ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เจ็บแปลบทุกครั้งที่เอื้อมมือ ปัญหายอดฮิตที่อาจไม่ใช่แค่กล้ามเนื้อตึง

อาการเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าที่เบาะหลังรถแล้วจู่ๆ ก็เกิดอาการเจ็บแปลบที่หัวไหล่จนต้องสะดุ้ง หรือการถอดเสื้อยืดข้ามหัวที่เคยทำได้ง่ายๆ กลับกลายเป็นเรื่องยากลำบากจนต้องนิ่วหน้า อาการปวดไหล่และยกแขนไม่ขึ้นเป็นหนึ่งในปัญหาคลาสสิกที่นำพาคนไข้มาพบแพทย์เฉพาะทางอยู่เสมอ หลายคนมักเข้าใจไปเองว่าตนเองกำลังเผชิญกับภาวะไหล่ติด แต่ในความเป็นจริงแล้ว โครงสร้างข้อไหล่มีความซับซ้อนอย่างมาก และอาการที่แสดงออกมาอาจมีต้นตอมาจากโรคที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

แยกแยะให้ชัด: เอ็นข้อไหล่ฉีกขาด ข้อไหล่อักเสบยึดติด และถุงน้ำข้อไหล่อักเสบ

การวินิจฉัยแยกโรคอย่างถูกต้องเป็นหัวใจสำคัญในการวางแผนการรักษา เนื่องจากแนวทางการดูแลรักษามีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเราสามารถจำแนกความแตกต่างของ 3 ภาวะยอดฮิตได้ดังนี้

  • ภาวะเอ็นข้อไหล่ฉีกขาด (Rotator Cuff Tear): มักเกิดกับกลุ่มกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น 4 มัดที่ทำหน้าที่ประคองข้อไหล่ จุดเด่นของโรคนี้คือ คนไข้จะมีอาการอ่อนแรงร่วมด้วยเมื่อพยายามยกแขนขึ้นเอง (Active ROM จำกัดเนื่องจากอาการปวดและไม่มีแรง) แต่หากมีคนช่วยประคองยกแขนให้ หรือใช้แขนอีกข้างช่วยยก (Passive ROM) จะสามารถยกแขนขึ้นไปจนสุดได้ แม้จะมีอาการปวดบ้างก็ตาม มักปวดเสียวมากในช่วงกลางคืนเวลานอนตะแคงทับ
  • ข้อไหล่อักเสบยึดติด หรือ โรคไหล่ติด (Adhesive Capsulitis): เกิดจากการหนาตัวและหดรั้งของเยื่อหุ้มข้อไหล่ ทำให้ปริมาตรภายในข้อลดลง จุดสังเกตที่ชัดเจนคือ ข้อไหล่จะติดขัดในทุกทิศทาง ไม่ว่าจะยกแขนขึ้นเอง หรือให้แพทย์ช่วยยกให้ ก็ไม่สามารถยกขึ้นได้สุด (ข้อจำกัดทั้ง Active และ Passive ROM) มักมีประวัติอาการค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากปวดระยะแรกจนกระทั่งข้อไหล่เริ่มยึดแข็งในระยะต่อมา
  • ถุงน้ำข้อไหล่อักเสบ (Subacromial Bursitis): ถุงน้ำขนาดเล็กที่ทำหน้าที่ลดแรงเสียดทานบริเวณใต้กระดูกจะงอยบ่าเกิดการอักเสบ มักเกิดร่วมกับภาวะเส้นเอ็นถูกหนีบ (Impingement Syndrome) คนไข้จะมีอาการปวดเสียวเฉพาะจุดบริเวณด้านหน้าหรือด้านข้างของหัวไหล่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการกางแขนทำมุมระหว่าง 60 ถึง 120 องศา แต่ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อยังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติ
ความแตกต่างสำคัญที่แพทย์ใช้แยกโรคเบื้องต้นคือ หากผู้อื่นช่วยยกแขนให้แล้วสามารถยกขึ้นได้ มักเอนเอียงไปทางโรคเอ็นไหล่ฉีกขาดหรืออักเสบ แต่หากช่วยยกแล้วยังคงติดแข็ง ขยับไม่ได้เลย มักเป็นสัญญาณของภาวะข้อไหล่ติดยึด

สัญญาณเตือนเฉพาะของเอ็นไบเซ็บส์อักเสบ และโรคข้อไหล่เสื่อม

นอกเหนือจากสามโรคหลักข้างต้นแล้ว ยังมีอีกสองภาวะที่พบบ่อยและสร้างความสับสนในการวินิจฉัยไม่แพ้กัน

เอ็นกล้ามเนื้อสองหัวอักเสบ (Biceps Tendinitis)

เส้นเอ็นของกล้ามเนื้อต้นแขนด้านหน้า (Biceps) ส่วนที่ทอดผ่านข้อไหล่เกิดการอักเสบจากการใช้งานซ้ำๆ คนไข้จะมีอาการปวดเจ็บเฉพาะจุดที่ร่องกระดูกด้านหน้าหัวไหล่ อาการปวดจะเด่นชัดขึ้นเมื่อต้องทำกิจกรรมที่ต้องเกร็งกล้ามเนื้อต้นแขน เช่น การหิ้วของหนัก การหมุนลูกบิดประตู หรือการหมุนไขควง

โรคข้อเสื่อมบริเวณข้อไหล่ (Shoulder Osteoarthritis)

แม้จะพบได้น้อยกว่าข้อเข่าเสื่อม แต่สร้างความทรมานได้ไม่แพ้กัน มักพบในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีประวัติอุบัติเหตุข้อไหล่หลุดมาก่อน อาการแสดงจะเป็นการปวดตื้อลึกๆ ภายในข้อไหล่ อาการจะแย่ลงหลังการใช้งานหนัก และดีขึ้นเมื่อพัก ร่วมกับมีเสียงดังกรอบแกรบภายในข้อขณะขยับเคลื่อนไหวอันเกิดจากการเสียดสีของผิวข้อที่ขรุขระ

การตรวจร่างกายด้วยท่าเฉพาะทางออร์โธปิดิกส์ (Orthopedic Special Tests)

ในการตรวจวินิจฉัยที่คลินิก แพทย์จะใช้การตรวจร่างกายเฉพาะทางเพื่อระบุตำแหน่งพยาธิสภาพที่แม่นยำ ก่อนที่จะส่งตรวจเพิ่มเติมด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) หรืออัลตราซาวนด์ ท่าตรวจมาตรฐานที่สำคัญประกอบด้วย

  • Empty Can Test (Jobe's Test): ใช้ประเมินเส้นเอ็นมัดบน (Supraspinatus) โดยให้คนไข้กางแขนออก 90 องศา คว่ำหัวแม่มือลงคล้ายการเทน้ำออกจากกระป๋อง จากนั้นแพทย์จะออกแรงกดแขนลงเพื่อให้คนไข้ต้านแรง หากมีอาการปวดหรือไม่มีแรงต้านทาน แสดงว่าอาจมีการฉีกขาดหรืออักเสบของเส้นเอ็นมัดนี้
  • Drop Arm Test: ใช้ตรวจภาวะเอ็นข้อไหล่ฉีกขาดขนาดใหญ่ โดยแพทย์จะช่วยยกแขนของคนไข้ขึ้นจนสุด จากนั้นให้คนไข้ค่อยๆ ผ่อนแขนลงด้วยตนเองช้าๆ หากคนไข้ไม่สามารถควบคุมแขนให้ลงมาอย่างราบรื่นได้ แขนจะตกลงทันทีเนื่องจากกล้ามเนื้อไม่สามารถพยุงรับน้ำหนักแขนได้
  • Speed's Test: ใช้ประเมินเอ็นไบเซ็บส์ โดยให้คนไข้หงายมือเหยียดแขนตรงไปด้านหน้าทำมุม 90 องศา แล้วออกแรงต้านกับการกดของแพทย์ หากเกิดอาการปวดเจ็บอย่างรุนแรงที่บริเวณร่องด้านหน้าข้อไหล่ จะบ่งชี้ถึงภาวะเอ็นไบเซ็บส์อักเสบ
  • Apley's Scratch Test: ท่าคัดกรองความยืดหยุ่นของข้อไหล่แบบรวดเร็ว โดยให้คนไข้เอื้อมมือข้างที่มีปัญหาไปแตะสะบักฝั่งตรงข้ามจากทางด้านบน (ประเมินการกางและการหมุนข้อไหล่ออกด้านนอก) และเอื้อมมืออ้อมไปทางด้านหลังเพื่อแตะสะบักจากทางด้านล่าง (ประเมินการหุบและการหมุนข้อไหล่เข้าด้านใน)

โปรแกรมออกกำลังกายฟื้นฟูข้อไหล่อย่างปลอดภัยด้วยตนเอง

การคืนความอ่อนเยาว์และความยืดหยุ่นให้ข้อไหล่ต้องอาศัยการผสมผสานระหว่างการยืดเหยียดเพื่อเพิ่มพิสัยการเคลื่อนไหว และการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกลุ่มกล้ามเนื้อรอบสะบัก โดยควรปฏิบัติอย่างนุ่มนวลและไม่หักโหมจนเกิดอาการระบม

ขั้นที่ 1: การเพิ่มพิสัยการเคลื่อนไหว (Range of Motion Exercises)

เริ่มต้นทำในระยะแรกที่ข้อไหล่ยังมีความตึงตัวสูง เพื่อป้องกันและรักษาภาวะไหล่ติด

  • ท่าแกว่งแขนลดแรงกดกระแทก (Codman's Pendulum Exercise): ยืนก้มตัวเล็กน้อย ใช้มือข้างที่ดีเกาะโต๊ะหรือเก้าอี้เพื่อพยุงตัว ปล่อยแขนข้างที่ปวดห้อยลงตรงๆ ตามแรงโน้มถ่วง จากนั้นค่อยๆ แกว่งแขนเป็นวงกลมขนาดเล็กคล้ายลูกตุ้มนาฬิกา แกว่งวนซ้ายและขวา ท่านี้ช่วยเพิ่มช่องว่างในข้อไหล่และลดอาการปวดได้ดีมาก
  • ท่าไต่กำแพง (Wall Crawl): ยืนหันหน้าเข้าหากำแพง ห่างประมาณหนึ่งช่วงแขน ใช้ปลายนิ้วมือข้างที่ปวดค่อยๆ ไต่สูงขึ้นไปบนกำแพงช้าๆ เท่าที่ร่างกายยอมรับได้ ค้างไว้ 10-15 วินาที ยืดเหยียดซ้ำ 5-10 ครั้ง

ขั้นที่ 2: การสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ (Strengthening Exercises)

เริ่มทำเมื่ออาการปวดเฉียบพลันเริ่มบรรเทาลงแล้ว เพื่อสร้างความมั่นคงให้ข้อไหล่ในระยะยาว

  • การเกร็งกล้ามเนื้อแบบอยู่กับที่ (Isometric Shoulder Rotation): ยืนข้างกำแพง งอข้อศอกทำมุม 90 องศา ใช้หลังมือออกแรงดันกำแพงออกไปทางด้านนอกเบาๆ โดยไม่ให้ข้อไหล่เคลื่อนที่ ค้างไว้ 5-10 วินาที ทำซ้ำ 10 ครั้ง ท่านี้ช่วยสร้างความแข็งแรงแก่กลุ่มกล้ามเนื้อหมุนข้อไหล่โดยไม่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บจากการขยับข้อ
  • การใช้ยางยืดออกกำลังกาย (Theraband Exercise): เมื่อข้อไหล่เริ่มแข็งแรงขึ้น ให้ใช้ยางยืดแรงต้านต่ำช่วยบริหารท่าหมุนข้อไหล่ออกด้านนอก (External Rotation) โดยหนีบศอกไว้ข้างลำตัวแล้วดึงยางยืดออกด้านข้าง เพื่อสร้างความสมดุลและความมั่นคงของข้อไหล่

การดูแลรักษาข้อไหล่ให้สามารถใช้งานได้ยาวนาน จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจในพยาธิสภาพอย่างถูกต้อง หากปฏิบัติตามโปรแกรมการยืดเหยียดเบื้องต้นแล้วอาการปวดไหล่หรือยกแขนไม่ขึ้นยังคงไม่ทุเลาภายใน 2-3 สัปดาห์ ควรเข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียดและรับการรักษาที่ตรงจุดต่อไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down