ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อเสียงพัดลมดังเกินไป และป้ายเสื้อคือศัตรูตัวร้าย: ถอดรหัสพฤติกรรมลูกซนและอ่อนไหวง่าย

\"คุณหมอ ช่วยด้วย ลูกไม่ยอมใส่ถุงเท้าเลย บ่นว่าเจ็บตะเข็บตลอดเวลา พอจะให้ออกจากบ้านก็ร้องไห้โยเย แถมเวลาอยู่ในห้องเรียน คุณครูก็บอกว่าน้องไม่นิ่งเลย ชอบลุกลน วิ่งวุ่นตลอดเวลา\" นี่คือหนึ่งในเสียงสะท้อนจากใจของคุณพ่อคุณแม่หลายท่านที่พาลูกมาปรึกษาที่คลินิกกุมารเวชด้วยความสับสนและเหนื่อยล้า

หลายครั้งที่พฤติกรรมเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นเพียงความดื้อรั้น ความเอาแต่ใจ หรือเด็กมีอาการสมาธิสั้น (ADHD) ทว่าในความเป็นจริง เบื้องหลังอาการอยู่ไม่นิ่งและการตอบสนองที่ดูรุนแรงต่อสิ่งเร้ารอบตัว อาจมีจุดเริ่มต้นมาจากความผิดปกติของระบบประสาทที่ลึกซึ้งกว่านั้น นั่นคือ ความเชื่อมโยงระหว่างภาวะบูรณาการประสาทความรู้สึกบกพร่องและโรคสมาธิสั้น ซึ่งเป็นกลไกที่ต้องการความเข้าใจอย่างถูกต้องจากผู้ปกครอง

ทำความรู้จักระบบบูรณาการประสาทความรู้สึก และภาวะบกพร่องในเด็กปฐมวัย

โดยปกติแล้ว ร่างกายของมนุษย์จะมี ระบบบูรณาการประสาทความรู้สึก (Sensory Integration System) ทำหน้าที่คอยรับข้อมูลจากประสาทสัมผัสต่างๆ ทั้ง 7 ด้าน ได้แก่ การมองเห็น การได้ยิน การดมกลิ่น การลิ้มรส การสัมผัสทางผิวหนัง การรับรู้ตำแหน่งข้อต่อและกล้ามเนื้อ (Proprioception) และการทรงตัว (Vestibular System) ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งไปยังสมองเพื่อแปลผลและสั่งการให้ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม

เมื่อเกิด ภาวะบูรณาการประสาทความรู้สึกบกพร่อง (Sensory Processing Disorder หรือ SPD) สมองจะไม่สามารถจัดการหรือจัดระเบียบสัญญาณประสาทสัมผัสเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปรียบเสมือนสถานีจราจรที่ระบบสัญญาณไฟขัดข้อง ส่งผลให้เด็กปฐมวัยแสดงพฤติกรรมที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าผิดปกติไปจากเพื่อนในวัยเดียวกัน โดยสามารถแสดงออกได้ในสองทิศทางหลัก คือ ไวต่อความรู้สึกเกินไป (Hypersensitivity) เช่น ร้องไห้เมื่อได้ยินเสียงไดร์เป่าผม ไม่ยอมใส่เสื้อผ้าเนื้อหยาบ คัดค้านการตัดผมหรือตัดเล็บ หรือในอีกทางหนึ่งคือ เฉื่อยชาต่อความรู้สึก (Hyposensitivity) ทำให้ต้องการสิ่งเร้ามากกว่าปกติ เช่น ชอบเดินชนสิ่งของ ชอบหมุนตัว หรือชอบสัมผัสจับต้องทุกอย่างที่ขวางหน้า

กลไกความเกี่ยวพัน: เมื่อระบบรับความรู้สึกที่ผิดปกติเหนี่ยวนำให้เกิดอาการคล้ายสมาธิสั้น

ทางการแพทย์พบว่าภาวะบูรณาการประสาทความรู้สึกบกพร่องและโรคสมาธิสั้น มีความเกี่ยวพันกันอย่างใกล้ชิดและมักพบร่วมกันได้บ่อยครั้ง เนื่องจากสมองส่วนที่ทำหน้าที่กรองสิ่งเร้าและควบคุมสมาธิมีความเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ

ความรู้สึกที่รับเข้ามาอย่างท่วมท้นหรือน้อยเกินไป ส่งผลโดยตรงต่อระดับความตื่นตัวของสมองและพฤติกรรมภายนอกของเด็ก

สำหรับเด็กกลุ่มที่ ไวต่อความรู้สึกเกินไป (Hypersensitive) สมองของพวกเขาจะมองว่าสิ่งเร้าธรรมดาเป็นภัยคุกคาม เช่น เสียงแอร์ที่ดังหึ่งๆ หรือสัมผัสจากป้ายยี่ห้อเสื้อผ้า สมองจะกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติให้เข้าสู่สภาวะสู้หรือหนี (Fight or Flight) ส่งผลให้เด็กเกิดความวิตกกังวล อารมณ์แปรปรวน และแสดงอาการลุกลี้ลุกลนเพื่อหาทางออกจากสถานการณ์นั้น พฤติกรรมนี้มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นอาการอยู่ไม่นิ่งหรือวอกแวกง่ายของโรคสมาธิสั้น

ในทางตรงกันข้าม เด็กกลุ่มที่ เฉื่อยชาต่อความรู้สึก (Hyposensitive หรือ Sensory Seeker) จะมีระดับความตื่นตัวของสมองต่ำกว่าปกติ เพื่อให้สมองตื่นตัวและทำงานได้ พวกเขาจึงต้องคอยเคลื่อนไหวร่างกายตลอดเวลา วิ่งกระโดด เอาตัวไปเบียดคนอื่น หรือส่งเสียงดัง พฤติกรรมแสวงหาประสาทสัมผัสเหล่านี้มีลักษณะภายนอกที่แทบจะแยกไม่ออกจากอาการซนและอยู่นิ่งไม่ได้ของโรคสมาธิสั้น

อาการวอกแวกและสมาธิสั้นที่ถูกกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว

ลองจินตนาการถึงการต้องนั่งทำงานในห้องที่มีเสียงสว่านเจาะกำแพงอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับมีคนมาสะกิดไหล่อยู่ทุกๆ สามวินาที นั่นคือความรู้สึกที่เด็กที่มีภาวะบกพร่องของระบบบูรณาการประสาทความรู้สึกต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน แม้ในห้องเรียนปกติที่ผู้ใหญ่มองว่าสงบเงียบ

การที่สมองขาดความสามารถในการคัดกรองสิ่งเร้าที่ไม่จำเป็นออกไป ทำให้เด็กได้รับข้อมูลดิบจากสิ่งแวดล้อมพร้อมกันทั้งหมด เสียงดินสอขูดกับกระดาษของเพื่อนข้างๆ แสงจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่กะพริบถี่ๆ หรือแม้กระทั่งแรงกดจากขอบกางเกงที่รัดแน่นเกินไป สิ่งเหล่านี้แย่งชิงพื้นที่ความสนใจของสมองไปจนหมดสิ้น ส่งผลให้เด็กไม่สามารถจดจ่อกับการเรียนของครูได้ เกิดอาการวอกแวกง่าย ขาดสมาธิ และสุดท้ายอาจนำไปสู่อาการฉุนเฉียวหรือพฤติกรรมต่อต้านเนื่องจากสมองเกิดภาวะล้าจากสิ่งเร้า (Sensory Overload)

แนวทางการช่วยเหลือเบื้องต้น: ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมเพื่อคืนความสงบให้สมองของลูกน้อย

การช่วยเหลือเด็กที่มีภาวะนี้ไม่ได้เริ่มต้นที่การดุตำหนิหรือบังคับให้ลูกอดทน แต่เริ่มจากการปรับสิ่งเร้าภายนอกให้มีความสมดุล เพื่อช่วยให้ระบบบูรณาการประสาทความรู้สึกของเด็กทำงานได้ผ่อนคลายขึ้น ดังนี้

  • ปรับปรุงเครื่องแต่งกาย: เลือกเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้ายแท้เนื้อนุ่ม ตัดป้ายยี่ห้อเสื้อผ้าออกทั้งหมด เลือกกางเกงเอวยางยืดที่ไม่รัดแน่น และใช้ถุงเท้าแบบไม่มีตะเข็บเพื่อลดแรงระคายเคืองผิวหนัง
  • จัดการสิ่งแวดล้อมทางเสียงและแสง: หากต้องไปในสถานที่ที่มีเสียงดังรบกวน ควรเตรียมหูฟังตัดเสียงรบกวน (Noise-canceling headphones) ให้ลูก พยายามหลีกเลี่ยงการใช้หลอดไฟที่กะพริบหรือสว่างจ้าเกินไปในห้องทำการบ้าน
  • จัดหามุมสงบส่วนตัว (Quiet Corner): สร้างพื้นที่เล็กๆ ในบ้านที่ปราศจากสิ่งเร้าทางสายตาและเสียง เพื่อให้ลูกได้เข้าไปพักผ่อนและปรับสมดุลอารมณ์เมื่อรู้สึกถูกกระตุ้นมากเกินไป
  • เพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการรับรู้กล้ามเนื้อและข้อต่อ (Heavy Work): สำหรับเด็กที่ต้องการสิ่งเร้าสูง การให้ทำกิจกรรมที่ออกแรงต้าน เช่น การกระโดดแทรมโพลีน การช่วยยกของหนักที่ปลอดภัย หรือการปีนป่ายก่อนเริ่มทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิ จะช่วยลดอาการยุกยิกและเพิ่มการจดจ่อได้เป็นอย่างดี

ความซน ความอ่อนไหว และอาการสมาธิสั้นของลูก อาจเป็นเพียงเสียงสัญญาณเตือนว่าสมองของเขากำลังเผชิญกับโลกที่เสียงดังและรุนแรงเกินกว่าจะรับไหว การสังเกตและเข้าใจความต้องการทางประสาทสัมผัสอย่างใส่ใจ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยเหลือลูกได้อย่างตรงจุด และนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพของพวกเขาได้อย่างเต็มที่และมีความสุข

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down