ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีในเด็กเล็ก

โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีหรือที่รู้จักกันในชื่อ โรคไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus: RSV) เป็นการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะทารกและเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ไวรัสชนิดนี้มีความสามารถในการแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วผ่านทางสาร secretions เช่น น้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะของผู้ติดเชื้อ ผ่านการไอ จาม หรือการสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน ในประเทศไทยโรคนี้มักพบการระบาดสูงในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก เนื่องจากเด็กเล็กยังมีระบบภูมิคุ้มกันและทางเดินหายใจที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้เชื้อโรคสามารถลุกลามลงสู่ปอดได้ง่ายกว่าในเด็กโตหรือผู้ใหญ่

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจจากไวรัสอาร์เอสวี

เชื้อไวรัสอาร์เอสวีเข้าสู่ร่างกายผ่านทางเยื่อบุตา จมูก หรือปาก เมื่อเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจแล้ว เชื้อจะเข้าไปทำลายเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจส่วนต้นและส่วนล่าง ทำให้เกิดการอักเสบ บวม และมีการสร้างสารคัดหลั่งหรือเสมหะปริมาณมากออกมาอุดกั้นทางเดินหายใจขนาดเล็ก (Bronchiolitis) ส่งผลให้เด็กมีอาการหายใจลำบาก หายใจมีเสียงครืดคราดหรือเสียงวี๊ด (Wheezing) นอกจากนี้ในเด็กทารกอายุน้อยกว่า 1 ปี หรือเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคปอดเรื้อรัง หรือภาวะคลอดก่อนกำหนด จะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น โรคปอดอักเสบ (Pneumonia) ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดจากแพทย์เฉพาะทาง

อาการสำคัญและลำดับการดำเนินของโรคในเด็ก

การสังเกตอาการของลูกน้อยในแต่ละระยะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โดยทั่วไปโรคไวรัสอาร์เอสวีจะมีระยะฟักตัวประมาณ 2 ถึง 8 วัน และมีลำดับอาการดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น (วันที่ 1 ถึง 3): เด็กจะมีอาการคล้ายโรคไข้หวัดธรรมดา ได้แก่ มีไข้ต่ำๆ หรือไข้สูง อาการน้ำมูกใส ไอบ่อย เจ็บคอ และอาจมีอาการซึมหรือเบื่ออาหารร่วมด้วย
  • ระยะลุกลามและแสดงอาการเด่นชัด (วันที่ 4 ถึง 7): อาการไอจะรุนแรงมากขึ้นและมีเสมหะมาก บางรายอาจมีอาการไอจนอาเจียน หายใจเร็วกว่าปกติ หายใจลำบาก สังเกตเห็นซี่โครงบุ๋มหรือไหปลาร้าบุ๋มเวลาหายใจ เด็กจะไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำเพราะหายใจไม่สะดวก
  • ระยะฟื้นตัว: หากได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 7 ถึง 14 วัน แต่ออาการไอแห้งๆ หรือเสมหะอาจยังคงหลงเหลืออยู่ได้อีกสักระยะหนึ่ง

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากพบอาการเหล่านี้ในเด็ก ให้รีบพาไปพบแพทย์หรือห้องฉุกเฉินทันที ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด เพราะอาจเกิดภาวะหายใจล้มเหลวที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้
  • หายใจหอบเหนื่อยรุนแรง หายใจแรงจนหน้าอกบุ๋มหรือท้องบุ๋ม
  • ริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้ามีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis) ซึ่งแสดงถึงภาวะขาดออกซิเจน
  • มีอาการซึมมากปลุกตื่นยาก หรือหมดสติ
  • มีภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้งสนิท ปัสสาวะไม่ออกนานเกิน 6 ถึง 8 ชั่วโมง
  • มีไข้สูงมากและไม่ยอมลดลงเลยแม้จะเช็ดตัวและให้ยาลดไข้แล้วก็ตาม

ขั้นตอนการดูแลรักษาและประคับประคองอาการที่บ้านอย่างถูกต้อง

เมื่อเด็กติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีและแพทย์วินิจฉัยว่าสามารถดูแลรักษาที่บ้านได้ การดูแลตามอาการและการประคับประคองร่างกายให้แข็งแรงเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการช่วยให้ลูกน้อยฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

  • การจัดการกับไข้และอาการปวด: ให้ยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol) ตามขนาดและน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง (10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง) ห้ามให้ยาเกินขนาดและห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กเด็ดขาดเพื่อป้องกันโรคเรย์ซินโดรม (Reye Syndrome)
  • การเช็ดตัวลดไข้: ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นหมาดๆ เช็ดตามซอกพับ หน้าผาก และลำตัวเพื่อระบายความร้อน ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเช็ดตัวเด็ดขาด
  • การเคลียร์ทางเดินหายใจ: ใช้ลูกยางแดงดูดน้ำมูกหรือเครื่องดูดน้ำมูกร่วมกับการหยอดน้ำเกลือ (Normal Saline Solution) เพื่อช่วยละลายน้ำมูกและเสมหะในโพรงจมูก ทำให้เด็กหายใจได้โล่งขึ้นก่อนมื้อนมและก่อนนอน
  • การป้องกันภาวะขาดน้ำ: ให้เด็กดื่มน้ำสะอาดหรือนมแม่บ่อยๆ สำหรับเด็กโตอาจเสริมด้วยสารละลายเกลือแร่ (ORS) เพื่อทดเเทนเกลือแร่ที่สูญเสียไปจากไข้และการอาเจียน

สิ่งที่ควรทำและข้อห้ามเด็ดขาดในการดูแลเด็กป่วย

คำแนะนำจากคุณหมอ: การใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อไม่มีผลในการรักษาโรคที่เกิดจากไวรัสอาร์เอสวีแต่อย่างใด พ่อแม่ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมาให้ลูกทานเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้เกิดเชื้อดื้อยาและเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเด็ก

สิ่งที่ควรทำคือการจัดสภาพแวดล้อมภายในห้องพักให้ถ่ายเทสะดวก อากาศบริสุทธิ์ ไม่เปิดแอร์เย็นจัดจนเกินไป และความชื้นในห้องควรมีความเหมาะสม หลีกเลี่ยงการให้เด็กอยู่ใกล้ควันบุหรี่ ควันธูป หรือฝุ่นละออง เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้อาการไอและหลอดลมตีบกำเริบหนักขึ้น ข้อห้ามสำคัญคือห้ามให้เด็กรับประทานยากล่อมประสาทหรือยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของสารกดประสาทโดยไม่ได้รับคำสั่งจากกุมารแพทย์ เนื่องจากอาจทำให้เด็กขับเสมหะออกได้ยากและเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจได้

วิธีป้องกันการติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

เนื่องจากโรคไวรัสอาร์เอสวีสามารถกลับมาติดซ้ำได้อีกแม้ว่าเด็กจะเคยป่วยมาแล้ว การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อจึงเป็นมาตรการที่ดีที่สุด

  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ ทั้งตัวผู้ปกครองและเด็ก
  • ทำความสะอาดของเล่น ของใช้ และพื้นผิวสัมผัสร่วมภายในบ้านเป็นประจำด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  • หลีกเลี่ยงการพาเด็กเล็กไปในสถานที่แออัดหรือแหล่งชุมชนในช่วงที่มีการแพร่ระบาด
  • แยกเด็กที่ป่วยออกจากสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อลุกลาม
  • ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เนื่องจากนมแม่มีสารภูมิต้านทานโรคที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติให้กับระบบทางเดินหายใจของทารก

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแลในการปฏิบัติ

เพื่อให้การดูแลลูกน้อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ปกครองควรปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้อย่างเคร่งครัด

  • วัดอุณหภูมิร่างกายของลูกสม่ำเสมอและบันทึกเวลาการให้ยาลดไข้ทุกครั้ง
  • สังเกตลักษณะการหายใจของลูกอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะเวลานอนหลับ
  • ให้ลูกดื่มน้ำและนมในปริมาณที่เพียงพอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • หากมีข้อสงสัยหรืออาการของลูกไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง ควรรีบพากลับไปพบแพทย์เพื่อรับการประเมินอาการซ้ำ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down