ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ภาพรวมและสถานการณ์ภาวะปวดเรื้อรังในแม่มือใหม่

การเป็นแม่มือใหม่นอกจากจะต้องปรับตัวกับตารางการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว ยังต้องเผชิญกับความท้าทายทางด้านร่างกายอย่างหนักหน่วง หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุดแต่กลับมักถูกมองข้ามคืออาการปวดคอและปวดหลังเรื้อรังจากการให้นมบุตรและการอุ้มลูกน้อย (Maternal Neck and Back Pain) จากสถิติทางการแพทย์พบว่าแม่หลังคลอดมากกว่าร้อยละแปดสิบต้องเผชิญกับอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณกระดูกสันหลังส่วนคอ หลังส่วนอก และหลังส่วนล่าง โดยมีสาเหตุหลักมาจากการอยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสมเป็นระยะเวลานานติดต่อกันหลายชั่วโมงต่อวัน ในช่วงแรกอาการเหล่านี้อาจเป็นเพียงความเมื่อยล้าธรรมดาที่สามารถดีขึ้นได้เองเมื่อพักผ่อน แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อาการจะทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นภาวะเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างรุนแรง และในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคทางระบบประสาทที่อันตรายถึงขั้นต้องเข้ารับการผ่าตัดเร่งด่วน

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการปวดคอและปวดหลังในแม่หลังคลอด

กลไกการเกิดอาการปวดหลังและปวดคอในแม่มือใหม่ไม่ได้มาจากพฤติกรรมการอุ้มลูกเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยทางชีววิทยาและฮอร์โมนเข้ามาเกี่ยวข้องร่วมด้วย โดยในช่วงตั้งครรภ์ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนรีแลกซิน (Relaxin) ออกมาเพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อและเอ็นยึดข้อต่อต่างๆ ให้ยืดหยุ่นรองรับการขยายตัวของร่างกาย ซึ่งฮอร์โมนเหล่านี้ยังคงตกค้างอยู่ในกระแสเลือดเป็นเวลาหลายเดือนหลังคลอด ทำให้ข้อต่อกระดูกสันหลังและข้อต่อเชิงกรานมีความมั่นคงลดลง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสำคัญอื่นๆ ได้แก่

  • ท่าทางในการให้นมบุตรที่ไม่ถูกต้อง: การโน้มตัวไปข้างหน้า ก้มคอลงมองทารก หรือยกไหล่เกร็งขณะให้นม ทำให้กล้ามเนื้อคอและหลังต้องแบกรับน้ำหนักมากกว่าปกติหลายเท่าตัว
  • การอุ้มและอุ้มกล่อมทารกเป็นเวลานาน: น้ำหนักตัวของทารกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วประกอบกับท่าอุ้มที่ทิ้งน้ำหนักลงสู่ด้านใดด้านหนึ่งของลำตัว ทำให้กระดูกสันหลังคดงอผิดรูปชั่วคราว
  • การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ: ภาวะอดนอนทำให้กล้ามเนื้อไม่มีเวลาฟื้นฟูตัวเองและเพิ่มความไวต่อความรู้สึกเจ็บปวด
  • ความอ่อนแอของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว: กล้ามเนื้อหน้าท้องและหลังถูกยืดขยายและสูญเสียความแข็งแรงไปในช่วงตั้งครรภ์ ทำให้ไม่สามารถพยุงกระดูกสันหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อาการเตือนภัยและระยะลุกลามของโรค

อาการปวดจากกล้ามเนื้ออักเสบทั่วไปมักจะมีลักษณะตึง ตื้อ หรือปวดเมื่อยตามการเคลื่อนไหว แต่หากอาการเริ่มลุกลามเข้าสู่ระยะกดทับเส้นประสาทหรือโครงสร้างกระดูกสันหลัง จะปรากฏอาการเตือนที่ชัดเจนดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น: อาการปวดตึงบริเวณต้นคอ บ่า ไหล่ และหลังส่วนล่าง อาการมักเป็นๆ หายๆ และสัมพันธ์กับท่าทางการให้นม
  • ระยะปานกลาง: อาการปวดมีความถี่และรุนแรงขึ้น เริ่มมีอาการปวดร้าวลงสู่สะโพก ต้นขา หรือร้าวลงแขนร่วมกับอาการชา
  • ระยะรุนแรง: อาการปวดเกิดขึ้นตลอดเวลาแม้ในขณะพักผ่อน กล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด สูญเสียการทรงตัว และมีอาการปวดแปล๊บเหมือนไฟช็อตตามแนวเส้นประสาท
ข้อควรระวังทางการแพทย์: แม่มือใหม่หลายคนมักอดทนรอให้อาการหายไปเองเนื่องจากต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการดูแลบุตร การปล่อยให้มีอาการปวดเรื้อรังและกดทับเส้นประสาทเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทอย่างถาวรและสูญเสียการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนนั้นๆ ได้

สัญญาณอันตรายขั้นวิกฤต (Red Flags) ที่ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด

ในบางสถานการณ์ อาการปวดคอและปวดหลังของแม่หลังคลอดอาจไม่ใช่แค่โรคกล้ามเนื้ออักเสบธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนของภาวะวิกฤตทางระบบประสาทหรือโรคกระดูกสันหลังที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์เฉพาะทางทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น สัญญาณเตือนอันตรายประกอบด้วย

  • อาการชาและอ่อนแรงขั้นรุนแรง: มีอาการชาที่บริเวณขา เท้า ทั้งสองข้าง หรือมีอาการแขนขาอ่อนแรงอย่างฉับพลันจนไม่สามารถถือสิ่งของหรือยืนทรงตัวได้
  • ภาวะสูญเสียการควบคุมการขับถ่าย: มีอาการสูญเสียการควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระ กลั้นไม่อยู่ หรือมีอาการปัสสาวะไม่ออกเลย ซึ่งเป็นสัญญาณของกลุ่มอาการหางม้า (Cauda Equina Syndrome) ที่ต้องผ่าตัดฉุกเฉิน
  • อาการปวดรุนแรงร่วมกับไข้สูง: ปวดหลังจากรุนแรงร่วมกับมีไข้หนสั่น น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งอาจบ่งบอกถึงภาวะติดเชื้อที่กระดูกสันหลัง
  • อาการปวดที่รุนแรงมากจนไม่สามารถนอนราบได้: แม้จะพยายามเปลี่ยนท่าทางหรือรับประทานยาแก้ปวดแล้วอาการก็ไม่ทุเลาลงเลย และรบกวนการนอนหลับอย่างรุนแรง

การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์และการประเมินความเร่งด่วน

เมื่อมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดคอและปวดหลังเรื้อรัง แพทย์จะดำเนินการประเมินอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและแยกแยะโรคร้ายแรงออกไป โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: แพทย์จะสอบถามลักษณะอาการ ระยะเวลา ท่าทางการให้นมบุตร และโรคประจำตัว
  • การตรวจร่างกายทางระบบประสาท: ตรวจสอบกำลังของกล้ามเนื้อ รีเฟล็กซ์ของข้อต่อ และการรับความรู้สึกบริเวณแขนและขา
  • การถ่ายภาพรังสีและการตรวจพิเศษ: ในกรณีที่มีอาการรุนแรงหรือมีสัญญาณเตือนอันตราย แพทย์อาจพิจารณาทำการเอกซเรย์ (X-ray) หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อดูรายละเอียดของหมอนรองกระดูกและเส้นประสาทอย่างแม่นยำ

วิธีดูแลรักษาทางการแพทย์และการบรรเทาอาการที่บ้าน

การรักษาอาการปวดคอและปวดหลังในแม่หลังคลอดจะต้องทำควบคู่กันระหว่างการแพทย์แผนปัจจุบันและการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างเคร่งครัด

  • การใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร: อาจมีการใช้ยาแก้ปวดหรือยาลดการอักเสบกลุ่มที่ปลอดภัยในช่วงให้นมบุตร หลีกเลี่ยงการซื้อยาเองเนื่องจากตัวยาบางชนิดอาจขับผ่านทางน้ำนมและเป็นอันตรายต่อทารก
  • การทำกายภาพบำบัด: การใช้อุปกรณ์ความร้อนประคบ การนวดคลายกล้ามเนื้อโดยนักกายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญ และการบริหารกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน
  • การปรับท่านมบุตรให้ถูกต้อง: ใช้หมอนรองให้นมเพื่อช่วยยกตัวทารกขึ้นมาหาระดับอกของแม่โดยที่แม่ไม่ต้องก้มตัวลงไปหา ใช้เก้าอี้ที่มีพนักพิงรองรับหลังส่วนล่างอย่างเหมาะสม
คำแนะนำจากคุณหมอ: การป้องกันที่ดีที่สุดคือการปรับสรีระร่างกายให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มให้นมบุตร อย่าฝืนเกร็งกล้ามเนื้อเป็นเวลานาน และควรลุกขึ้นยืดเหยียดร่างกายทุกๆ สามสิบนาทีถึงหนึ่งชั่วโมงเพื่อให้กล้ามเนื้อได้คลายตัว

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

แม่มือใหม่หลายท่านมักมีความกังวลเรื่องการใช้ยาและการดูแลตัวเอง ซึ่งมีข้อควรปฏิบัติที่ต้องระวังอย่างเคร่งครัดดังนี้

  • ห้ามซื้อยาคลายกล้ามเนื้อหรือยาแก้อักเสบแรงสูงมารับประทานเองเด็ดขาด เนื่องจากสารออกฤทธิ์บางชนิดอาจปนเปื้อนสู่น้ำนมและส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของทารก
  • ห้ามทำการดัดกระดูกหรือนวดแผนโบราณอย่างรุนแรงโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลัง เนื่องจากอาจทำให้หมอนรองกระดูกที่เสื่อมอยู่แล้วเคลื่อนตัวไปกดทับเส้นประสาทมากยิ่งขึ้น
  • ห้ามยกของหนักหรือก้มตัวยกของในท่าที่ไม่ถูกต้องเด็ดขาด ให้ใช้วิธีการย่อเข่าลงแทนการก้มหลัง

วิธีป้องกันและการดูแลสุขภาพกระดูกสันหลังในระยะยาว

การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอย่างยั่งยืนจะช่วยป้องกันไม่ให้กลับมามีอาการปวดเรื้อรังซ้ำอีก

  • ออกกำลังกายเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscles) ทันทีที่ร่างกายพร้อมและได้รับอนุญาตจากแพทย์
  • รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีสูงเพื่อบำรุงกระดูกให้แข็งแรง
  • รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อลดภาระของกระดูกสันหลัง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down