ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเป็นโรคมือเท้าปาก... เมื่อไหร่ที่ต้องกังวลเป็นพิเศษ? สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ควรรู้ ก่อนภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจะมาถึง

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงเคยได้ยิน หรือบางท่านอาจจะกำลังเผชิญหน้าอยู่กับการวินิจฉัยที่ว่า 'ลูกเป็นโรคมือเท้าปาก' ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่พบบ่อยในเด็กเล็ก และโดยส่วนใหญ่แล้ว อาการมักไม่รุนแรง หายได้เองภายใน 7-10 วัน ทว่าในฐานะกุมารแพทย์ ผมมักจะได้รับคำถามจากผู้ปกครองด้วยความกังวลว่า “คุณหมอคะ/ครับ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอาการแบบไหนที่เริ่มจะไม่ปกติ หรือมีอะไรที่เราต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษหรือเปล่า?”

เป็นคำถามที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะแม้โรคมือเท้าปากส่วนใหญ่จะไม่รุนแรง แต่มีบางกรณีที่อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การเข้าใจถึงความแตกต่างของโรคมือเท้าปากสายพันธุ์ต่างๆ และการสังเกตสัญญาณเตือนจึงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดสำหรับพ่อแม่ทุกคน

ความแตกต่างระหว่างโรคมือเท้าปากทั่วไป กับสายพันธุ์ EV71 ที่รุนแรง

โรคมือเท้าปากเกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่พบบ่อยที่สุดและมักทำให้เกิดอาการไม่รุนแรงคือ Coxsackie virus A16 ซึ่งมีอาการเด่นคือ ไข้ต่ำๆ มีผื่นแดงหรือตุ่มใสขึ้นที่มือ เท้า และในช่องปาก มักหายได้เองตามธรรมชาติ

แต่สิ่งที่น่ากังวลเป็นพิเศษคือ เอนเทอโรไวรัส 71 หรือ EV71 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่สามารถก่อให้เกิดโรคมือเท้าปากที่มีความรุนแรงสูงได้ ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยและอันตรายของ EV71 คือการติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สมองอักเสบ หรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งอาจทำให้เด็กมีอาการรุนแรงและอาจถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้น การเฝ้าระวังสายพันธุ์ EV71 จึงต้องทำอย่างใกล้ชิดและรวดเร็ว

สัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ถึงภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในเด็ก

เมื่อลูกได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมือเท้าปาก การเฝ้าระวังอาการที่บ้านคือหัวใจสำคัญ พ่อแม่ควรสังเกตอาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณใดสัญญาณหนึ่งดังต่อไปนี้ ควรพาบุตรหลานมาพบแพทย์ทันที

  • ไข้สูงลอย หรือไข้สูงไม่ลง: หากลูกมีไข้สูงกว่า 39 องศาเซลเซียสติดต่อกันนานกว่า 24-48 ชั่วโมง แม้จะเช็ดตัวลดไข้หรือทานยาลดไข้แล้วไข้ก็ยังไม่ลง หรือมีไข้สูงแล้วตามมาด้วยอาการชัก
  • ซึมลง ไม่เล่น ไม่อยากอาหาร: ลูกมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากปกติอย่างชัดเจน งอแงง่ายผิดปกติ ปลุกตื่นยาก เฉื่อยชา ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของภาวะสมองอักเสบ
  • อาเจียนพุ่ง หรืออาเจียนมากผิดปกติ: โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นการอาเจียนแบบพุ่ง ไม่สัมพันธ์กับการรับประทานอาหาร หรืออาเจียนติดต่อกันหลายครั้ง จนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้
  • ดื่มน้ำได้น้อย ไม่ปัสสาวะ หรือมีอาการขาดน้ำรุนแรง: หากลูกดื่มน้ำได้น้อยมาก ปากแห้ง ผิวหนังไม่ยืดหยุ่น กระหม่อมบุ๋ม (ในเด็กเล็ก) หรือปัสสาวะน้อยลงกว่าปกติมาก แสดงว่าร่างกายกำลังขาดน้ำอย่างรุนแรง
  • หายใจหอบเหนื่อย หรือหายใจลำบาก: ลูกมีอาการหายใจเร็วกว่าปกติ หายใจลำบาก หรือมีเสียงดังผิดปกติขณะหายใจ อาจบ่งชี้ถึงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหรือปอดอักเสบ
  • แขนขาอ่อนแรง ชัก หรือมีอาการกระตุกผิดปกติ: หากลูกมีอาการกระตุกของกล้ามเนื้อโดยเฉพาะเวลานอน สะดุ้งผวา เดินเซ หรือมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขนขา รวมถึงมีอาการชักร่วมด้วย นี่เป็นสัญญาณอันตรายของระบบประสาทที่ต้องรีบพบแพทย์ด่วนที่สุด
  • ปวดศีรษะรุนแรง และคอแข็ง: อาจเป็นสัญญาณของเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

แนวทางการเฝ้าระวังอาการที่บ้านและการตัดสินใจพาบุตรหลานมาพบแพทย์อย่างเร่งด่วน

การเฝ้าระวังที่บ้านอย่างรอบคอบคือสิ่งสำคัญอันดับแรก

  • บันทึกอาการ: จดบันทึกอุณหภูมิร่างกายของลูกเป็นระยะๆ โดยเฉพาะเมื่อมีไข้ บันทึกจำนวนครั้งของการอาเจียน การปัสสาวะ และปริมาณน้ำที่ลูกดื่มได้ เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญให้แพทย์
  • สังเกตพฤติกรรม: หมั่นสังเกตพฤติกรรมการเล่น การนอน และการตอบสนองต่อสิ่งรอบข้าง หากมีการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ ให้รีบปรึกษาแพทย์
  • ให้ลูกดื่มน้ำและรับประทานอาหารให้เพียงพอ: พยายามให้ลูกดื่มน้ำสะอาด นม หรือน้ำเกลือแร่บ่อยๆ ครั้งละน้อยๆ แม้จะมีแผลในปากทำให้ทานลำบาก ให้เลือกอาหารอ่อนๆ ที่กลืนง่าย เช่น โจ๊ก ซุป หรือไอศกรีม เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • แยกบุตรหลาน: เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่เด็กคนอื่นในบ้านและในชุมชน

หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกมีอาการอย่างหนึ่งอย่างใดในสัญญาณอันตรายข้างต้น แม้เพียงเล็กน้อย อย่ารีรอที่จะพาบุตรหลานมาพบแพทย์ทันที การรีบมาพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถช่วยให้ลูกได้รับการวินิจฉัยและรักษาได้อย่างทันท่วงที ซึ่งจะลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้อย่างมาก

ในฐานะกุมารแพทย์ ผมเข้าใจดีถึงความกังวลของพ่อแม่ทุกคน การมีข้อมูลที่ถูกต้องและการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านมั่นใจว่า หากมีการเฝ้าระวังและรีบพามาพบแพทย์เมื่อมีสัญญาณเตือน ลูกน้อยของเราจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุดเสมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down