ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจสาเหตุ ทำไมลูกเป็น RSV แล้วไอเรื้อรังไม่หายสักที

โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus หรือ RSV) เป็นการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะทารกและเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี แม้ว่าอาการไข้และน้ำมูกในช่วงแรกจะดีขึ้นภายใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ แต่ปัญหาใหญ่ที่พ่อแม่มักพบและสร้างความกังวลใจอย่างมากคืออาการไอเรื้อรังที่ยังคงอยู่แม้ตัวโรคจะผ่านพ้นระยะเฉียบพลันไปแล้ว ทำไมลูกเป็น RSV แล้วไอเรื้อรังไม่หายสักที สาเหตุหลักมาจากกระบวนการอักเสบและการบวมของเยื่อบุทางเดินหายใจส่วนปลาย รวมถึงการสร้างเสมหะจำนวนมาก ซึ่งหลอดลมของเด็กเล็กมีขนาดเล็กและยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้เมื่อเกิดการอักเสบ หลอดลมจะไวต่อสิ่งกระตุ้น (Hyperreactivity) มากเป็นพิเศษ และต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานหลายสัปดาห์หรืออาจนานถึง 4 ถึง 8 สัปดาห์ในเด็กบางราย

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาอาการไอและโรค RSV

การรักษาโรคติดเชื้อ RSV ส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการ (Symptomatic Treatment) เนื่องจากยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสจำเพาะที่ออกฤทธิ์หายขาดได้ในทันที แพทย์จะพิจารณาให้ยาตามความรุนแรงของอาการ ดังนี้

  • ยาละลายเสมหะและขับเสมหะ (Mucolytics & Expectorants): ช่วยลดความเหนียวข้นของเสมหะ ทำให้เด็กขับเสมหะออกมาได้ง่ายขึ้น ลดการระคายเคืองคอที่กระตุ้นให้เกิดอาการไอ
  • ยาขยายหลอดลม (Bronchodilators): ใช้ในกรณีที่เด็กมีอาการหลอดลมตีบเกร็ง หายใจมีเสียงวี๊ด (Wheezing) หรือมีภาวะหลอดลมไวเกินหลังติดเชื้อ
  • ยากดอาการไอ (Antitussives): แพทย์มักไม่แนะนำให้ใช้ยากดอาการไอในเด็กเล็กโดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี เนื่องจากอาการไอเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการขับเสมหะและสิ่งแปลกปลอมออกจากทางเดินหายใจ การไปกดอาการไออาจทำให้เสมหะคั่งค้างในปอดและเกิดปอดอักเสบตามมาได้
  • คอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดพ่นหรือรับประทาน (Corticosteroids): แพทย์อาจพิจารณาใช้ในกรณีที่มีการอักเสบของหลอดลมรุนแรง เพื่อลดอาการบวมของทางเดินหายใจ

ขนาดยาและวิธีใช้อย่างปลอดภัยตามน้ำหนักตัว

การใช้ยาในเด็กต้องมีความระมัดระวังสูงสุด โดยเฉพาะยาพาราเซตามอล (Paracetamol) สำหรับลดไข้และบรรเทาอาการปวด ซึ่งต้องคำนวณตามน้ำหนักตัวเด็กอย่างเคร่งครัด

  • ขนาดยาพาราเซตามอลสำหรับเด็ก: ขนาดยาที่ถูกต้องคือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัม่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ต่อครั้ง ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการไข้เท่านั้น ห้ามให้ถี่กว่าทุก 4 ชั่วโมงและห้ามเกินขนาดที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนด
  • การใช้ยาหยอดจมูกน้ำเกลือ (Saline Nasal Drops): สำหรับเด็กเล็กที่มีน้ำมูกข้น การใช้น้ำเกลือหยอดจมูกก่อนดูดน้ำมูกออกจะช่วยให้ลูกหายใจได้โล่งขึ้นโดยไม่ต้องใช้ยาเคมีอันตราย
คำแนะนำจากคุณหมอ: การใช้อย่าทุกชนิดในเด็กเล็ก ห้ามกะปริมาณด้วยช้อนชาทั่วไปเด็ดขาด ควรใช้กระบอกฉีดยา (Syringe) หรือช้อนตวงยาที่มีขีดวัดมาตรฐานทางการแพทย์ เพื่อป้องกันการได้รับยาเกินขนาดซึ่งเป็นอันตรายต่อตับและไตของเด็ก

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยา

พ่อแม่ควรสังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยา หากพบอาการเหล่านี้ควรหยุดยาและรีบปรึกษาแพทย์ทันที

  • ผลข้างเคียงจากยาพาราเซตามอล: หากใช้เกินขนาดอาจส่งผลให้ตับอักเสบและเป็นพิษต่อตับ
  • ผลข้างเคียงจากยาขยายหลอดลม: เด็กอาจมีอาการใจสั่น มือสั่น กระสับกระส่าย หรือชีพจรเต้นเร็ว
  • ผลข้างเคียงจากยาแก้แพ้หรือลดน้ำมูกรุ่นเก่า: อาจทำให้เด็กง่วงซึมมาก หรือในเด็กบางรายอาจมีอาการกระสับกระส่ายนอนไม่หลับแทน

ยาอันตรายที่ห้ามใช้เองเด็ดขาด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: มีกลุ่มยาหลายชนิดที่ห้ามซื้อให้เด็กรับประทานเองเด็ดขาดโดยไม่ได้รับคำสั่งจากแพทย์ ได้แก่ ยาแอสไพริน (Aspirin) เพราะเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ซินโดรม (Reye's Syndrome) ซึ่งรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต, ยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในช่วงที่ยังไม่แน่ชัดว่าเด็กเป็นไข้เลือดออกหรือไม่ เนื่องจากอาจทำให้เลือดออก ิแวนทางเดินอาหารได้ง่ายขึ้น, และยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (Antibiotics) เนื่องจาก RSV เกิดจากไวรัส การทานยาปฏิชีวนะจึงไม่มีผลรักษาโรคและยังก่อให้เกิดเชื้อดื้อยาในอนาคต

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาเด็กไปพบแพทย์ทันที

หากลูกรักมีอาการไอเรื้อรังร่วมกับสัญญาณอันตรายเหล่านี้ ห้ามรอจนครบกำหนดนัด ควรพาไปโรงพยาบาลทันที

  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม หรือท้องกระเพื่อม
  • หายใจมีเสียงดังวี๊ดหรือเสียงครืดคราดชัดเจนตลอดเวลา
  • ซึมลง ปลุกตื่นยาก ไม่ยอมดื่มนมหรือน้ำเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ
  • ริมฝีปาก ปลายมือปลายเท้าเขียวคล้ำ
  • ไข้สูงต่อเนื่องเกิน 3 วัน หรือไข้กลับมาสูงอีกครั้งหลังจากที่เคยลดไปแล้ว

การดูแลและพยาบาลเด็กที่เป็น RSV และไอเรื้อรังที่บ้าน

นอกจากการใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์แล้ว การดูแลประคับประคองตามอาการที่บ้านมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้เด็กฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

  • ให้ลูกดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ เพื่อช่วยให้เสมหะเจือจางลงและลดการระคายคอ
  • ใช้วิธีเคาะปอดและดูดน้ำมูกตามคำแนะนำของพยาบาลวิชาชีพ เพื่อเคลียร์ทางเดินหายใจให้โล่ง
  • รักษาสิ่งแวดล้อมภายในบ้านให้สะอาด ปราศจากฝุ่นควัน บุหรี่ และสารก่อภูมิแพ้ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้อาการไอยิ่งแย่ลง
  • ให้เด็กพักผ่อนให้เพียงพอในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อซ้ำและการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส RSV สามารถทำได้โดยการล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาดหรือเจลแอลกอฮอล์ ทำความสะอาดของเล่นและพื้นผิวสัมผัสเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดในช่วงที่มีการแพร่ระบาด และในปัจจุบันมีนวัตกรรมการฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (Monoclonal Antibody) สำหรับทารกกลุ่มเสี่ยงเพื่อป้องกันการติดเชื้อ RSV รุนแรง ซึ่งสามารถปรึกษาแพทย์กุมารเวชศาสตร์เพื่อขอรับคำแนะนำเพิ่มเติมได้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down