ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

แนวทางการปฐมพยาบาลผู้ถูกงูพิษกัดที่ถูกต้องทางวิชาการแพทย์และอันตรายจากการรักษาทางไสยศาสตร์

การถูกงูพิษกัดเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องการการปฐมพยาบาลที่รวดเร็ว ถูกต้อง และการนำส่งผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดเพื่อรับการรักษาจำเพาะ การทำความเข้าใจหลักการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องจะช่วยลดความรุนแรงของพิษและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ บทความนี้จะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางการปฐมพยาบาลตามหลักวิชาการแพทย์ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงอันตรายจากการรักษาที่ผิดวิธีและทางไสยศาสตร์.

ขั้นตอนการปฐมพยาบาลด้วยวิธีผ้ายืดพันกระชับ (Pressure Immobilization Bandage) และการจำกัดการเคลื่อนไหวอวัยวะ

เป้าหมายหลักของการปฐมพยาบาลคือการชะลอการกระจายของพิษเข้าสู่กระแสเลือดและระบบน้ำเหลือง รวมถึงการนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

  • ตั้งสติและสงบสติอารมณ์: สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้ผู้ถูกกัดและผู้ช่วยเหลือสงบลง การตื่นตระหนกจะทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ซึ่งส่งผลให้พิษกระจายตัวเร็วขึ้น
  • ทำความสะอาดบาดแผล: ล้างบาดแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่เบาๆ เพื่อลดการปนเปื้อน
  • การจำกัดการเคลื่อนไหวอวัยวะที่ถูกกัด:
    ผู้ถูกงูกัดควรพยายามอยู่นิ่งๆ ให้มากที่สุด การเคลื่อนไหวจะเร่งการกระจายของพิษไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ให้นอนราบและให้ส่วนที่ถูกกัดอยู่ต่ำกว่าระดับหัวใจเล็กน้อย (ไม่ยกสูงหรือกดต่ำจนเกินไป) ควรใช้ไม้ดามหรือวัสดุที่แข็งแรงเพื่อตรึงอวัยวะที่ถูกกัดให้หยุดนิ่ง คล้ายกับการดามกระดูกหัก
  • การใช้ผ้ายืดพันกระชับ (Pressure Immobilization Bandage - PIB) สำหรับงูพิษบางชนิด:
    วิธีนี้มีประสิทธิภาพสูงในการชะลอการกระจายของพิษงูประเภทที่มีผลต่อระบบประสาท (Neurotoxic venom) เช่น งูเห่า, งูจงอาง, งูสามเหลี่ยม, งูทับสมิงคลา ซึ่งพิษจะเดินทางผ่านระบบน้ำเหลืองเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ไม่แนะนำหรืองดใช้ในกรณีที่ถูกงูพิษที่มีผลต่อเลือดและเนื้อเยื่อ (Haemotoxic/Cytotoxic venom) เช่น งูแมวเซา, งูกะปะ, งูเขียวหางไหม้ เพราะอาจเพิ่มความรุนแรงของเนื้อเยื่อเสียหายเฉพาะที่ได้
  • ขั้นตอนการทำ PIB (สำหรับกรณีที่แพทย์วินิจฉัยหรืองูที่สงสัยว่ามีพิษต่อระบบประสาท):

    1. ใช้ผ้ายืด (elastic bandage) ขนาดกว้าง 10-15 ซม. พันรัดจากบริเวณปลายสุดของอวัยวะที่ถูกกัด (เช่น ปลายนิ้วมือหรือนิ้วเท้า) เข้าหาลำตัว โดยพันให้แน่นพอดี ไม่แน่นจนเกินไป (แน่นพอที่จะสอดนิ้วมือเข้าไปใต้ผ้าได้ยาก แต่ยังคลำชีพจรส่วนปลายได้)
    2. พันยาวขึ้นไปให้ครอบคลุมอวัยวะที่ถูกกัดทั้งหมดและเลยขึ้นไปอีก โดยอาจใช้ไม้ดามช่วยตรึงอวัยวะให้อยู่นิ่ง
    3. ห้ามถอดผ้าออกจนกว่าจะถึงโรงพยาบาลและได้รับการประเมินจากแพทย์
  • นำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด: นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างไร การไปถึงโรงพยาบาลเพื่อรับเซรุ่มแก้พิษงู (antivenom) และการรักษาอื่นๆ ถือเป็นหัวใจของการรักษา

ข้อห้ามทางคลินิกและความเสี่ยงของการขันชะเนาะรวมถึงการกรีดเปิดบาดแผล

การปฐมพยาบาลที่ไม่ถูกต้องอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตและทำให้สภาพแย่ลงอย่างรวดเร็ว:

  • การขันชะเนาะ (Tourniquet):
  • การขันชะเนาะโดยการใช้เชือก ผ้า หรือวัสดุอื่นรัดเหนือบริเวณที่ถูกกัดอย่างแน่นหนาเพื่อหยุดการไหลเวียนของเลือด เป็นสิ่งต้องห้ามเด็ดขาดและเป็นอันตรายอย่างยิ่ง การทำเช่นนี้จะไปปิดกั้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้เนื้อเยื่อขาดออกซิเจน และนำไปสู่:

    • เนื้อตาย (Necrosis): เซลล์เนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อตายจากการขาดเลือด
    • กล้ามเนื้อสลาย (Rhabdomyolysis): กล้ามเนื้อที่ตายจะปล่อยสารพิษเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งเป็นอันตรายต่อไตและอาจนำไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลัน
    • การสะสมของพิษเฉพาะที่: การรัดแน่นจะทำให้พิษสะสมอยู่ในบริเวณที่ถูกกัดในความเข้มข้นสูง ซึ่งจะยิ่งทำลายเนื้อเยื่อบริเวณนั้นอย่างรุนแรง เมื่อคลายชะเนาะ พิษที่สะสมอยู่จะถูกปล่อยเข้าสู่ระบบหมุนเวียนเลือดอย่างรวดเร็วและเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • การกรีดหรือดูดบาดแผล:
  • การพยายามกรีดบาดแผลเพื่อดูดพิษออกด้วยปากหรือเครื่องดูด ไม่เป็นประโยชน์และเป็นอันตรายอย่างยิ่ง:

    • เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ: การกรีดบาดแผลด้วยอุปกรณ์ที่ไม่สะอาดหรือการดูดด้วยปากจะนำเชื้อโรคเข้าสู่บาดแผล ทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรง เช่น บาดทะยัก หรือการติดเชื้อในกระแสเลือด
    • ทำลายเนื้อเยื่อเพิ่ม: การกรีดอาจทำลายเส้นเลือด เส้นประสาท หรือกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดความเสียหายถาวร
    • ประสิทธิภาพต่ำ: การดูดพิษออกนั้นแทบไม่เป็นผล เนื่องจากพิษจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็วหลังถูกกัด
  • การประคบเย็นหรือน้ำแข็ง: อาจทำให้เนื้อเยื่อเสียหายและขัดขวางการไหลเวียนของเลือด
  • การใช้เหล้าราดหรือยาที่ไม่เหมาะสม: อาจระคายเคืองบาดแผลและไม่ช่วยในการรักษาพิษงู

ความเสี่ยงด้านสุขภาพจากการรักษาทางไสยศาสตร์และการพอกสมุนไพรพื้นบ้านที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรง

การพึ่งพาวิธีการรักษาที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ หรือการรักษาทางไสยศาสตร์ ถือเป็นความเสี่ยงร้ายแรงที่อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้:

  • การรักษาทางไสยศาสตร์หรือความเชื่อส่วนบุคคล:
  • การเชื่อในการรักษาด้วยคาถา อาคม การใช้ของขลัง หรือพิธีกรรมต่างๆ มักนำไปสู่การ เสียเวลาอันมีค่าในการนำส่งผู้ป่วยไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการกำหนดผลลัพธ์ของการรักษา พิษงูออกฤทธิ์ได้รวดเร็ว หากล่าช้า อาจสายเกินไปที่จะให้เซรุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • การพอกสมุนไพรพื้นบ้านหรือยาไม่ทราบส่วนประกอบ:
  • การใช้สมุนไพรพื้นบ้านหรือสารแปลกปลอมพอกที่บาดแผลมีความเสี่ยงสูงมาก

    • การติดเชื้อรุนแรง: สมุนไพรหรือดินที่นำมาพอกอาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียต่างๆ รวมถึงเชื้อบาดทะยัก ซึ่งสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อที่บาดแผล บาดทะยัก และการติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
    • ปฏิกิริยาแพ้และระคายเคือง: สารเคมีจากสมุนไพรบางชนิดอาจทำให้เกิดการระคายเคือง ผิวหนังอักเสบ หรือปฏิกิริยาแพ้รุนแรง
    • ปิดบังอาการ: การพอกอาจปิดบังลักษณะบาดแผลและการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อ ทำให้แพทย์ประเมินอาการและความรุนแรงได้ยากขึ้น
    • ไม่สามารถยับยั้งพิษได้: ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่สนับสนุนว่าสมุนไพรเหล่านี้สามารถยับยั้งหรือลบล้างพิษงูได้

    คำแนะนำทางการแพทย์เน้นย้ำว่า การรักษาพิษงูที่ได้ผลจริงคือการใช้เซรุ่มแก้พิษงูที่ผลิตจากมาตรฐานทางการแพทย์ ซึ่งต้องได้รับภายใต้การดูแลของแพทย์ในโรงพยาบาลเท่านั้น

แนวทางการจำแนกชนิดงูพิษจากลักษณะรอยเขี้ยวและอาการแสดงเบื้องต้น

การทราบชนิดของงูที่กัดอาจเป็นประโยชน์ในการเลือกใช้เซรุ่ม แต่ไม่ควรเสียเวลาในการพยายามจับงูหรือพิจารณามากเกินไปจนล่าช้าต่อการนำส่งโรงพยาบาล ข้อมูลที่ได้จากการสังเกต (หากปลอดภัย) หรืออาการทางคลินิกจะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยและรักษาได้รวดเร็วขึ้น

  • ลักษณะรอยเขี้ยว:
    • งูพิษ (Venomous snakes): มักพบลักษณะรอยเขี้ยว 1-2 จุด หรือมากกว่า ที่มีขนาดใหญ่และลึกกว่ารอยฟันอื่นๆ ซึ่งเกิดจากเขี้ยวพิษของงู อาจมีรอยฟันเล็กๆ ประกอบอยู่ด้วย ขึ้นอยู่กับชนิดของงูและลักษณะการกัด
    • งูไม่มีพิษ (Non-venomous snakes): มักพบลักษณะรอยฟันเป็นซี่ๆ จำนวนมาก เรียงเป็นแถวโค้ง หรือเป็นรอยข่วนคล้ายหนาม แต่ไม่มีรอยเขี้ยวขนาดใหญ่ที่ชัดเจน

    ข้อควรระวัง: รอยเขี้ยวอาจไม่สามารถใช้จำแนกชนิดงูได้ 100% เสมอไป บางครั้งอาจมีรอยเขี้ยวเพียง 1 จุด หรืออาจไม่ชัดเจนหากงูกัดไม่เต็มที่

  • อาการแสดงเบื้องต้นจากพิษงูชนิดต่างๆ:
    • พิษต่อระบบประสาท (Neurotoxic venom - พบในงูเห่า, งูจงอาง, งูสามเหลี่ยม, งูทับสมิงคลา):
      • อาการเฉพาะที่: อาจมีอาการปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง บวมแดงรอบแผลเล็กน้อย อาจมีอาการชา
      • อาการทั่วร่างกาย: หนังตาตก (ptosis), กลืนลำบาก (dysphagia), พูดไม่ชัด (dysarthria), มองเห็นภาพซ้อน, กล้ามเนื้ออ่อนแรงทั่วตัว, หายใจลำบาก (เนื่องจากกล้ามเนื้อช่วยหายใจอ่อนแรงหรือเป็นอัมพาต) ซึ่งอาจนำไปสู่การหยุดหายใจได้
    • พิษต่อระบบเลือดและเนื้อเยื่อ (Haemotoxic/Cytotoxic venom - พบในงูแมวเซา, งูกะปะ, งูเขียวหางไหม้, งูรัสเซลล์):
      • อาการเฉพาะที่: ปวดอย่างรุนแรง บวมแดงอย่างรวดเร็วและเป็นบริเวณกว้าง มีเลือดออกจากรอยกัดไม่หยุด อาจมีตุ่มน้ำพอง (blister) หรือเนื้อตาย (necrosis) ตามมา
      • อาการทั่วร่างกาย: เลือดออกง่ายผิดปกติจากส่วนต่างๆ ของร่างกาย (เช่น เลือดออกตามไรฟัน, เลือดกำเดาไหล, อาเจียนเป็นเลือด), ความดันโลหิตต่ำ, ช็อก, ไตวายเฉียบพลัน
    • พิษต่อกล้ามเนื้อ (Myotoxic venom - พบในงูทะเล):
      • อาการเฉพาะที่: มักไม่ปวดหรือบวมมากนัก
      • อาการทั่วร่างกาย: ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงทั่วตัว, กล้ามเนื้ออ่อนแรง, ปัสสาวะสีเข้มเหมือนโค้ก (เกิดจาก Myoglobinuria หรือภาวะกล้ามเนื้อสลาย) ซึ่งเป็นอันตรายต่อไต

ข้อพึงระลึกเสมอ: สิ่งสำคัญที่สุดคือการ นำผู้ถูกงูกัดส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยเร็วที่สุด ไม่ควรเสียเวลาในการพยายามระบุชนิดงู หากผู้ป่วยมีอาการ หรือพบรอยเขี้ยวที่น่าสงสัย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อการประเมินและการรักษาที่เหมาะสมที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down