ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อลูกน้อยมีอาการไข้สูงพร้อมกับมีผื่นแดงขึ้นตามตัว คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจคิดว่าเป็นเพียงแค่อาการของไข้หวัดธรรมดา สุกใส หรือหัดไข้ แต่รู้หรือไม่คะว่า หากผื่นนั้นมีลักษณะ "สากคล้ายกระดาษทราย" ร่วมกับอาการเจ็บคออย่างรุนแรง นั่นอาจไม่ใช่ไข้หวัดทั่วไป แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของ "โรคไข้อีดำอีแดง" (Scarlet Fever) ค่ะ

ช่วงนี้คลินิกหมอสุภารัตน์พบว่ามีเด็กๆ เข้ามาตรวจด้วยอาการเหล่านี้ค่อนข้างมาก บทความนี้เราจะพาคุณพ่อคุณแม่ไปทำความรู้จักกับโรคนี้ให้มากขึ้น เพื่อให้สามารถสังเกตอาการและพาลูกน้อยมารับการรักษาได้อย่างทันท่วงทีค่ะ

โรคไข้อีดำอีแดง เกิดจากอะไร?

โรคไข้อีดำอีแดง หรือ Scarlet Fever ไม่ได้เกิดจากเชื้อไวรัสเหมือนไข้หวัดทั่วไป แต่เกิดจากการติดเชื้อ แบคทีเรียสเตรปโตคอคคัส ชนิดเอ (Streptococcus group A) ซึ่งเป็นเชื้อตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคต่อมทอนซิลอักเสบเป็นหนอง โดยเชื้อตัวนี้จะปล่อยสารพิษออกมา ทำให้เกิดผื่นแดงตามผิวหนังนั่นเองค่ะ โรคนี้มักพบได้บ่อยในเด็กวัยเรียน (อายุประมาณ 5-15 ปี) และสามารถติดต่อกันได้ผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการใช้สิ่งของร่วมกัน

4 สัญญาณเตือน! สังเกตอย่างไรว่าลูกอาจเป็นไข้อีดำอีแดง?

คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการเบื้องต้นของลูกน้อยได้ ดังนี้ค่ะ:

  • ไข้สูงฉับพลันและเจ็บคอมาก: เด็กจะมีไข้สูง หนาวสั่น บ่นเจ็บคอ กลืนน้ำลายลำบาก หากอ้าปากดูอาจพบว่าต่อมทอนซิลบวมแดงอักเสบ หรือมีจุดหนองขาวๆ บริเวณคอหอย
  • ลิ้นสตรอว์เบอร์รี (Strawberry Tongue): ในช่วงแรกบนลิ้นอาจมีฝ้าขาวปกคลุม แต่หลังจากนั้นฝ้าจะหลุดลอกออก ลิ้นจะมีสีแดงสดและมีตุ่มนูนเล็กๆ ขึ้นมา มองดูคล้ายกับผิวของผลสตรอว์เบอร์รี
  • ผื่นสากคล้ายกระดาษทราย: เป็นเอกลักษณ์สำคัญของโรคนี้! มักจะมีผื่นแดงเล็กๆ ขึ้นตามคอ หน้าอก และลำตัว ก่อนจะลามไปยังแขนและขา เมื่อใช้มือลูบสัมผัสจะรู้สึกว่าผิวสากๆ คล้ายกระดาษทราย (ผื่นมักจะขึ้นภายใน 1-2 วันหลังมีไข้)
  • หน้าแดง แต่รอบปากซีด: บริเวณแก้มและใบหน้าของเด็กจะดูแดงระเรื่อกว่าปกติ แต่ผิวหนังบริเวณรอบๆ ริมฝีปากกลับดูซีดขาวอย่างเห็นได้ชัด

ทำไมถึงห้ามปล่อยทิ้งไว้ และต้องรีบมาพบแพทย์?

ความอันตรายของโรคไข้อีดำอีแดงไม่ได้อยู่ที่ตัวผื่น แต่อยู่ที่ "เชื้อแบคทีเรีย" ค่ะ เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดจากแบคทีเรีย จึง จำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) อย่างถูกต้องและครบโดส ตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น

ข้อควรระวังอย่างยิ่ง: ห้ามคุณพ่อคุณแม่ซื้อยากินเอง หรือหยุดยาเองเมื่อเห็นว่าลูกอาการดีขึ้นเด็ดขาด! เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ รักษาไม่ถูกวิธี หรือได้ยาไม่ครบ เชื้อแบคทีเรียอาจลุกลามและทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงในอนาคตได้ เช่น:

  • โรคไข้รูมาติก (Rheumatic Fever): ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดลิ้นหัวใจรั่วหรืออักเสบเรื้อรัง
  • ภาวะกรวยไตอักเสบ (Glomerulonephritis): ส่งผลต่อการทำงานของไต

คำแนะนำจากคลินิกหมอสุภารัตน์

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกน้อยมีอาการไข้ เจ็บคอ และมีผื่นแดงน่าสงสัยตามลักษณะข้างต้น แนะนำให้รีบพามาพบคุณหมอเพื่อทำการตรวจเช็กอาการและรับการรักษาที่ตรงจุดที่สุดค่ะ ยิ่งรักษาเร็ว ลูกน้อยก็ยิ่งปลอดภัยและหายดีได้ไวขึ้น

เพราะสุขภาพของลูกรักคือสิ่งสำคัญที่สุด อย่าลืมหมั่นสังเกตอาการและดูแลสุขอนามัยเบื้องต้น เช่น ล้างมือบ่อยๆ ไม่ใช้ภาชนะร่วมกับผู้อื่น เพื่อป้องกันการติดเชื้อนะคะ

ด้วยความห่วงใยจาก คลินิกหมอสุภารัตน์ 💙

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ