ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

กลไกการจู่โจมของไวรัส RSV จากทางเดินหายใจส่วนบนสู่ปอดของทารก

เสียงหายใจครืดคราดที่ดังเป็นจังหวะพร้อมกับเสียงไอแห้งๆ ของลูกน้อยในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง มักสร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่ไม่น้อย หลายครั้งที่อาการเริ่มต้นดูเหมือนไข้หวัดธรรมดา มีน้ำมูกใสและตัวรุมๆ แต่เพียงไม่กี่วันต่อมา อาการกลับทรุดลงอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นภาวะหายใจหอบเหนื่อย สิ่งเหล่านี้คือภาพสะท้อนอันตรายของไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจของเด็กเล็กทั่วโลก

ไวรัส RSV แพร่กระจายผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อน เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านทางตา จมูก หรือปาก จะเริ่มแบ่งตัวเพิ่มจำนวนบริเวณเยื่อบุทางเดินหายใจส่วนบน เช่น โพรงจมูกและคอหอย ก่อนจะลุกลามลงสู่ทางเดินหายใจส่วนล่างอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วัน

ในทารกแรกเกิดและเด็กเล็ก ทางเดินหายใจและหลอดลมฝอยมีขนาดเล็กและแคบมาก เมื่อไวรัส RSV เข้าไปทำลายเซลล์เยื่อบุผิวทางเดินหายใจ จะส่งผลให้เกิดการอักเสบ บวมแดง และมีการสร้างเสมหะหนียวข้นออกมารวมกับเศษเซลล์ที่ตายแล้ว กลายเป็นเมือกอุดตันหลอดลมฝอย (Airway Obstruction) ส่งผลให้ลมหายใจผ่านเข้าออกปอดได้ยากลำบาก ก่อให้เกิดภาวะปอดอักเสบและหลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลันตามมา

วิธีสังเกต อาการ RSV ในทารก แรกเกิดถึงวัย 1 ปีอย่างใกล้ชิด

เนื่องจากทารกยังไม่สามารถสื่อสารบอกความรู้สึกได้ การเฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายจึงเป็นหน้าที่สำคัญที่สุดของผู้ปกครอง โดย อาการ RSV ในทารก มีลักษณะจำเพาะทางคลินิกที่แตกต่างจากไข้หวัดทั่วไป ดังนี้

  • หายใจครืดคราดและมีเสมหะปริมาณมาก: เนื่องจากหลอดลมของทารกแคบ เมือกและเสมหะที่เหนียวข้นจะอุดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้เกิดเสียงครืดคราดในลำคอและหน้าอกเด่นชัด โดยเฉพาะเวลานอน
  • หายใจเร็วกว่าปกติ (Tachypnea): ถือเป็นสัญญาณสำคัญของการขาดออกซิเจน วิธีวัดคือให้จับเวลาการหายใจขณะที่ลูกหลับหรือสงบเป็นเวลา 1 นาทีเต็ม หากทารกอายุต่ำกว่า 2 เดือนหายใจตั้งแต่ 60 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป หรือทารกอายุ 2-11 เดือนหายใจตั้งแต่ 50 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป ถือว่าผิดปกติ
  • หน้าอกและใต้ชายโครงบุ๋ม (Chest Retractions): เมื่อทางเดินหายใจตีบแคบ ทารกต้องใช้แรงในการหายใจมากขึ้น ส่งผลให้ผิวหนังบริเวณใต้ชายโครง ซอกคอ หรือร่องซี่โครงบุ๋มลึกเข้าไปทุกครั้งที่สูดลมหายใจเข้า
  • ปีกจมูกบาน (Nasal Flaring): รูจมูกของทารกจะขยับกว้างขึ้นขณะหายใจเข้า เพื่อพยายามนำอากาศเข้าสู่ปอดให้ได้มากที่สุด

ทำไม RSV ถึงอันตรายต่อทารก แต่เป็นเพียงไข้หวัดธรรมดาในผู้ใหญ่

ความแตกต่างของโครงสร้างระบบทางเดินหายใจและระบบภูมิคุ้มกัน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความรุนแรงของโรคในแต่ละช่วงวัยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังรายละเอียดต่อไปนี้

กลุ่มทารกแรกเกิดและเด็กเล็ก (อายุต่ำกว่า 1-2 ปี)

ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ ร่วมกับขนาดของหลอดลมฝอยที่เล็กเท่ากับเส้นผ่านศูนย์กลางของหลอดน้ำดื่มขนาดเล็ก เมื่อมีการบวมของเนื้อเยื่อเพียงเล็กน้อยและการอุดตันของเสมหะ ก็สามารถปิดกั้นทางเดินหายใจเกือบทั้งหมดได้ทันที ส่งผลให้เกิดภาวะพร่องออกซิเจนและระบบหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน

กลุ่มเด็กโต (อายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป)

โครงสร้างทางเดินหายใจมีขนาดใหญ่ขึ้นและแข็งแรงพอที่จะไอขับเสมหะออกมาได้เอง อาการจึงมักจำกัดอยู่ที่ทางเดินหายใจส่วนบน มีไข้ ไอ มีน้ำมูก แต่อาจมีอาการหลอดลมบวมและหายใจเสียงวี้ดได้ในกลุ่มเด็กที่มีประวัติเป็นโรคหอบหืดหรือภูมิแพ้

กลุ่มผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ

ในผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรง เชื้อ RSV มักก่อให้เกิดอาการเพียงไข้หวัดธรรมดา (Common Cold) เช่น เจ็บคอ คัดจมูก มีน้ำมูก และไอเล็กน้อย เนื่องจากร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่เคยเผชิญกับเชื้อนี้มาก่อนแล้ว ทว่า ผู้ใหญ่มักเป็นพาหะนำเชื้อกลับมาแพร่สู่ลูกหลานในบ้านโดยไม่รู้ตัว อย่างไรก็ตาม ในผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง RSV ก็สามารถก่อให้เกิดปอดอักเสบรุนแรงได้เช่นกัน

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flags) ที่ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

หากลูกน้อยได้รับการวินิจฉัยหรือสงสัยว่าติดเชื้อ RSV คุณพ่อคุณแม่ต้องเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณเตือนอันตรายข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลหรือห้องฉุกเฉินทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด

  • ทารกซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่เล่น ไม่ตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม
  • ปฏิเสธการดื่มนม ไม่ยอมดูดเต้า หรือปัสสาวะออกน้อยลงมาก (ผ้าอ้อมแห้งนานกว่า 6-8 ชั่วโมง) ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะขาดน้ำ
  • หายใจมีเสียงวี้ด (Wheezing) หรือมีเสียงครวญคราง (Grunting) ทุกครั้งที่หายใจออก
  • ริมฝีปาก เล็บมือ หรือปลายเท้าเริ่มมีสีม่วงคล้ำหรือเขียวซีด ซึ่งเป็นสัญญาณของการขาดออกซิเจนขั้นรุนแรง
  • มีภาวะหยุดหายใจเป็นช่วงๆ (Apnea) โดยเฉพาะในทารกแรกเกิดหรือทารกคลอดก่อนกำหนด

เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีประเภทยารักษาจำเพาะหรือยาต้านไวรัสสำหรับรักษา RSV โดยตรง การรักษาจึงเน้นการประคับประคองตามอาการ เช่น การพ่นยาขยายหลอดลม การดูดเสมหะอย่างถูกวิธีเพื่อเปิดทางเดินหายใจ และการให้ออกซิเจนเสริมในรายที่มีภาวะพร่องออกซิเจน การสังเกตอาการอย่างรวดเร็วและถูกต้องจึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการปกป้องชีวิตของลูกน้อยจากไวรัสร้ายชนิดนี้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down