ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกอุจจาระร่วง ถ่ายเหลวสลับอาเจียนไม่หยุด: สัญญาณเตือนภาวะขาดน้ำรุนแรงจากไวรัสโรต้าและโนโรไวรัสที่ต้องเฝ้าระวัง

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจเคยเผชิญกับค่ำคืนที่แสนตื่นตระหนก เมื่อลูกน้อยที่เพิ่งเข้านอนไปได้ไม่นาน ตื่นขึ้นมาอาเจียนพุ่งหลายครั้งติดต่อกัน ตามมาด้วยอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำปริมาณมากจนล้นผ้าอ้อม อาการอุจจาระร่วงเฉียบพลันในเด็กเล็กมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนตั้งตัวไม่ทัน ในกลุ่มอาการนี้ อาการ ลูกท้องเสียจากไวรัสโรต้า และโนโรไวรัส ถือเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่กุมารแพทย์พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งความน่ากลัวไม่ได้อยู่ที่จำนวนครั้งของการขับถ่ายเท่านั้น แต่อยู่ที่ความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดน้ำรุนแรงซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและทันท่วงที

แยกให้ออก: ติดเชื้อไวรัส หรือ แบคทีเรีย?

การแยกแยะสาเหตุของการอุจจาระร่วงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนรักษา เนื่องจากกลไกของโรคและยาที่ใช้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยสามารถสังเกตความแตกต่างทางคลินิกได้ดังนี้

  • การติดเชื้อไวรัส (โรต้าและโนโรไวรัส): มักเริ่มต้นด้วยอาการไข้ต่ำๆ ร่วมกับอาการอาเจียนอย่างรุนแรง นำมาก่อนอาการถ่ายเหลว อุจจาระมักมีลักษณะเป็นน้ำล้วนๆ หรือเป็นน้ำปนเนื้อเหลว ปริมาณมาก ไม่มีมูกเลือดปน และมักมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวเฉพาะตัว โดยเฉพาะในรายของ ลูกท้องเสียจากไวรัสโรต้า อาการถ่ายเหลวมักจะรุนแรงและลากยาวได้ถึง 5-9 วัน ส่วนโนโรไวรัสมักจะเด่นเรื่องการอาเจียนพุ่งอย่างรุนแรง
  • การติดเชื้อแบคทีเรีย (เช่น บิดไม่มีตัว, ซาลโมเนลลา): มักมีไข้สูงเฉียบพลัน ลูกอาจมีอาการปวดเกร็งท้องอย่างรุนแรง ถ่ายกะปริบกะปรอย อุจจาระมีมูกเลือดปน (Bloody diarrhea) หรือมีกลิ่นเหม็นคาว ถ่ายเสร็จแล้วยังรู้สึกปวดเบ่งอยู่ตลอดเวลา

สัญญาณเตือน "ภาวะขาดน้ำรุนแรง" ที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที

เนื่องจากเด็กเล็กมีสัดส่วนของน้ำในร่างกายมากกว่าผู้ใหญ่ และกลไกการชดเชยน้ำยังทำงานได้ไม่เต็มที่ การสูญเสียน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็วจากการอาเจียนและถ่ายเหลว จึงทำให้เข้าสู่ภาวะขาดน้ำรุนแรงได้อย่างรวดเร็ว คุณพ่อคุณแม่ต้องประเมินอาการของลูกน้อยอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณเตือนต่อไปนี้ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอ

สัญญาณเตือนภาวะขาดน้ำรุนแรงในเด็กเล็ก:
  • ปัสสาวะออกน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด: ผ้าอ้อมแห้งสนิทนานเกิน 6 ชั่วโมง หรือปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มจัด
  • ริมฝีปากและช่องปากแห้งผาก: ไม่มีน้ำตาไหลออกมาเมื่อร้องไห้
  • เบ้าตาโหลลึก: ในเด็กทารกจะพบว่ากระหม่อมหน้าบุ๋มลงอย่างชัดเจน
  • พฤติกรรมเปลี่ยนไป: ลูกมีอาการซึมลงมาก ไม่เล่น ไม่สบตา ปลุกตื่นยาก หรือในทางตรงกันข้ามอาจมีอาการกระสับกระส่าย ร้องกวนโยเยอย่างรุนแรงเนื่องจากความกระหายน้ำ
  • ผิวหนังขาดความยืดหยุ่น: เมื่อลองหยิกผิวหนังบริเวณหน้าท้องขึ้นมาแล้วปล่อย ผิวหนังจะคงรูปชั่วขณะและคืนตัวช้ากว่าปกติ

การดูแลประคับประคองและการให้สารน้ำชดเชย (ORS) อย่างถูกวิธี

หัวใจสำคัญที่สุดในการรักษาอาการท้องเสียจากไวรัสไม่ใช่การกินยาปฏิชีวนะ (ซึ่งไม่ได้ผลต่อไวรัส) และไม่ใช่การกินยาหยุดถ่าย (ซึ่งเป็นข้อห้ามในเด็กเนื่องจากจะกักเก็บสารพิษไว้ในลำไส้) แต่คือ "การป้องกันและการรักษาภาวะขาดน้ำ"

1. การให้สารน้ำทดแทนด้วยผงเกลือแร่ ORS:

ต้องเลือกใช้ผงเกลือแร่สำหรับผู้ป่วยท้องเสีย (ORS) เท่านั้น ห้ามใช้เครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับผู้เสียเหงื่อจากการออกกำลังกาย เนื่องจากมีความเข้มข้นของน้ำตาลสูงเกินไป ซึ่งจะยิ่งดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้และทำให้ลูกถ่ายเหลวมากขึ้น วิธีการป้อนที่ถูกต้องคือ "จิบทีละน้อย แต่บ่อยๆ" โดยใช้ช้อนป้อนหรือใช้ไซริงค์หยอดทีละ 1-2 ช้อนชา ทุกๆ 5-10 นาที ห้ามให้ลูกดื่มอึกใหญ่หมดแก้วในครั้งเดียว เพราะจะไปกระตุ้นกระเพาะอาหารทำให้ลูกอาเจียนออกมาหมด

2. โภชนาการบำบัดสำหรับเด็กที่กำลังฟื้นตัว:

  • เด็กที่กินนมแม่: ให้กินนมแม่ต่อไปได้ตามปกติ และสามารถให้กินบ่อยขึ้นได้ เนื่องจากนมแม่ย่อยง่ายและมีภูมิคุ้มกันช่วยรักษาลำไส้
  • เด็กที่กินนมชง: ชงนมตามสัดส่วนปกติ ห้ามผสมนมให้อ่อนลงเพราะจะทำให้เด็กได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ยกเว้นในรายที่ถ่ายเหลวเรื้อรัง แพทย์อาจพิจารณาให้เปลี่ยนเป็นนมสูตรปราศจากน้ำตาลแลคโตส (Lactose-free formula) ชั่วคราว เนื่องจากเอนไซม์ย่อยนมมักจะลดลงหลังการติดเชื้อไวรัส
  • อาหารสำหรับเด็กที่เริ่มกินอาหารเสริมแล้ว: เมื่อลูกเริ่มหยุดอาเจียน ให้เริ่มอาหารอ่อน ย่อยง่าย รสจืด เช่น โจ๊กข้าวกล้องต้มเหลว แกงจืดวุ้นเส้น หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงและอาหารที่มีน้ำตาลสูงทุกชนิด

การเฝ้าระวังและเข้าใจธรรมชาติของโรคจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลลูกน้อยได้อย่างมีสติ สิ่งสำคัญคือการหมั่นสังเกตอาการขาดน้ำ และล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนและหลังเปลี่ยนผ้าอ้อมเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อภายในบ้าน นอกจากนี้ การรับวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าในเด็กเล็กตามตารางแนะนำของกุมารแพทย์ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการลดความรุนแรงของโรคได้อย่างดีเยี่ยม

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down