ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อลูกรักหายไข้ แต่เชื้อโรคร้ายยังตกค้าง: คู่มือทำความสะอาดของใช้ป้องกันการติดเชื้อซ้ำ

ในห้องตรวจกุมารเวชศาสตร์ คำถามยอดฮิตที่คุณพ่อคุณแม่มักจะถามหมอหลังจากที่ลูกน้อยเริ่มหายดีจากโรคไข้หวัดใหญ่ มือเท้าปาก หรือ RSV ก็คือ “ของเล่นและของใช้พวกนี้ต้องจัดการอย่างไรดี จะทำให้ลูกกลับมาติดเชื้อซ้ำอีกรอบไหม” ความกังวลนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้องและสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง เพราะเชื้อโรคหลายชนิด โดยเฉพาะกลุ่มไวรัส สามารถมีชีวิตอยู่บนพื้นผิวของเล่นและของใช้ส่วนตัวได้นานหลายวัน หรือบางชนิดอาจอยู่ได้นานเป็นสัปดาห์หากไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี

การทำความสะอาดของใช้และของเล่นหลังการเจ็บป่วย ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันไม่ให้เด็กกลับมาติดเชื้อซ้ำจากเชื้อที่ตนเองเคยแพร่ไว้ แต่ยังช่วยปกป้องสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้าน โดยเฉพาะพี่น้องวัยคลานที่อาจมาสัมผัสของเล่นชิ้นเดียวกันด้วย

1. วิธีการทำความสะอาดของเล่นพลาสติกและของเล่นผ้าด้วยสารฆ่าเชื้อที่ปลอดภัยต่อเด็ก

การเลือกวิธีทำความสะอาดของเล่นเด็กป่วยต้องคำนึงถึงวัสดุของเล่นเป็นหลัก เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถทำลายเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทิ้งสารเคมีอันตรายตกค้างที่จะเข้าสู่ร่างกายของลูกน้อยในภายหลัง

  • ของเล่นพลาสติกและของเล่นยาง: เริ่มต้นด้วยการล้างคราบสกปรก คราบน้ำลาย หรือคราบน้ำมูกออกด้วยน้ำยาล้างจานหรือสบู่เหลวเด็กก่อน จากนั้นจึงใช้สารฆ่าเชื้อที่ปลอดภัย เช่น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide) ความเข้มข้น 0.5% หรือสารฟอกขาวชนิดคลอรีนที่เจือจางอย่างเหมาะสม (เช่น น้ำยาซักผ้าขาวผสมน้ำในอัตราส่วน 1:99) เช็ดหรือแช่ทิ้งไว้ 10 นาที จากนั้นต้องล้างออกด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้งจนหมดกลิ่น แล้วนำไปผึ่งแดดให้แห้งสนิท
  • ของเล่นผ้าและตุ๊กตา: ตุ๊กตาผ้าเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและไรฝุ่นชั้นดี ควรนำไปซักด้วยเครื่องซักผ้าโดยใช้น้ำร้อนอุณหภูมิอย่างน้อย 60 องศาเซลเซียส ร่วมกับน้ำยาซักผ้าเด็ก หากของเล่นชิ้นนั้นไม่สามารถซักด้วยน้ำร้อนได้ ให้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับผ้าที่ปลอดภัยสำหรับเด็กผสมในน้ำยาซักผ้า และต้องตากแดดจัดจนแห้งสนิทเพื่อป้องกันความชื้นอันเป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา

2. ขีดจำกัดความร้อนที่ทำลายโครงสร้างของเชื้อเอนเทอโรไวรัสได้อย่างสมบูรณ์

โรคระบาดในเด็กอย่างโรคมือ เท้า ปาก เกิดจากกลุ่มเชื้อเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) ซึ่งมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมสูงมาก และที่สำคัญคือ เชื้อกลุ่มนี้มีโครงสร้างแบบไม่มีเปลือกหุ้ม (Non-enveloped virus) ทำให้ไม่ถูกทำลายด้วยแอลกอฮอล์ 70% ทั่วไปที่คุณพ่อคุณแม่นิยมใช้เช็ดทำความสะอาด ดังนั้น การใช้ความร้อนจึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการทำลายโครงสร้างของไวรัสชนิดนี้

ข้อกำหนดเชิงอุณหภูมิและเวลาที่สามารถทำลายเชื้อเอนเทอโรไวรัสได้อย่างสมบูรณ์ มีดังนี้:

  • อุณหภูมิ 56 องศาเซลเซียส: ต้องใช้ความร้อนระดับนี้ต่อเนื่องอย่างน้อย 30 นาที จึงจะสามารถทำลายโครงสร้างโปรตีนของไวรัสได้
  • การต้มในน้ำเดือด (อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส): เป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับอุปกรณ์ที่ทนความร้อนได้สูง เช่น จุกนมยาง ขวดนมแก้ว หรือช้อนส้อมพลาสติกทนความร้อน โดยต้องต้มในน้ำเดือดจัดเป็นเวลาอย่างน้อย 10 ถึง 15 นาที
  • การนึ่งด้วยไอน้ำ: การใช้เครื่องนึ่งขวดนมไฟฟ้าที่ใช้ไอน้ำร้อนสูงก็สามารถฆ่าเชื้อชนิดนี้ได้เช่นกัน แต่ต้องมั่นใจว่ารอบการทำงานของเครื่องส่งผ่านความร้อนอย่างทั่วถึงตามระยะเวลาที่ระบบกำหนด

3. การจัดการขยะติดเชื้อและการแยกซักเครื่องแต่งกายและผ้าอ้อมของเด็กป่วย

นอกเหนือจากของเล่นแล้ว เสื้อผ้า ผ้าอ้อม และขยะที่เกิดจากการดูแลเด็กป่วยก็เป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อที่สำคัญ ซึ่งต้องได้รับการจัดการอย่างถูกสุขลักษณะเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคไปสู่ผู้อื่น

การแยกซักเครื่องแต่งกายและผ้าอ้อม: ในระหว่างที่ลูกป่วยและหลังหายป่วยใหม่ๆ 1 สัปดาห์ ควรแยกถังซักเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว และผ้าอ้อมของเด็กป่วยออกจากเสื้อผ้าของสมาชิกคนอื่นในบ้าน ซักด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิมากกว่า 60 องศาเซลเซียส หากเป็นผ้าอ้อมผ้าที่เปื้อนอุจจาระ ควรขจัดคราบสกปรกออกเบื้องต้นก่อน จากนั้นนำไปแช่ในน้ำผสมน้ำยาฆ่าเชื้อที่ปลอดภัยต่อผิวก่อนนำเข้ากระบวนการซักปกติ

การจัดการขยะติดเชื้ออย่างปลอดภัย: กระดาษชำระที่ใช้เช็ดน้ำมูกหรือน้ำลาย รวมถึงผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่เปื้อนอุจจาระหรือปัสสาวะของเด็กป่วย ถือเป็นขยะติดเชื้อที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ควรใส่ถุงพลาสติกแยกต่างหาก มัดปากถุงให้แน่นหนาก่อนทิ้งลงถังขยะที่มีฝาปิดมิดชิด และทุกครั้งหลังจัดการขยะหรือผ้าอ้อมของลูก คุณพ่อคุณแม่ต้องล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดนานอย่างน้อย 20 วินาทีทันที

การดูแลสุขอนามัยรอบตัวลูกน้อยหลังหายป่วยอาจดูเหมือนเป็นงานที่ละเอียดอ่อนและเหนื่อยล้าสำหรับคุณพ่อคุณแม่ แต่การจัดการอย่างถูกวิธีจะช่วยสร้างเกราะป้องกันที่มีประสิทธิภาพ ป้องกันไม่ให้วงจรการเจ็บป่วยวนกลับมาทำร้ายลูกรักและคนในครอบครัวได้อีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down