ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่ออาการบวมและปัสสาวะเปลี่ยนสีคือสัญญาณเตือนของไตอักเสบเฉียบพลัน

อาการเปลือกตาบวมเป่งในตอนเช้า ปัสสาวะสีเข้มคล้ายน้ำชา หรือปริมาณปัสสาวะที่ลดลงอย่างผิดปกติหลังจากลูกน้อยเพิ่งหายจากการเป็นไข้หวัด เจ็บคอ หรือมีแผลพุพองตามผิวหนังเพียงไม่กี่สัปดาห์ คือจุดเริ่มต้นที่นำพาความกังวลใจมาสู่คนเป็นพ่อแม่ไม่น้อย อาการเหล่านี้คือสัญญาณของโรคไตอักเสบเฉียบพลันในเด็ก (Acute Glomerulonephritis) ซึ่งส่วนใหญ่เกิดปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันตามหลังการติดเชื้อแบคทีเรีย

ในฐานะแพทย์ สิ่งที่อยากเน้นย้ำกับผู้ปกครองคือ โรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดและเนื้อเยื่อไตสามารถฟื้นตัวกลับมาทำงานได้เป็นปกติ หากได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องทันท่วงที โดยหัวใจสำคัญของการรักษาในระยะเฉียบพลันไม่ใช่เพียงแค่การทานยาเท่านั้น แต่คือการจำกัดเกลือและน้ำเพื่อลดภาระงานของไตที่กำลังอ่อนแอลง

กลไกการทำงานของไตที่เปลี่ยนไปในระยะเฉียบพลัน

เมื่อเนื้อเยื่อไตเกิดการอักเสบเฉียบพลัน หน่วยไตซึ่งทำหน้าที่กรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือดจะเกิดอาการบวมและมีเซลล์อักเสบมาคั่งอยู่ ส่งผลให้อัตราการกรองของไตลดลงอย่างรวดเร็ว

เมื่อประสิทธิภาพการกรองลดลง ร่างกายจึงไม่สามารถขับน้ำและโซเดียม (เกลือ) ออกทางปัสสาวะได้ตามปกติ โซเดียมที่คั่งอยู่ในกระแสเลือดจะทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำที่คอยดึงรั้งน้ำไว้ในหลอดเลือดและเนื้อเยื่อ ส่งผลให้ปริมาตรเลือดในร่างกายสูงขึ้นผิดปกติ นำไปสู่อาการบวมตามใบหน้า แขนขา และที่อันตรายที่สุดคือการเกิดภาวะความดันโลหิตสูงเฉียบพลันและภาวะหัวใจล้มเหลวจากการมีปริมาตรน้ำเกินในระบบไหลเวียนโลหิต

การดูแลผู้ป่วยไตอักเสบเฉียบพลันด้วยการจำกัดโซเดียมอย่างเข้มงวด

การควบคุมอาหารรสเค็มถือเป็นเสาหลักของการรักษา การดูแลผู้ป่วยไตอักเสบเฉียบพลัน ที่ดีเริ่มต้นจากการเข้าใจปริมาณโซเดียมที่เด็กสามารถรับได้ในแต่ละวัน ซึ่งในระยะเฉียบพลันที่มีอาการบวมและปัสสาวะออกน้อย แพทย์จะแนะนำให้จำกัดปริมาณโซเดียมอย่างเข้มงวด

  • ปริมาณโซเดียมสูงสุดที่ได้รับต่อวัน: ควรจำกัดให้อยู่ในระดับต่ำมาก คือไม่เกิน 1,000 ถึง 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน (เทียบเท่าเกลือแกงไม่เกินครึ่งช้อนชาต่อวัน) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุ น้ำหนักตัว และระดับความรุนแรงของอาการบวม
  • งดเครื่องปรุงรสทุกชนิด: หลีกเลี่ยงการเติมน้ำปลา ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส ซอสมะเขือเทศ ผงชูรส และผงปรุงรสในอาหารของเด็ก
  • หลีกเลี่ยงโซเดียมแฝง: งดอาหารแปรรูปทุกชนิด เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว อาหารกระป๋อง ไส้กรอก หมูหยอง และอาหารแช่แข็ง เนื่องจากมีปริมาณโซเดียมสูงมาก แม้บางชนิดจะไม่มีรสเค็มจัดก็ตาม
  • แนวทางการประกอบอาหาร: ควรใช้วิธีต้ม นึ่ง หรือผัดโดยไม่ปรุงรสเค็มเลย แล้วหันมาใช้รสชาติธรรมชาติจากวัตถุดิบ เช่น หอมใหญ่ มะเขือเทศ หรือมะนาว เพื่อช่วยกระตุ้นความอยากอาหารของเด็กแทน

หลักการคำนวณและควบคุมปริมาณน้ำดื่มประจำวัน

เมื่อไตไม่สามารถขับปัสสาวะได้ตามปกติ การดื่มน้ำมากเกินไปจะทำให้ร่างกายเกิดภาวะน้ำเกินอย่างรวดเร็ว การจำกัดน้ำดื่มจึงต้องคำนวณอย่างละเอียดและเป็นระบบเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่ร่างกายสูญเสียไปจริง

สูตรการคำนวณปริมาณน้ำที่เด็กสามารถดื่มได้ในระยะ 24 ชั่วโมง คือ:

ปริมาณน้ำดื่มที่อนุญาต = ปริมาณปัสสาวะของวันก่อนหน้า + ปริมาณน้ำที่สูญเสียไปโดยมองไม่เห็น (Insensible Water Loss)

ปริมาณน้ำที่สูญเสียไปโดยมองไม่เห็น เช่น ทางลมหายใจและเหงื่อ ในเด็กปกติจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 300 ถึง 400 มิลลิลิตรต่อพื้นที่ผิวกาย 1 ตารางเมตรต่อวัน หรือคิดอย่างง่ายคือประมาณ 10 ถึง 15 มิลลิลิตรต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน (หากเด็กมีไข้สูง ต้องเพิ่มปริมาณน้ำตามคำแนะนำของแพทย์เป็นกรณีไป)

ตัวอย่างการปฏิบัติจริง: หากเมื่อวานลูกปัสสาวะรวมกันได้ 200 มิลลิลิตร และคำนวณปริมาณน้ำสูญเสียที่มองไม่เห็นได้ 150 มิลลิลิตร ปริมาณน้ำดื่มรวมถึงอาหารเหลวทั้งหมดที่ลูกทานได้ในวันนี้จะเท่ากับ 350 มิลลิลิตรเท่านั้น

คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมน้ำปริมาณเท่าที่คำนวณได้ใส่ในกระบอกน้ำแยกไว้เฉพาะ และแบ่งป้อนให้เด็กจิบทีละน้อยตลอดทั้งวัน เพื่อลดความรู้สึกกระหายน้ำ แทนการให้ดื่มครั้งละมากๆ

สัญญาณเตือนภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ต้องเฝ้าระวัง

ในระหว่างการดูแลรักษาที่บ้าน ผู้ปกครองจำเป็นต้องสังเกตอาการของลูกอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณเตือนของภาวะไตล้มเหลวเฉียบพลันหรือภาวะแทรกซ้อนดังต่อไปนี้ ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด

  • ปัสสาวะออกน้อยลงอย่างรุนแรง: ปัสสาวะแทบไม่ออกเลย หรือไม่มีปัสสาวะเลยในเวลา 6 ถึง 12 ชั่วโมง
  • อาการบวมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว: น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในข้ามคืน เปลือกตาบวมจนปิด หรือขาทั้งสองข้างบวมเป่งกดบุ๋มชัดเจน
  • สัญญาณเตือนภาวะน้ำท่วมปอด: เด็กมีอาการไอ หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็ว ต้องนั่งพิงหมอนสูงจึงจะหายใจสะดวก หรือบ่นว่าแน่นหน้าอก
  • สัญญาณเตือนภาวะความดันโลหิตสูงขึ้นสมอง: มีอาการปวดศีรษะรุนแรง อาเจียนพุ่ง ตาพร่ามัว ซึมลง หรือมีอาการชักเกร็ง
  • ภาวะเกลือแร่โพแทสเซียมในเลือดสูง: มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เหนื่อยง่าย หัวใจเต้นช้าหรือเต้นผิดจังหวะ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

การฟื้นตัวของโรคไตอักเสบเฉียบพลันในเด็กต้องอาศัยทั้งเวลาและความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างแพทย์และครอบครัว การมีวินัยในการจำกัดเกลือและน้ำอย่างเคร่งครัดตามแผนการรักษา จะช่วยประคับประคองและเปิดโอกาสให้ไตได้พักผ่อนเพื่อฟื้นฟูตัวเองได้อย่างปลอดภัยที่สุด

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ