ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ถอดรหัสผลตรวจเลือดเตรียมตั้งครรภ์ เมื่อร่างกายไม่มีภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน

"ผลตรวจเลือดเตรียมตั้งครรภ์ระบุว่าไม่มีภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน จะเป็นอันตรายต่อลูกในท้องมากไหม" คำถามนี้เป็นหนึ่งในข้อกังวลใจอันดับต้นๆ ของคู่สามีภรรยาที่เข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนครอบครัว หลายคนอาจรู้สึกแปลกใจว่าร่างกายของตนเองแข็งแรงดี เจ็บป่วยน้อยมาก แต่ทำไมผลการตรวจเลือดกลับแสดงค่าเป็นลบ หรือไม่มีปราการป้องกันต่อเชื้อไวรัสชนิดนี้

ในมุมมองทางการแพทย์ การตรวจพบว่าไม่มีภูมิคุ้มกันก่อนการตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตื่นตระหนก แต่เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้า เพราะโรคหัดเยอรมันที่อาจดูเหมือนเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดาในผู้ใหญ่ กลับมีอานุภาพทำลายล้างที่รุนแรงอย่างยิ่งต่อทารกในครรภ์ที่ยังไม่มีทางสู้

อันตรายรุนแรงของกลุ่มอาการหัดเยอรมันแต่กำเนิด (Congenital Rubella Syndrome)

หากสตรีตั้งครรภ์ได้รับเชื้อหัดเยอรมัน โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ (อายุครรภ์ 1-12 สัปดาห์แรก) เชื้อไวรัสจะสามารถแพร่กระจายผ่านทางรกไปสู่ทารกในครรภ์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของการสร้างอวัยวะต่างๆ ไวรัสจะเข้าไปขัดขวางการแบ่งตัวของเซลล์ ส่งผลให้เกิดความพิการแต่กำเนิดที่รุนแรงและถาวร หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า กลุ่มอาการหัดเยอรมันแต่กำเนิด (Congenital Rubella Syndrome หรือ CRS)

ความผิดปกติที่พบในทารกที่มารดาติดเชื้อหัดเยอรมันขณะตั้งครรภ์ ประกอบด้วย:

  • ความผิดปกติทางสายตา: เกิดต้อกระจกแต่กำเนิด ต้อหิน หรือจอประสาทตาอักเสบ ซึ่งอาจส่งผลให้เด็กตาบอดสนิท
  • ความบกพร่องทางการได้ยิน: หูหนวกประสาทหูเสื่อม ซึ่งมักเป็นทั้งสองข้างและเป็นความพิการที่พบบ่อยที่สุด
  • ความผิดปกติของหัวใจ: เกิดภาวะเส้นเลือดหัวใจเกิน (Patent Ductus Arteriosus: PDA) หรือหลอดเลือดแดงปอดตีบตัน ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักและอาจล้มเหลวได้
  • ความผิดปกติทางสมองและระบบประสาท: สมองฝ่อ ศีรษะเล็กกว่าปกติ มีพัฒนาการช้า และมีความบกพร่องทางสติปัญญาอย่างรุนแรง
ความสูญเสียเหล่านี้ไม่สามารถรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้หลังจากทารกคลอดออกมา ดังนั้น การป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์จึงเป็นหนทางเดียวที่ดีที่สุด

การแปลผลค่า Rubella IgG ว่ามีภูมิคุ้มกันเพียงพอหรือไม่

เมื่อแพทย์ทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจวิเคราะห์หาภูมิคุ้มกัน ค่าที่แสดงในใบรายงานผลแล็บส่วนใหญ่จะเป็นการวัดปริมาณแอนติบอดีชนิด IgG (Immunoglobulin G) ต่อเชื้อหัดเยอรมัน ซึ่งสามารถแปลผลได้ดังนี้:

  • ผลเป็นบวก (Positive หรือ Reactive): มักมีค่าระดับภูมิคุ้มกัน Rubella IgG ตั้งแต่ 10 IU/mL ขึ้นไป แสดงว่าร่างกายเคยได้รับวัคซีนหรือเคยติดเชื้อตามธรรมชาติมาก่อน และมีภูมิคุ้มกันเพียงพอในการปกป้องร่างกายและทารกในครรภ์ได้อย่างปลอดภัย
  • ผลเป็นลบ (Negative หรือ Non-reactive): มีค่าระดับภูมิคุ้มกัน Rubella IgG ต่ำกว่า 10 IU/mL หรือตรวจไม่พบภูมิคุ้มกัน แปลว่าร่างกายไม่มีเกราะป้องกัน หากได้รับเชื้อหัดเยอรมันในอนาคตจะมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย
  • ผลก้ำกึ่ง (Equivocal): มีค่าภูมิคุ้มกันอยู่ในระดับคาบเกี่ยว ซึ่งแพทย์มักแนะนำให้ฉีดวัคซีนกระตุ้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

แม้ว่าการตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อหัดเยอรมันระหว่างตั้งครรภ์จะถูกกำหนดให้เป็นมาตรฐานในการฝากครรภ์ครั้งแรกของแม่ๆ ทุกคน แต่การตรวจพบว่าไม่มีภูมิคุ้มกันในขณะที่ตั้งครรภ์ไปแล้ว จะทำให้เกิดข้อจำกัดอย่างมากในการรักษา เนื่องจากแพทย์ไม่สามารถฉีดวัคซีนป้องกันให้ได้ในขณะนั้น ทำได้เพียงการเฝ้าระวังและหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วยอย่างเข้มงวดเท่านั้น

ทำไมต้องฉีดวัคซีนก่อนตั้งครรภ์ และระยะเวลาคุมกำเนิดที่ปลอดภัย

วัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมันที่มีให้บริการในปัจจุบันเป็นวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR) ซึ่งจัดเป็น วัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิตที่อ่อนฤทธิ์ลง (Live Attenuated Vaccine) ด้วยคุณลักษณะนี้เอง แพทย์จึงไม่สามารถฉีดวัคซีนชนิดนี้ให้กับสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ได้ เพราะมีความเสี่ยงทางทฤษฎีที่เชื้อไวรัสในวัคซีนอาจผ่านไปสู่ทารกในครรภ์ได้

สำหรับแนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัยสำหรับคุณแม่ที่วางแผนจะมีบุตรและตรวจพบว่าไม่มีภูมิคุ้มกัน มีดังนี้:

1. เข้ารับการฉีดวัคซีน MMR ทันที

ควรรับการฉีดวัคซีนป้องกันหัดเยอรมันจำนวน 1 เข็มล่วงหน้า ก่อนที่จะเริ่มเปิดอู่หรือปล่อยให้มีการปฏิสนธิเกิดขึ้น

2. คุมกำเนิดอย่างเคร่งครัดหลังฉีดวัคซีน

หลังจากได้รับวัคซีนแล้ว จำเป็นต้องคุมกำเนิดอย่างมีประสิทธิภาพเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 เดือน (หรือ 28 วัน) ก่อนที่จะเริ่มปล่อยให้ตั้งครรภ์ได้ เพื่อให้มั่นใจว่าเชื้อไวรัสที่อ่อนฤทธิ์จากวัคซีนได้ถูกกำจัดออกจากร่างกายหมดสิ้นแล้ว และร่างกายได้สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาอย่างเต็มที่ในการปกป้องครรภ์ครั้งใหม่

3. จะทำอย่างไรหากบังเอิญตั้งครรภ์ก่อนครบกำหนด?

ในกรณีที่เกิดการตั้งครรภ์ขึ้นก่อนครบกำหนด 1 เดือนหลังฉีดวัคซีน ขอให้อย่าเพิ่งตื่นตระหนก จากข้อมูลการเก็บสถิติทั่วโลกยังไม่เคยมีรายงานว่าวัคซีน MMR ทำให้ทารกในครรภ์พิการอย่างรุนแรงเช่นเดียวกับการติดเชื้อตามธรรมชาติ ให้รีบเข้าพบแพทย์เพื่อฝากครรภ์และติดตามพัฒนาการของทารกอย่างใกล้ชิดต่อไป

บทสรุปจากแพทย์

การสละเวลาตรวจเลือดและเตรียมความพร้อมทางร่างกายเพียงไม่กี่สัปดาห์ รวมถึงการรอคอยระยะเวลาคุมกำเนิดที่ปลอดภัยหลังการฉีดวัคซีนหัดเยอรมัน คือการลงทุนที่คุ้มค่าและสะท้อนถึงความรักความเอาใจใส่ที่คุณพ่อคุณแม่มีต่อลูกน้อยตั้งแต่ยังไม่ปฏิสนธิ การสร้างปราการป้องกันที่แข็งแกร่งไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้ตลอดระยะเวลา 9 เดือนของการตั้งครรภ์เต็มไปด้วยความราบรื่นและเปี่ยมสุข ปราศจากความกังวลใจในเรื่องโรคร้ายที่สามารถป้องกันได้ล่วงหน้าอย่างสิ้นเชิง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down