ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่ออาการคลื่นไส้ไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดา: ทำความเข้าใจอาการแพ้ท้อง

อาการคลื่นไส้ อาเจียน และความรู้สึกอ่อนเพลียจนแทบไม่มีแรงลุกจากเตียง เป็นหนึ่งในอาการแรกเริ่มที่คุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ต้องเผชิญ ในการตรวจรักษาทางการแพทย์ คำถามที่พบได้บ่อยคือ อาการที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องปกติของการตั้งครรภ์ หรือเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่กันแน่ ความจริงแล้ว อาการแพ้ท้องมีระดับความรุนแรงที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และบางครั้งอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะครรภ์แฝดหรือครรภ์ไข่ปลาอุกที่ต้องการการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที

กลไกเบื้องหลัง: ฮอร์โมน hCG และการทำงานของต่อมไทรอยด์

ในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ ร่างกายจะมีการสร้างฮอร์โมน Human Chorionic Gonadotropin (hCG) ขึ้นมาจากรก ซึ่งระดับของฮอร์โมนนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและสูงสุดในช่วงสัปดาห์ที่ 8-11 ของการตั้งครรภ์ ฮอร์โมน hCG นี้เองที่เป็นตัวการสำคัญในการกระตุ้นศูนย์ควบคุมการอาเจียนในสมองส่วนก้านสมอง

สิ่งที่น่าสนใจในทางการแพทย์คือ โครงสร้างโมเลกุลของฮอร์โมน hCG มีความคล้ายคลึงกับฮอร์โมน TSH (Thyroid-Stimulating Hormone) ซึ่งทำหน้าที่กระตุ้นต่อมไทรอยด์ ส่งผลให้ฮอร์โมน hCG ไปจับกับตัวรับของต่อมไทรอยด์และกระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไปชั่วคราวขณะตั้งครรภ์ (Transient Gestational Hyperthyroidism) ภาวะนี้จะกระตุ้นระบบเผาผลาญของร่างกาย ส่งผลให้คุณแม่บางท่านมีอาการใจสั่น มือสั่น และส่งผลกระทบโดยตรงทำให้อาการคลื่นไส้อาเจียนรุนแรงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การแยกแยะอาการ: แพ้ท้องปกติ กับ แพ้ท้องรุนแรง ครรภ์แฝด และครรภ์ไข่ปลาอุก

การสังเกตอาการของตนเองอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้แยกแยะได้ว่า อาการที่เผชิญอยู่นั้นอยู่ในระดับใด เพื่อการเข้าพบแพทย์อย่างเหมาะสมและทันท่วงที

  • อาการแพ้ท้องทั่วไป: มักมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนบางเวลา โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือเมื่อได้กลิ่นอาหาร แต่ยังสามารถรับประทานอาหารและดื่มน้ำได้บ้าง น้ำหนักตัวไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และอาการมักจะค่อยๆ ดีขึ้นหลังอายุครรภ์พ้น 12-14 สัปดาห์
  • ภาวะแพ้ท้องรุนแรง (Hyperemesis Gravidarum): เป็นภาวะที่ร่างกายปฏิเสธอาหารและน้ำแทบทุกชนิด อาเจียนตลอดทั้งวันจนไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ ส่งผลให้น้ำหนักตัวลดลงมากกว่าร้อยละ 5 ของน้ำหนักตัวก่อนตั้งครรภ์ มีภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง ปัสสาวะออกน้อยและมีสีเข้ม และอาจเกิดภาวะสารเคมีในเลือดผิดปกติ ซึ่งเป็นอันตรายทั้งต่อคุณแม่และทารกในครรภ์
  • ผลกระทบจากการตั้งครรภ์แฝด: การตั้งครรภ์แฝดหมายถึงการมีรกมากกว่าหนึ่งอัน หรือมีขนาดรกที่ใหญ่ขึ้น ส่งผลให้การผลิตฮอร์โมน hCG สูงกว่าครรภ์เดี่ยวอย่างมาก คุณแม่ครรภ์แฝดจึงมักมีอาการ แพ้ท้องรุนแรง และยาวนานกว่าปกติ
  • ครรภ์ไข่ปลาอุก (Molar Pregnancy): เป็นความผิดปกติของการปฏิสนธิที่ทำให้เนื้อเยื่อรกเจริญเติบโตผิดปกติ มีลักษณะคล้ายพวงองุ่นและไม่มีตัวอ่อนของทารก ภาวะนี้จะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมน hCG สูงขึ้นอย่างมหาศาล ส่งผลให้คุณแม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรง ท้องโตเร็วกว่าอายุครรภ์จริง และมักมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดร่วมด้วย

การตรวจวินิจฉัยเพื่อความปลอดภัย: แยกโรคระบบทางเดินอาหารและโรคทางศัลยกรรม

เมื่อคุณแม่มีอาการอาเจียนอย่างหนัก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะไม่สรุปในทันทีว่าเป็นเพียงอาการแพ้ท้องทั่วไป แต่จำเป็นต้องทำการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อแยกแยะโรคทางกายอื่นๆ ที่อาจมีอันตรายและต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

ความปลอดภัยของคุณแม่และทารกในครรภ์เป็นสิ่งสำคัญที่สุด การหาสาเหตุที่แท้จริงของการอาเจียนจึงต้องทำอย่างรอบคอบและเป็นระบบ

โรคทางระบบทางเดินอาหารและโรคทางศัลยกรรมที่ต้องแยกแยะ ได้แก่:

  • โรคไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน: ซึ่งอาจมีอาการปวดท้องร่วมกับการคลื่นไส้อาเจียน แต่ตำแหน่งของอาการปวดอาจเลื่อนไปจากเดิมเนื่องจากมดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นดันไส้ติ่งขึ้นไปด้านบน
  • โรคถุงน้ำดีอักเสบ: มักมีอาการไข้ ปวดท้องใต้ชายโครงขวา และอาเจียนหลังจากรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง
  • โรคกระเพาะอาหารอักเสบหรือกรดไหลย้อน: ซึ่งอาจทวีความรุนแรงขึ้นจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่ทำให้หูรูดกระเพาะอาหารคลายตัว

แนวทางการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ประกอบด้วยการตรวจอัลตราซาวด์หน้าท้องเพื่อยืนยันอายุครรภ์ ตรวจดูจำนวนทารก และคัดกรองภาวะครรภ์ไข่ปลาอุก ร่วมกับการตรวจเลือดเพื่อดูระดับเกลือแร่ การทำงานของตับ ไต และค่าฮอร์โมนไทรอยด์ รวมถึงการตรวจปัสสาวะเพื่อหาค่าสารคีโตน (Ketone) ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดภาวะขาดสารอาหารและพลังงานอย่างรุนแรง

การดูแลตนเองและการส่งต่อความห่วงใยจากแพทย์

หากเริ่มรู้สึกว่าอาการคลื่นไส้อาเจียนรบกวนการดำเนินชีวิตประจำวัน จนไม่สามารถดื่มน้ำหรือทานอาหารได้เลยเกินกว่า 24 ชั่วโมง หรือมีอาการหน้ามืด เป็นลม น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว โปรดอย่าลังเลที่จะเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมินอย่างละเอียด การได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ ยาลดอาการอาเจียนที่ปลอดภัยสำหรับสตรีมีครรภ์ และการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้คุณแม่ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้อย่างปลอดภัย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down