ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เจาะลึกผลตรวจสุขภาพ เมื่อพบค่าตับสูง SGOT และ SGPT บอกอะไรเกี่ยวกับร่างกายเราบ้าง

ผลการตรวจสุขภาพประจำปีมักจะเป็นกระจกสะท้อนสุขภาพภายในของเรา และหนึ่งในรายการตรวจที่มักสร้างความกังวลใจให้กับผู้รับการตรวจไม่น้อยคือ ค่าเอนไซม์ตับที่สูงกว่าปกติ โดยเฉพาะค่า ตรวจสุขภาพพบค่าตับสูง SGOT และ SGPT ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญที่แพทย์ใช้ประเมินความเสียหายของเซลล์ตับ หลายคนมักตั้งคำถามว่าตัวเลขเหล่านี้มีความหมายอย่างไร อันตรายระดับไหน และจะต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างไรจึงจะช่วยลดค่าเหล่านี้ให้กลับมาสู่เกณฑ์ปกติได้ บทความฉบับนี้รวบรวมข้อมูลทางการแพทย์อย่างละเอียด รอบด้าน เพื่อให้คุณเข้าใจและรับมือได้อย่างถูกต้องที่สุด

ทำความรู้จักค่า SGOT และ SGPT คืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่อตับ

ตับถือเป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในช่องท้อง ทำหน้าที่เปรียบเสมือนโรงงานเคมีและศูนย์กลางการกำจัดของเสีย ขับสารพิษ สร้างโปรตีนที่จำเป็นต่อการแข็งตัวของเลือด และเผาผลาญสารอาหารต่างๆ ภายในเซลล์ตับจะมีเอนไซม์หลายชนิดทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี โดยมีเอนไซม์สองตัวหลักที่แพทย์ใช้ในการตรวจเลือดเพื่อประเมินสุขภาพตับ ได้แก่

  • SGPT (Serum Glutamic Pyruvic Transaminase) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ALT (Alanine Aminotransferase) เป็นเอนไซม์ที่พบมากที่สุดในเซลล์ตับ หากตับได้รับความเสียหายหรือเซลล์ตับแตก เอนไซม์ตัวนี้จะรั่วไหลออกมาสู่กระแสเลือด ทำให้ระดับในเลือดสูงขึ้น ถือเป็นตัวบ่งชี้ที่มีความจำเพาะเจาะจงกับตับค่อนข้างสูง
  • SGOT (Serum Glutamic Oxaloacetic Transaminase) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า AST (Aspartate Aminotransferase) เป็นเอนไซม์ที่พบได้ทั้งในตับ หัวใจ กล้ามเนื้อลาย ไต และสมอง แม้จะไม่จำเพาะเจาะจงกับตับเท่า SGPT แต่เมื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกันจะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้แม่นยำยิ่งขึ้น

สาเหตุและกลไกการเกิดภาวะตับอักเสบจากผลเลือดสูง

เมื่อผลตรวจเลือดแสดงค่าเอนไซม์ตับสูง แปลว่ากำลังมีกระบวนการทำลายเซลล์ตับเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการอักเสบเฉียบพลันหรือเรื้อรัง กลไกหลักคือเมื่อเซลล์ตับถูกทำลาย เยื่อหุ้มเซลล์จะเสียหาย ทำให้เอนไซม์ที่อยู่ภายในรั่วออกมาปะปนในเลือด สาเหตุหลักที่พบได้บ่อยในทางการแพทย์ประกอบด้วย

  • โรคไขมันพอกตับ (Non-Alcoholic Fatty Liver Disease - NAFLD): สาเหตุอันดับหนึ่งในปัจจุบัน พบได้บ่อยในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน โรคอ้วน ภาวะไขมันในเลือดสูง หรือโรคเบาหวาน เกิดจากการสะสมของไขมันส่วนเกินในเซลล์ตับจนเกิดการอักเสบ
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: แอลกอฮอล์และสารเมตาบอไลต์มีความเป็นพิษต่อเซลล์ตับโดยตรง ทำให้เกิดภาวะตับอักเสบจากแอลกอฮอล์ (Alcoholic Hepatitis)
  • โรคไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง: การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในเนื้อตับ ส่งผลให้เอนไซม์สูงขึ้นต่อเนื่อง
  • ยา สมุนไพร และอาหารเสริมบางชนิด: ตับมีหน้าที่เมตาบอลิซึมสารเคมี ยาแก้ปวดบางตัว ยาสมุนไพรพื้นบ้าน หรืออาหารเสริมที่ไม่มีการควบคุมมาตรฐาน อาจก่อให้เกิดพิษต่อตับ (Drug-Induced Liver Injury)
  • ภาวะตับอักเสบจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune Hepatitis): ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเข้าใจผิดและเข้าโจมตีเซลล์ตับของตนเอง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ค่าตับที่สูงขึ้นไม่ได้บอกถึงความรุนแรงของโรคตับเสมอไป ในผู้ป่วยโรคตับแข็งระยะสุดท้าย เซลล์ตับอาจถูกทำลายจนหมดสิ้นจนไม่มีเอนไซม์เหลือให้รั่วออกมา ทำให้ผลตรวจเลือดอาจกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติได้ ดังนั้นการแปลผลต้องอาศัยการตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องและการประเมินจากแพทย์ร่วมด้วยเสมอ

อาการแสดงและสัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms)

ในระยะแรกที่ ตรวจสุขภาพพบค่าตับสูง SGOT และ SGPT ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เลย เนื่องจากตับเป็นอวัยวะที่ไม่มีเส้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวดภายในเนื้อตับเอง เราจึงมักเรียกภาวะนี้ว่าเป็นภัยเงียบ อย่างไรก็ตาม หากตับเริ่มเสียหายมากขึ้นหรือเข้าสู่ระยะลุกลาม อาจเริ่มปรากฏอาการเตือนที่ต้องระมัดระวังดังนี้

  • อ่อนเพลียเรื้อรัง รู้สึกเหนื่อยง่ายอย่างไรสาเหตุ
  • จุกแน่นชายโครงขวา หรือมีอาการตับโตคลำพบได้
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาหารไม่ย่อย
  • ปัสสาวะมีสีเข้มคล้ายสีชาเข้ม
  • อุจจาระมีสีซีดลง
  • มีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง (Jaundice) ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะดีซ่าน
  • ผิวหนังมีอาการคันตามตัวจากเกลือคั่งในเลือด
  • บวมบริเวณขา ท้องโตขึ้นจากภาวะมีน้ำในช่องท้อง (Ascites)

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์เพิ่มเติม

เมื่อพบว่าค่าเอนไซม์ตับสูง แพทย์จะไม่ได้วินิจฉัยในทันที แต่จะต้องมีการซักประวัติการใช้ยา ประวัติการดื่มแอลกอฮอล์ โรคประจำตัว และส่งตรวจวินิจฉัยเชิงลึกเพิ่มเติม เพื่อค้นหาต้นตอที่แท้จริง

  • การตรวจเลือดหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ: ตรวจหาไวรัสตับอักเสบชนิดบี (HBsAg) และชนิดซี (Anti-HCV)
  • การตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง (Upper Abdominal Ultrasound): เพื่อดูเนื้อตับ ขนาดของตับ ภาวะไขมันพอกตับ ก้อนเนื้อ หรือความผิดท่อน้ำดี
  • การตรวจเลือดอื่นๆ: เช่น การทำงานของตับด้านการสร้างโปรตีน (Albumin) การแข็งตัวของเลือด (Prothrombin Time) และระดับไขมัน น้ำตาลในเลือด
  • การเจาะชิ้นเนื้อตับ (Liver Biopsy): พิจารณาทำในกรณีที่หาสาเหตุไม่พบ หรือต้องการประเมินระดับความรุนแรงของการอักเสบและพังผืดในเนื้อตับอย่างแม่นยำ
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากผลตรวจสุขภาพพบว่าค่า SGOT และ SGPT สูงกว่าเกณฑ์ปกติเพียงเล็กน้อย ไม่ต้องตื่นตระหนกจนเกินไป แนะนำให้งดการดื่มแอลกอฮอล์และงดการทานยาอาหารเสริมทุกชนิดชั่วคราว แล้วมาพบแพทย์เพื่อเจาะเลือดซ้ำหลังจากผ่านไปสองถึงสี่สัปดาห์ เนื่องจากบางครั้งภาวะเครียด การนอนดึก หรือการออกกำลังกายหนักก่อนตรวจเลือดก็ส่งผลให้ค่าเอนไซม์เหล่านี้สูงขึ้นชั่วคราวได้

วิธีรักษาและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ถูกต้อง

การรักษาภาวะตับสูงขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ตรวจพบ หากเกิดจากโรคไขมันพอกตับหรือการใช้ชีวิต แนวทางการปรับพฤติกรรมถือเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนที่สุด

  • ควบคุมน้ำหนักและลดไขมันสะสม: สำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักลงร้อยละห้าถึงสิบของน้ำหนักตัว จะช่วยลดปริมาณไขมันในตับและลดค่าเอนไซม์ตับลงได้อย่างชัดเจน
  • ปรับเปลี่ยนโภชนาการ: หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง อาหารฟาสต์ฟู้ด ขนมหวาน น้ำอัดลม และเครื่องดื่มที่มีฟรุกโตสสูง เน้นการรับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนคุณภาพดี
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด: ในช่วงที่มีภาวะตับอักเสบ การงดแอลกอฮอล์จะช่วยให้เซลล์ตับมีโอกาสได้ฟื้นฟูตัวเอง
  • ระมัดระวังการใช้ยาและอาหารเสริม: หลีกเลี่ยงการซื้อยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ หรือสมุนไพรรับประทานเองโดยไม่จำเป็น หากจำเป็นต้องใช้ยาควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: การออกกำลังกายแบบแอโรบิกและความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างน้อยสัปดาห์ละร้อยห้าสิบนาที ช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลินและลดไขมันพอกตับ

สรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ที่ตรวจพบค่าตับสูง

การที่ ตรวจสุขภาพพบค่าตับสูง SGOT และ SGPT เป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าตับกำลังทำงานหนักหรือได้รับความเสียหาย การละเลยไม่ใส่ใจอาจทำให้โรคลุกลามไปสู่ภาวะตับอักเสบเรื้อรัง พังผืดในตับ ตับแข็ง หรือนำไปสู่มะเร็งตับได้ในระยะยาว การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงจากแพทย์เฉพาะทาง พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต โภชนาการ และการออกกำลังกายอย่างจริงจัง จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพตับให้กลับมาแข็งแรงและป้องกันโรคแทรกซ้อนที่รุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down