคียงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นได้ ดังนี้:
- อาการท้องอืดและแน่นท้อง: ขณะล้างจมูกและทารกร้องไห้หรือพยายามกลืน ทารกอาจกลืนลมเข้าไปในกระเพาะอาหารพร้อมกับน้ำเกลือและน้ำมูก ทำให้มีแก๊สในกระเพาะอาหารมากขึ้น
- การแหวะนมหรืออาเจียน: น้ำมูกมีความเหนียวข้น เมื่อลงไปสะสมในกระเพาะอาหารอาจไปกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะ หรือทำให้ทารกรู้สึกระคายเคืองคอจนขย้อนนมออกมาได้ โดยเฉพาะหากทำการล้างจมูกทันทีหลังจากการกินนมอิ่มๆ
4. วิธีล้างจมูกในเด็กทารกที่ถูกต้องเพื่อลดการกลืนและป้องกันผลข้างเคียง
การเรียนรู้ วิธีล้างจมูกในเด็กทารก อย่างถูกวิธี ไม่เพียงแต่ช่วยให้น้ำมูกหลุดออกมาได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยลดปริมาณน้ำเกลือที่ลูกจะกลืนลงท้องได้อย่างมาก โดยมีแนวทางการปฏิบัติที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำตามได้ง่ายๆ ดังนี้
ปรับท่านอนให้อยู่ในมุมเอียงที่เหมาะสม
ไม่ควรจับทารกนอนราบตรงแล้วหยดหรือฉีดน้ำเกลือ เพราะจะทำให้น้ำเกลือไหลลงสู่ลำคอโดยตรงตามแรงโน้มถ่วง ควรจัดท่าทางดังนี้:
- ทารกแรกเกิดถึง 6 เดือน: จับทารกนอนตะแคงหน้าไปด้านใดด้านหนึ่ง หรืออุ้มประคองในท่านั่งตะแคง ศีรษะยกสูงเล็กน้อยประมาณ 30 องศา
- การหยดหรือฉีดน้ำเกลือ: ฉีดหรือหยดน้ำเกลือเข้าในรูจมูกข้างที่อยู่ด้านบนอย่างช้าๆ น้ำเกลือจะไหลผ่านโพรงจมูกและดันน้ำมูกให้ไหลออกมาทางรูจมูกอีกข้าง หรือไหลออกมาทางรูจมูกเดิมโดยไม่ลงคอมากเกินไป
- การจับล็อคตัวอย่างนุ่มนวล: ใช้ผ้าห่อตัวทารกไว้เพื่อป้องกันการดิ้น ซึ่งช่วยให้ควบคุมทิศทางของไซริงค์หรือกระเปาะน้ำเกลือได้แม่นยำยิ่งขึ้น
เลือกเวลาที่เหมาะสม
หลีกเลี่ยงการล้างจมูกทันทีหลังจากที่ลูกน้อยเพิ่งกินนมอิ่ม เพราะการดิ้นหรือการขย้อนขณะล้างจมูกจะทำให้ลูกอาเจียนนมออกมาได้ง่าย ควรล้างจมูกช่วงก่อนกินนม หรือหลังจากกินนมไปแล้วอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง
สรุปคำแนะนำจากแพทย์
การที่ลูกน้อยกลืนน้ำเกลือและน้ำมูกลงท้องระหว่างการล้างจมูก ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อระบบย่อยอาหารหรือการดูดซึมสารอาหารของเด็กทารก ขอให้คุณพ่อคุณแม่คลายความกังวลในประเด็นนี้ได้ การฝึกฝน วิธีล้างจมูกในเด็กทารก ด้วยการจัดท่าทางให้ถูกต้อง และทำการล้างอย่างเบามือ จะช่วยลดการกลืนน้ำเกลือ ลดโอกาสการเกิดอาการท้องอืด และช่วยให้ลูกน้อยหายใจโล่งสบาย สดใส และนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น