ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกไข้สูงร่วมกับอาเจียน: อาการร่วมขของเชื้อไวรัสที่พ่อแม่มักเข้าใจผิด

อาการเจ็บป่วยในเด็กเล็กมักสร้างความวิตกกังวลให้กับพ่อแม่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อลูกรักมีอาการไข้สูงร่วมกับอาการอาเจียน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังเผชิญกับการติดเชื้อรุนแรง โดยเฉพาะเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus หรือ RSV) และเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ที่มักแพร่ระบาดในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว การเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ และแนวทางรับมือที่ถูกต้องจึงเป็นเกราะป้องกันชีวิตที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กๆ

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคเมื่อลูกมีไข้สูงและอาเจียน

อาการไข้สูงร่วมกับอาเจียนไม่ได้เกิดจากระบบทางเดินอาหารเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากปฏิกิริยาของระบบภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจ โดยมีกลไกสำคัญดังนี้

  • การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน: เมื่อได้รับเชื้อไวรัส ไข้หวัดใหญ่ หรืออาร์เอสวี ร่างกายจะหลั่งสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่เรียกว่าไซโตไคน์ (Cytokines) ซึ่งส่งผลต่อศูนย์ควบคุมความร้อนในสมอง ทำให้เกิดไข้สูง และในเด็กบางคนสารเหล่านี้อาจไปกระตุ้นศูนย์ควบคุมการอาเจียนในสมองด้วย
  • เสมหะและน้ำมูกส่วนเกิน: เด็กเล็กมักกลืนเสมหะลงท้องได้ง่าย เมื่อมีเสมหะปริมาณมากจากโรคอาร์เอสวีหรือไข้หวัดใหญ่ จะทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร ส่งผลให้อาเจียนออกมาหลังการไอหรือเสมหะอุดตัน
  • ภาวะขาดน้ำเริ่มต้น: พิษไข้ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานแปรปรวนและกระตุ้นให้อาเจียนซ้ำ

ความแตกต่างและการสังเกตอาการระหว่างอาร์เอสวีและไข้หวัดใหญ่

โรคทั้งสองชนิดนี้มีอาการเริ่มต้นคล้ายคลึงกันมาก จนทำให้พ่อแม่เกิดความเข้าใจผิดบ่อยครั้ง แต่มีจุดสังเกตทางการแพทย์ที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • การติดเชื้ออาร์เอสวี (RSV): มักพบอาการไอโขลกหรือไอแห้งรุนแรง มีเสียงหายใจคร่อกแคร็อก (Wheezing) หายใจเร็วจนซี่โครงบุ๋ม และมีเสมหะเหนียวข้นมาก อาการอาเจียนมักเกิดจากการไอถี่จนอาเจียนพุ่ง
  • โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza): มักมีไข้สูงฉับพลัน ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ อ่อนเพลียมาก และอาจมีอาการทางระบบทางเดินอาหารร่วมด้วยเช่น อาเจียน ท้องเสีย โดยเฉพาะในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการอาเจียนในเด็กที่เป็นไข้สูง อาจทำให้ร่างกายสูญเสียเกลือแร่และน้ำอย่างรวดเร็วเสี่ยงต่อการเกิดภาวะช็อกจากการขาดน้ำ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับสารน้ำทดแทนอย่างทันท่วงที

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพาลูกพบแพทย์ทันที

หากเด็กมีอาการดังต่อไปนี้ร่วมกับไข้สูงและอาเจียน พ่อแม่ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน ห้ามรอให้เกิน 3 วัน

  • ลูกซึมลงปลุกตื่นยาก ไม่ยอมสบตา หรือหมดสติ
  • อาเจียนทุกครั้งที่รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ ไม่สามารถเก็บน้ำในกระเพาะได้เลย
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนอกบุ๋ม หรือริมฝีปากและปลายนิ้วเขียวคล้ำ
  • ปัสสาวะไม่ออกนานเกิน 6 ถึง 8 ชั่วโมง หรือเวลา ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ปากแห้งสนิท
  • มีอาการชักเกร็งจากไข้สูง หรือตัวลาย มือเท้าเย็นจัด

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล กุมารแพทย์จะทำการวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อแยกโรค ดังนี้

  • การซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับลักษณะของไข้ ระยะเวลา และความถี่ของการอาเจียน
  • การตรวจร่างกาย ฟังเสียงปอดเพื่อหาเสียงผิดปกติ และประเมินภาวะขาดน้ำ
  • การตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสด้วยชุดตรวจสำเร็จรูป (Rapid Antigen Test) สำหรับหาเชื้ออาร์เอสวีและไข้หวัดใหญ่จากโพรงจมูก
  • การตรวจเลือดหรือเอกซเรย์ปอดในกรณีที่มีอาการรุนแรง เพื่อประเมินภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน

วิธีดูแลรักษาและการพยาบาลที่บ้านอย่างถูกต้อง

หากแพทย์อนุญาตให้กลับมาดูแลที่บ้าน มีแนวปฏิบัติที่สำคัญดังนี้

  • การให้ยาลดไข้: ให้รับประทานยาพาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวที่ถูกต้อง (10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง เฉพาะเวลาที่มีไข้สูงเท่านั้น
  • การป้องกันภาวะขาดน้ำ: ให้จิบสารละลายเกลือแร่ (ORS) ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปจากการอาเจียนและไข้สูง ห้ามให้ดื่มน้ำเปล่าปริมาณมากในครั้งเดียวเพราะจะกระตุ้นให้อาเจียนซ้ำ
  • การเช็ดตัวลดไข้: ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นหมาดๆ เช็ดตามซอกพับและลำตัวเพื่อช่วยระบายความร้อน
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้เด็กรับประทานเองอย่างเด็ดขาด เนื่องจากโรคอาร์เอสวีและไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งยาปฏิชีวนะไม่มีฤทธิ์รักษา และอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้

สิ่งสำคัญที่ห้ามทำเด็ดขาดในการดูแลเด็กไข้สูง

พ่อแม่หลายท่านมักมีความเชื่อที่คลาดเคลื่อนในการดูแลเด็กป่วย ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง:

  • ห้ามใช้ยาแอสไพรินหรือไอบูโพรเฟนเด็ดขาดในเด็กที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยที่แน่นอน เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการรายส์ซินโดรม (Reye syndrome) และทำให้เลือดออกในทางเดินอาหารได้ง่ายขึ้นหากเป็นโรคไข้หวัดใหญ่หรือไข้เลือดออก
  • ห้ามบังคับให้ลูกกินอาหารหรือนมปริมาณมากในขณะที่ยังมีอาการอาเจียน เพราะจะทำให้กระเพาะอาหารบีบตัวและอาเจียนออกมาอีก
  • ห้ามวางใจหากไข้ลดลงชั่วคราว เพราะไวรัสบางชนิดอาจทำให้เกิดอาการไข้สูงแบบระลอกคลื่นได้

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อไวรัสทั้งสองชนิดสามารถทำได้โดยการสร้างสุขอนามัยที่ดีและการรับวัคซีน:

  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ประจำปีให้กับเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปและคนในครอบครัว
  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการระบาด
  • สวมหน้ากากอนามัยและแยกของใช้ส่วนตัวหากมีสมาชิกในบ้านป่วย
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down