ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

“หมอคะ พอดีเพิ่งทราบว่าตั้งครรภ์แล้วตอนนี้อายุครรภ์ 16 สัปดาห์แล้ว ยังตรวจดาวน์ซินโดรมทันไหม” หรือ “ย้ายโรงพยาบาลมาฝากครรภ์ช้าไปจนเลยกำหนดเจาะเลือดไตรมาสแรก จะทำอย่างไรดี”

นี่คือคำถามและแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลใจที่คุณหมอมักจะได้พบเจอบ่อยครั้งในห้องตรวจฝากครรภ์ การพลาดโอกาสตรวจคัดกรองในช่วงไตรมาสแรก (อายุครรภ์ 11-13 สัปดาห์) ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเรื่องการรับรู้การตั้งครรภ์ช้า หรือความล่าช้าในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ มักทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกกระวนกระวายใจและกังวลถึงความสมบูรณ์ของลูกน้อยในครรภ์

ในความเป็นจริงแล้ว ทางการแพทย์ยังมีแผนสำรองที่มีความน่าเชื่อถือสูงและเป็นมาตรฐานสากลเพื่อช่วยเหลือคุณแม่กลุ่มนี้ นั่นคือการ ตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ด้วยสารชีวเคมีในเลือดมารดาช่วงไตรมาสสอง หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Quadruple Test ซึ่งสามารถทำได้ในช่วงอายุครรภ์ 15 ถึง 20 สัปดาห์ เพื่อช่วยประเมินระดับความเสี่ยงของลูกรักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไขรหัสสารชีวเคมีทั้ง 4 ชนิดใน Quadruple Test

การตรวจ Quadruple Test เป็นการเจาะเลือดของคุณแม่เพื่อวัดระดับสารเคมีและฮอร์โมน 4 ชนิดที่สร้างขึ้นจากทารกและรก ซึ่งระดับของสารเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงไปตามอายุครรภ์อย่างเฉพาะเจาะจง โดยสารชีวเคมีทั้ง 4 ชนิดประกอบด้วย:

  • Alpha-fetoprotein (AFP): โปรตีนที่สร้างขึ้นจากตับและถุงไข่แดงของทารกในครรภ์ ในกรณีที่ทารกมีความเสี่ยงต่อกลุ่มอาการดาวน์ ค่า AFP มักจะมีระดับต่ำกว่าค่ามัธยฐานปกติ แต่ในทางตรงกันข้าม หากพบค่า AFP สูงผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติของท่อประสาทเปิด (Neural Tube Defects) หรือผนังหน้าท้องของทารกปิดไม่สนิท
  • Human Chorionic Gonadotropin (hCG): ฮอร์โมนสำคัญที่สร้างขึ้นจากรกเพื่อพยุงการตั้งครรภ์ สำหรับครรภ์ที่ทารกมีภาวะกลุ่มอาการดาวน์ ระดับฮอร์โมน hCG ในเลือดของคุณแม่มักจะมีค่าสูงกว่าระดับปกติอย่างมีนัยสำคัญ
  • Unconjugated Estriol (uE3): ฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดหนึ่งที่สร้างขึ้นโดยการทำงานประสานกันระหว่างต่อมหมวกไตและตับของทารก ร่วมกับรกของมารดา หากระดับ uE3 ต่ำกว่าปกติ จะมีความสัมพันธ์เชิงสถิติกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มอาการดาวน์และกลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ดส์ (Trisomy 18)
  • Inhibin-A: โปรตีนที่ผลิตจากรกและรังไข่ สารตัวนี้เป็นกุญแจสำคัญที่ถูกเพิ่มเข้ามาในชุดตรวจไตรมาสสอง (พัฒนามาจาก Triple Test ในอดีต) เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตรวจหาความเสี่ยง โดยพบว่าระดับ Inhibin-A จะสูงขึ้นอย่างเด่นชัดในครรภ์ที่ทารกมีกลุ่มอาการดาวน์

ความแม่นยำและข้อจำกัดของการตรวจคัดกรองในไตรมาสที่สอง

การวิเคราะห์ระดับสารเคมีทั้ง 4 ชนิดนี้ จะไม่ได้ดูเพียงแค่ค่าใดค่าหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่แพทย์จะนำผลแล็บทั้งหมดมารวมคำนวณร่วมกับปัจจัยเฉพาะบุคคลของคุณแม่ เช่น อายุขณะตั้งครรภ์ น้ำหนักตัว ชาติพันธุ์ ประวัติการสูบบุหรี่ หรือการตั้งครรภ์แฝด เพื่อประเมินออกมาเป็นอัตราส่วนความเสี่ยงเชิงสถิติ

ในแง่ของประสิทธิภาพ การตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ด้วยสารชีวเคมีในเลือดมารดาช่วงไตรมาสสอง ด้วยวิธี Quadruple Test นี้ มีอัตราการตรวจพบ (Detection Rate) อยู่ที่ประมาณร้อยละ 81 ถึง 83 โดยมีอัตราการเกิดผลบวกเท็จ (False Positive Rate) อยู่ที่ประมาณร้อยละ 5 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าพึงพอใจและมีประสิทธิภาพเพียงพอในการช่วยคัดกรองเบื้องต้น

ข้อจำกัดสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำความเข้าใจคือ การตรวจนี้เป็นเพียงการประเมินความเสี่ยง ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค ผลตรวจที่ระบุว่ามีความเสี่ยงต่ำไม่ได้เป็นการรับประกันร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าทารกจะไม่มีความผิดปกติทางโครโมโซม และในทำนองเดียวกัน ผลตรวจที่ระบุว่ามีความเสี่ยงสูงก็ไม่ได้แปลว่าทารกในครรภ์ต้องเป็นดาวน์ซินโดรมเสมอไป

ขั้นตอนการปฏิบัติตัวเมื่อผลตรวจพบความเสี่ยงสูง

หากผลการตรวจวิเคราะห์ออกมาว่ามีความเสี่ยงสูง (มักใช้อัตราส่วนจุดตัดที่ 1 ต่อ 250 เป็นเกณฑ์) สิ่งแรกที่คุณแม่และครอบครัวควรทำคือการตั้งสติและปฏิบัติตามขั้นตอนทางการแพทย์อย่างเป็นระบบ ดังนี้:

  1. ยืนยันอายุครรภ์ด้วยการตรวจอัลตราซาวนด์อย่างละเอียด: เนื่องจากระดับสารชีวเคมีทั้ง 4 ชนิดแปรผันตามอายุครรภ์อย่างมาก การนับวันประจำเดือนคลาดเคลื่อนเพียงไม่กี่วันอาจส่งผลให้การคำนวณค่าความเสี่ยงผิดเพี้ยนไปได้ การตรวจอัลตราซาวนด์จะช่วยให้แพทย์กำหนดอายุครรภ์ที่แท้จริงและปรับคำนวณค่าความเสี่ยงใหม่อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งตรวจดูโครงสร้างร่างกายเบื้องต้นของทารก
  2. รับคำปรึกษาทางพันธุศาสตร์อย่างใกล้ชิด: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะอธิบายรายละเอียดของตัวเลขความเสี่ยง เปรียบเทียบข้อดีและข้อจำกัดของทางเลือกถัดไป เพื่อช่วยให้ครอบครัวสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลที่ครบถ้วนและตรงกับความต้องการมากที่สุด
  3. พิจารณาการตรวจวินิจฉัยยืนยัน (Diagnostic Testing): เพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจนและแน่นอนที่สุด แพทย์จะแนะนำทางเลือกในการเจาะตรวจน้ำคร่ำ (Amniocentesis) ในช่วงอายุครรภ์ 16 ถึง 20 สัปดาห์ ซึ่งเป็นการนำเซลล์ของทารกที่ปนอยู่ในน้ำคร่ำไปตรวจวิเคราะห์โครโมโซมโดยตรง วิธีนี้ให้ความแม่นยำสูงเกือบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้ว่าจะมีความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรเล็กน้อย (ประมาณ 1 ใน 200 ถึง 1 ใน 500) แต่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางและการใช้เครื่องอัลตราซาวนด์นำทาง ความเสี่ยงดังกล่าวจะถูกจำกัดให้อยู่ในระดับที่ต่ำมากและมีความปลอดภัยสูง

ไม่ว่าจุดเริ่มต้นของการฝากครรภ์หรือการตรวจคัดกรองจะเกิดความล่าช้าไปบ้าง แต่เทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับและช่วยเหลือในทุกจังหวะเวลา การเข้าพบแพทย์เพื่อปรึกษาและเลือกรับการตรวจคัดกรองที่เหมาะสมกับอายุครรภ์ จึงเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการดูแลปกป้องสุขภาพและเตรียมความพร้อมเพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวด้วยความมั่นใจและอบอุ่นใจ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down