ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่ออาการปวดท้องไม่ใช่แค่เรื่องของอาหารเป็นพิษ

คนไข้หลายรายเดินเข้ามาพบแพทย์ด้วยความเข้าใจว่าอาการปวดบิดเกร็งในท้องและถ่ายเหลวหลายครั้งเป็นเพียงแค่ อาหารเป็นพิษ หรือ ท้องเสียทั่วไป ที่กินยาฆ่าเชื้อหรือยาหยุดถ่ายสักพักก็คงหายดี แต่เมื่อซักประวัติต่อไปกลับพบอาการทางคลินิกที่น่ากังวล เช่น มีอาการถ่ายเหลวปนมูกเลือดร่วมด้วย และปวดบิดเกร็งท้องอย่างรุนแรงจนไม่สามารถเหยียดตัวตรงได้ สัญญาณเตือนเหล่านี้กำลังบ่งชี้ว่าร่างกายกำลังเผชิญกับภาวะ ลำไส้ใหญ่อักเสบรุนแรง ซึ่งต้องการการวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์เฉพาะทางอย่างเร่งด่วน

การอักเสบในระดับที่รุนแรงจะทำให้เยื่อบุผิวภายในลำไส้ใหญ่เกิดภาวะบวม แดง และเกิดแผลพุพอง ส่งผลให้กลไกการดูดซึมน้ำและเกลือแร่ล้มเหลว ร่างกายจึงขับสารคัดหลั่ง เลือด และมูกปนมากับอุจจาระเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ แรงบีบตัวที่รุนแรงและผิดปกติของกล้ามเนื้อลำไส้เพื่อขับไล่ของเสียยังส่งผลให้เกิดอาการปวดเกร็งท้องอย่างทรมาน ซึ่งแตกต่างจากอาการท้องเสียจากการติดเชื้อทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

หลากหลายสาเหตุเบื้องหลังภาวะลำไส้ใหญ่อักเสบ

ภาวะลำไส้ใหญ่อักเสบไม่ได้เกิดขึ้นจากการติดเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อนในอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสาเหตุสำคัญอื่นๆ ที่มีความซับซ้อนและจำเป็นต้องได้รับการแยกแยะเพื่อการรักษาที่ตรงจุด ดังนี้

  • ถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis): เกิดขึ้นเมื่อถุงเล็กๆ ที่โป่งพองบริเวณผนังลำไส้เกิดการสะสมของเศษอุจจาระจนเกิดการอุดตัน ติดเชื้อ และอักเสบตามมา ผู้ป่วยมักมีอาการปวดท้องเฉียบพลันบริเวณท้องน้อยด้านซ้าย ร่วมกับมีไข้สูง
  • ลำไส้ใหญ่ขาดเลือด (Ischemic Colitis): มีสาเหตุมาจากปริมาณเลือดที่ไหลเวียนไปเลี้ยงลำไส้ใหญ่ลดลงอย่างเฉียบพลัน มักพบในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจ หรือความดันโลหิตสูง อาการเด่นคือปวดท้องรุนแรงฉับพลันและตามด้วยการถ่ายเป็นเลือดสด
  • การติดเชื้อ Clostridioides difficile (C. difficile): เป็นภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่มครอบคลุมกว้างเป็นเวลานาน ซึ่งเข้าไปทำลายสมดุลของจุลินทรีย์ตัวดีในลำไส้ ส่งผลให้เชื้อ C. difficile เจริญเติบโตมากผิดปกติและหลั่งสารพิษทำลายเยื่อบุลำไส้ใหญ่จนอักเสบรุนแรง
  • ลำไส้ใหญ่อักเสบจากรังสี (Radiation Colitis): พบในผู้ป่วยมะเร็งในอุ้งเชิงกราน เช่น มะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งต่อมลูกหมาก ที่ได้รับการรักษาด้วยการฉายรังสี ซึ่งรังสีอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เซลล์เยื่อบุผิวและหลอดเลือดในลำไส้ใหญ่ในระยะยาว

สัญญาณอันตรายที่ต้องเข้าพบแพทย์ฉุกเฉินทันที

ในผู้ป่วยบางราย การอักเสบอาจดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต ซึ่งผู้ป่วยและผู้ดูแลจำเป็นต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดเพื่อนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วนที่สุด

ภาวะแทรกซ้อนทางศัลยกรรมจากลำไส้อักเสบรุนแรงจัดเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินทางการแพทย์ การตรวจพบและได้รับการรักษาล่าช้าอาจทำให้อัตราความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าใจหาย

1. ภาวะลำไส้โป่งพองเป็นพิษ (Toxic Megacolon)

เมื่อการอักเสบลุกลามลึกเข้าสู่ชั้นกล้ามเนื้อของลำไส้ใหญ่ จะทำให้ลำไส้สูญเสียความสามารถในการบีบตัวจนเกิดการขยายตัวและโป่งพองออกอย่างรวดเร็ว ร่วมกับการสะสมของแก๊สและสารพิษในปริมาณมหาศาล ผู้ป่วยจะมีอาการท้องอืดตึงอย่างรุนแรง มีไข้สูง ชีพจรเต้นเร็ว ซึมสับสน และเสี่ยงต่อการเกิดภาวะช็อกจากการติดเชื้อในกระแสเลือด

2. ภาวะลำไส้ทะลุ (Bowel Perforation)

หากผนังลำไส้ที่อักเสบเกิดการเปื่อยยุ่ยและบางลงจนฉีกขาด อุจจาระและแบคทีเรียจะรั่วไหลเข้าสู่ช่องท้อง ก่อให้เกิดภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบรุนแรง ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องรุนแรงเฉียบพลัน ท้องแข็งเกร็งราวกับแผ่นกระดานเมื่อกดลงไป ไข้สูงหนาวสั่น และความดันโลหิตลดต่ำลงอย่างน่ากลัว

แนวทางการรักษาและการดูแลตนเองอย่างถูกต้อง

เมื่อมีอาการน่าสงสัยของภาวะ ลำไส้ใหญ่อักเสบรุนแรง การพยายามดูแลรักษาตนเองที่บ้านอย่างไร้ทิศทางอาจเพิ่มอันตรายแก่ตัวผู้ป่วยเองได้อย่างมาก

ข้อควรปฏิบัติสำคัญก่อนถึงมือแพทย์:

  • ห้ามซื้อยาหยุดถ่ายมารับประทานเองเด็ดขาด: การใช้ยากลุ่มที่ลดการเคลื่อนตัวของลำไส้ในขณะที่ลำไส้มีการอักเสบหรือติดเชื้อรุนแรง จะทำให้สารพิษและเชื้อโรคคั่งค้างอยู่ภายในลำไส้ ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดภาวะลำไส้โป่งพองเป็นพิษได้ง่ายขึ้น
  • งดน้ำและอาหารชั่วคราว: เพื่อให้ลำไส้ได้พักการทำงานเต็มที่ และเตรียมความพร้อมในกรณีที่อาจต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน
  • สังเกตและบันทึกอาการ: ติดตามจำนวนครั้งของการถ่าย ลักษณะของอุจจาระที่พบมูกหรือเลือดปน และวัดไข้อย่างต่อเนื่องเพื่อส่งต่อข้อมูลให้แพทย์ใช้ประกอบการวินิจฉัย

เมื่อผู้ป่วยเดินทางมาถึงโรงพยาบาล แพทย์จะดำเนินการประเมินความรุนแรงทันทีผ่านการตรวจเลือดหาสัญญาณการติดเชื้อและการอักเสบ การตรวจเพาะเชื้อจากอุจจาระ ตลอดจนการทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องท้อง หรือการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่เพื่อประเมินพยาธิสภาพภายใน

สำหรับการรักษาทางอายุรกรรมจะเน้นการให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำร่วมกับการทดแทนสารน้ำและเกลือแร่อย่างเพียงพอ พร้อมทั่งเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนอย่างใกล้ชิด แต่หากพบว่ามีภาวะลำไส้ทะลุ มีเลือดออกไม่หยุด หรือการรักษาด้วยยาไม่ได้ผล ทีมแพทย์จะพิจารณาการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อตัดลำไส้ส่วนที่มีรอยโรคออกทันทีเพื่อรักษาชีวิตของผู้ป่วย

การเข้าใจในสัญญาณเตือนของร่างกายและการไม่ปล่อยผ่านอาการปวดท้องรุนแรงร่วมกับการถ่ายเป็นมูกเลือด คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เข้าถึงการรักษาทางการแพทย์ที่ถูกต้องได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ