ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อลูกน้อยงอแงไม่ยอมทานนมและมีไข้สูง: อย่ามองข้ามสัญญาณเตือนการติดเชื้อในลำคอ

เวลาที่เด็กเล็กวัยก่อนเรียนเริ่มมีอาการงอแงผิดปกติ ไม่ยอมกลืนนม ร้องไห้โยเยทุกครั้งที่ถึงเวลาป้อนอาหาร พร้อมกับมีไข้สูงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักนึกถึงไข้หวัดธรรมดาหรืออาการเจ็บเหงือกจากการงอกของฟัน ทว่าในฐานะกุมารแพทย์ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่พบบ่อยแต่ต้องการความใส่ใจเป็นพิเศษ นั่นคือการ ติดเชื้อสเตรปโตค็อกคัสในเด็กเล็ก ซึ่งเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินหายใจที่สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพของลูกน้อยได้มากกว่าที่คิดหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

ความแตกต่างของอาการคออักเสบ: เด็กเล็กวัยต่ำกว่า 3 ปี กับ เด็กโต

หนึ่งในความท้าทายของการวินิจฉัยโรคในเด็กเล็กคือ อาการแสดงของการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มสเตรปโตค็อกคัส กรุ๊ปเอ (Group A Streptococcus) ในเด็กวัยเตาะแตะหรือเด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ปี จะมีความแตกต่างจากเด็กโตและผู้ใหญ่อย่างสิ้นเชิง

  • เด็กโต (อายุมากกว่า 3 ปีขึ้นไป): มักแสดงอาการคออักเสบและต่อมทอนซิลอักเสบอย่างชัดเจน มีไข้สูง เจ็บคอมากเวลากลืนน้ำลาย ตรวจพบคอแดงจัด ต่อมทอนซิลบวมโตและอาจมีจุดหนองขาวๆ ปรากฏชัดเจน โดยมักจะไม่มีอาการไอหรือมีน้ำมูก
  • เด็กเล็ก (อายุต่ำกว่า 3 ปี): ร่างกายของเด็กวัยนี้ยังมีการตอบสนองต่อเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้แตกต่างออกไป อาการมักไม่จำเพาะเจาะจงและระบุตำแหน่งได้ยาก เด็กมักมีไข้ต่ำๆ ถึงไข้สูง มีอาการเยื่อบุจมูกอักเสบร่วมด้วย และมีอาการที่เรียกว่า Streptococcicosis ซึ่งเป็นกลุ่มอาการเฉพาะในเด็กเล็กที่เลียนแบบอาการหวัดแต่เรื้อรังกว่า
"การสังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของเด็กเล็กจึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุด เพราะพวกเขาไม่สามารถบอกเราได้ตรงๆ ว่ากำลังเจ็บคอหรือกลืนอาหารลำบาก"

3 อาการแสดงที่จำเพาะของการติดเชื้อสเตรปโตค็อกคัสในเด็กเล็ก

หากลูกน้อยในวัยก่อนเรียนมีอาการเหล่านี้ร่วมกัน คุณพ่อคุณแม่ควรพึงระวังว่าอาจเป็นการ ติดเชื้อสเตรปโตค็อกคัสในเด็กเล็ก และควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด

1. มีน้ำมูกข้นขุ่นและเหนียวหนืด

ต่างจากไข้หวัดธรรมดาที่มักเริ่มต้นด้วยน้ำมูกใสๆ แต่เด็กเล็กที่ติดเชื้อสเตรปโตค็อกคัสมักจะมีน้ำมูกข้นเหนียว สีเหลืองหรือเขียวคล้ายหนอง และอาจพบรอยแดงหรือสะเก็ดแผลบริเวณรอบๆ รูจมูกเนื่องจากน้ำมูกมีความเป็นกรดและระคายเคืองผิวหนังค่อนข้างมาก

2. ปฏิเสธการดูดนมและทานอาหารน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

เนื่องจากอาการอักเสบในลำคอทำให้ทุกครั้งที่กลืนน้ำหรือนมจะเกิดความเจ็บปวด เด็กมักจะร้องไห้จ๋าเมื่อเห็นขวดนม หรืออมนมไว้ในปากแล้วบ้วนทิ้ง ในบางรายอาจมีอาการอาเจียนร่วมด้วยหลังจากพยายามกลืนอาหาร

3. ซึมและงอแงผิดปกติ (Irritability)

เด็กจะมีอาการหงุดหงิดง่าย ร้องไห้กวนตลอดทั้งวัน สลับกับอาการซึม ไม่ร่าเริง และไม่เล่นของเล่นตามปกติ เนื่องจากความรู้สึกไม่สบายตัวจากพิษไข้และการอักเสบในช่องคอ ร่วมกับการมีต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอโตและกดเจ็บ

ความเสี่ยงและการแพร่กระจายเชื้อในเนอสเซอรี่และศูนย์เด็กเล็ก

เด็กวัยก่อนเรียนที่เริ่มเข้าเนอสเซอรี่หรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดต่อการรับและแพร่กระจายเชื้อนี้ เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตค็อกคัสสามารถติดต่อกันได้ง่ายผ่านทางละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสสิ่งคัดหลั่ง

พฤติกรรมตามธรรมชาติของเด็กวัยนี้ เช่น การหยิบจับของเล่นร่วมกัน การนำของเล่นเข้าปาก หรือการอยู่ใกล้ชิดกันในพื้นที่จำกัด ล้วนเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการระบาดในกลุ่มเด็กได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ เด็กบางคนอาจเป็นพาหะของโรค (Carrier) คือมีเชื้ออยู่ในลำคอแต่ไม่มีอาการแสดง ทำให้สามารถแพร่เชื้อไปยังเพื่อนร่วมชั้นเรียนได้โดยที่ผู้ปกครองและครูผู้ดูแลไม่ทราบ

แนวทางการตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์ที่เหมาะสม

เมื่อพาเด็กเล็กมาพบแพทย์ การแยกแยะระหว่างการติดเชื้อไวรัส (เช่น ไข้หวัดใหญ่ หรือคออักเสบจากไวรัสทั่วไป) และการติดเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตค็อกคัสเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น

ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย

  • การซักประวัติและการตรวจร่างกาย: แพทย์จะประเมินลักษณะของลำคอ ต่อมทอนซิล และคลำต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอร่วมกับอาการทางระบบหายใจอื่นๆ
  • การตรวจคัดกรองอย่างรวดเร็ว (Rapid Strep Test): แพทย์จะใช้ไม้พันสำลีป้ายบริเวณผนังคอด้านหลังและต่อมทอนซิลเพื่อส่งตรวจ ซึ่งสามารถทราบผลได้ภายในเวลาไม่กี่นาที ช่วยให้การตัดสินใจรักษาด้วยยาปฏิชีวนะมีความแม่นยำยิ่งขึ้น
  • การเพาะเชื้อจากลำคอ (Throat Culture): ในรายที่ผลตรวจคัดกรองเบื้องต้นเป็นลบ แต่แพทย์ยังคงสงสัยอาการทางคลินิกอย่างมาก อาจมีการส่งเพาะเชื้อทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผล

แนวทางการรักษาด้วยยาที่เหมาะสม

หากผลการตรวจยืนยันว่าเป็นการ ติดเชื้อสเตรปโตค็อกคัสในเด็กเล็ก การรักษาหลักคือการให้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม

ยาปฏิชีวนะกลุ่มแรกที่แพทย์เลือกใช้มักเป็นกลุ่มเพนิซิลลิน (Penicillin) เช่น ยาอะม็อกซีซิลลิน (Amoxicillin) เนื่องจากเชื้อชนิดนี้ยังคงไวต่อยานี้ได้ดีมาก สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณพ่อคุณแม่ต้องตระหนักคือ ต้องให้ลูกรับประทานยาปฏิชีวนะติดต่อกันจนครบตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด (มักจะอยู่ที่ 10 วัน) แม้ว่าอาการของลูกจะดูดีขึ้นหรือไข้ลดลงหลังทานยาไปเพียง 2-3 วันก็ตาม เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น โรคไข้รูมาติกที่อาจส่งผลต่อหัวใจ หรือโรคไตอักเสบในอนาคต

นอกเหนือจากการใช้ยาปฏิชีวนะแล้ว การรักษาประคับประคองอาการ เช่น การให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัว การเช็ดตัวลดไข้ และการพยายามป้อนน้ำหรือนมทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง จะช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกสบายตัวขึ้นและฟื้นตัวจากการเจ็บป่วยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down