ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจโรคระบบทางเดินหายใจในเด็ก: เมื่อลูกรักเผชิญหน้ากับไวรัสอาร์เอสวีและไข้หวัดใหญ่

การเจ็บป่วยด้วยโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจในเด็กเล็ก โดยเฉพาะโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีหรืออาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus: RSV) และโรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ถือเป็นความกังวลใจอันดับต้นๆ ของคุณพ่อคุณแม่ทุกคน เชื้อไวรัสทั้งสองชนิดนี้มีความสามารถในการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วในสถานที่ที่มีเด็กอยู่รวมกันจำนวนมาก เช่น ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาล หรือแม้แต่ภายในครอบครัว การทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการรักษา การใช้ยาอย่างถูกต้องตามหลักกุมารเวชศาสตร์ และการสังเกตอาการเตือนภัย จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยปกป้องลูกรักให้รอดพ้นจากภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง

กลุ่มยาหลักที่ใช้ในการรักษาตามอาการทางการแพทย์

เนื่องจากทั้งโรคอาร์เอสวีและโรคไข้หวัดใหญ่เป็นการติดเชื้อไวรัส การรักษาหลักจึงเป็นการรักษาตามอาการ (Symptomatic Treatment) ควบคู่ไปกับการประคับประคองร่างกายให้สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้เองตามธรรมชาติ กุมารแพทย์จะพิจารณาจ่ายยาตามความรุนแรงของอาการ ดังนี้

ยากลุ่มลดไข้และบรรเทาอาการปวด

ใช้เมื่อเด็กมีไข้สูง ตัวร้อน หรือมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย โดยยาหลักที่ปลอดภัยและใช้เป็นมาตรฐานทางการแพทย์คือยาพาราเซตามอล (Paracetamol)

ยากลุ่มละลายเสมหะและขับเสมหะ

ในเด็กเล็กมักจะมีปัญหาเสมหะเหนียวข้นค้างอยู่ในทางเดินหายใจ ทำให้หายใจลำบาก แพทย์อาจพิจารณาให้ยากลุ่มMucolytic เพื่อช่วยลดความเหนียวข้นของเสมหะร่วมกับการทำกายภาพบำบัดทรวงอกและการพ่นยาขยายหลอดลมหากมีอาการหลอดลมตีบเกร็ง

ยาต้านไวรัสเฉพาะโรค

สำหรับโรคไข้หวัดใหญ่ หากตรวจพบในช่วงแรกของการเกิดโรค (ภายในสี่สิบแปดชั่วโมงแรก) แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) เพื่อช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาในการเจ็บป่วย ส่วนในรายที่เป็นโรคอาร์เอสวี ปัจจุบันยังไม่มีon-label antiviral drug ที่ใช้เป็นมาตรฐานทั่วไป การรักษาจึงเน้นการประคับประคองเป็นหลัก

ขนาดยาพาราเซตามอลที่ถูกต้องตามน้ำหนักตัวและวิธีใช้อย่างปลอดภัย

การให้ยาพาราเซตามอลแก่เด็ก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัวจริงของเด็ก ไม่ใช่ตามอายุ เนื่องจากเด็กแต่ละคนมีน้ำหนักที่แตกต่างกัน ขนาดยาที่แนะนำตามหลักกุมารเวชศาสตร์คือ หนึ่ง ถึงหนึ่งจุดห้า มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัมต่อครั้ง (10-15 mg/kg/dose) สามารถให้ซ้ำได้ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเมื่อมีอาการไข้สูง และไม่ควรให้เกินห้าครั้งในหนึ่งวัน

คำแนะนำจากคุณหมอ: คุณพ่อคุณแม่ควรใช้ช้อนชาหรือไซริงค์ (Syringe) ที่มากับขวดน้ำเชื่อมยาในการตวงยาให้ถูกต้อง ห้ามกะปริมาณด้วยช้อนทานข้าวทั่วไปเด็ดขาด เพื่อป้องกันการได้รับยาเกินขนาดซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อตับของเด็ก

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยา

การใช้ยาใดๆ ก็ตามย่อมมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการข้างเคียงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

  • ยาพาราเซตามอล: หากใช้ในขนาดที่สูงเกินไปติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดความเป็นพิษต่อตับ (Hepatotoxicity)
  • ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์: อาจทำให้เด็กบางรายมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือมีอาการทางจิตประสาทชั่วคราว เช่น วิตกกังวล นอนไม่หลับ ซึ่งควรปรึกษาแพทย์ทันทีหากพบอาการผิดปกติ
  • ยาขยายหลอดลม: อาจทำให้เด็กมีอาการใจสั่น มือสั่น หรือชีพจรเต้นเร็วขึ้นได้

ยาอันตรายที่ห้ามใช้เองเด็ดขาดในเด็ก

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อ (Antibiotics) มาให้เด็กรับประทานเองเด็ดขาด เนื่องจากโรคอาร์เอสวีและไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส การใช้ยาปฏิชีวนะจึงไม่ช่วยรักษาโรคแต่อย่างใด และยังส่งผลให้เกิดเชื้อดื้อยาในอนาคต นอกจากนี้ ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในเด็กที่มีไข้สูงโดยยังไม่ได้รับการวินิจฉัยที่แน่ชัด เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดกลุ่มอาการเรย์ส์ซินโดรม (Reye syndrome) ที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต หรือเพิ่มความเสี่ยงในโรคไข้เลือดออกที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาลูกพบแพทย์ทันที

หากเด็กมีอาการในกลุ่มต่อไปนี้ ถือเป็น Red Flag Symptoms ที่ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบกำหนดวัน

  • ไข้สูงมากติดต่อกันเกินสามวัน หรือไข้ไม่ยอมลดลงเลยแม้จะเช็ดตัวและทานยาลดไข้แล้ว
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม ปีกจมูกบาน หรือมีเสียงหายใจผิดปกติ
  • ซึมลงปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือมีอาการชักเกร็งจากไข้สูง
  • มีภาวะขาดน้ำ ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้ง กระหม่อมบุ๋ม หรือปัสสาวะไม่ออกนานเกินหกชั่วโมง
  • ริมฝีปาก ปลายมือปลายเท้ามีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis) ซึ่งแสดงถึงภาวะพร่องออกซิเจนในเลือด

วิธีดูแลรักษาและพยาบาลที่บ้านอย่างถูกวิธี

การดูแลเด็กป่วยที่บ้านต้องทำด้วยความใส่ใจและถูกต้องตามหลักการแพทย์

  • การเช็ดตัวลดไข้: ควรใช้น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง (Tepid Sponge) ในการเช็ดตัว ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเด็ดขาด เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและระบายความร้อนได้ยากขึ้น
  • การดื่มน้ำและสารน้ำ: ให้เด็กดื่มน้ำสะอาด นม หรือเกลือแร่ (ORS) บ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยให้เสมหะในคอเจือจางลง
  • การทำความสะอาดโพรงจมูก: หากเด็กมีน้ำมูกเหนียวข้น ควรใช้น้ำเกลือหยอดจมูก (Normal Saline Solution) เพื่อช่วยละลายน้ำมูกก่อนทำการดูดออกด้วยลูกยางแดงหรือเครื่องดูดน้ำมูกสำหรับเด็ก

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อสามารถทำได้โดยการปลูกฝังสุขอนามัยที่ดี ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการแพร่ระบาด และในปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่แนะนำให้ฉีดเป็นประจำทุกปี รวมถึงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ

คำแนะนำจากคุณหมอ: สุขภาพของลูกน้อยเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ หากคุณพ่อคุณแม่พบความผิดปกติหรือมีความกังวลใจเกี่ยวกับอาการป่วยของลูก ควรปรึกษากุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องแม่นยำที่สุด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down