ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความเจ็บปวดแผลผ่าคลอดขณะให้นมบุตร

การให้นมบุตรเป็นช่วงเวลาที่งดงามและสร้างสายใยความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างแม่และลูก แต่สำหรับคุณแม่หลายท่าน การให้นมบุตรกลับมาพร้อมกับความท้าทายทางกายภาพ โดยเฉพาะอาการเจ็บตึงหรือเจ็บแปลบที่แผลผ่าคลอดในช่วงเวลาที่กำลังให้นมบุตร อาการเจ็บแผลผ่าคลอดเวลาให้นม: สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flags) ภาวะวิกฤตที่ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด ถือเป็นเรื่องที่คุณแม่และผู้ใกล้ชิดต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ เพื่อแยกแยะให้ออกระหว่างอาการปวดตามธรรมชาติจากกลไกของฮมและการหดตัวของมดลูก กับอาการผิดปกติที่เป็นสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ทันที

กลไกทางสรีรวิทยา ทำไมให้นมลูกแล้วจึงเจ็บแผลผ่าคลอด

ในทางการแพทย์ การที่มารดารู้สึกเจ็บแผลผ่าคลอดขณะให้นมบุตรนั้น เกี่ยวข้องโดยตรงกับฮอร์โมนออกซิโตซิน (Oxytocin) ที่ถูกหลั่งออกมาจากต่อมใต้สมองส่วนหลัง (Posterior Pituitary Gland) เมื่อทารกดูดนมแม่ ฮอร์โมนตัวนี้ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อรอบต่อมน้ำนมบีบตัวเพื่อขับน้ำนมออกมาเท่านั้น แต่ยังมีฤทธิ์กระตุ้นการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก (Uterine Contractions) อีกด้วย เนื่องจากมดลูกของคุณแม่หลังคลอดเพิ่งผ่านการผ่าตัดมาและแผลผ่าคลอดทั้งที่ผนังหน้าท้องและมดลูกยังอยู่ในกระบวนการสมานแผล แรงดึงจากการหดตัวของมดลูกจึงส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดบริเวณแผลผ่าคลอดหน้าท้องได้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม อาการปวดจากกลไกปกตินี้ควรจะค่อยๆ ทุเลาลงตามกาลเวลาและลดความรุนแรงลงเรื่อยๆ ในช่วงสัปดาห์แรกจนถึงเดือนแรกหลังคลอด แต่หากอาการเจ็บปวดนั้นมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ มีลักษณะเจ็บแปลบ ฉีกขาด หรือมีอาการทางกายอื่นๆ ร่วมด้วย นี่คือสัญญาณเตือนอันตรายที่แพทย์เตือนว่าห้ามมองข้ามเด็ดขาด

สัญญาณเตือนอันตรายขั้นวิกฤต (Red Flag Symptoms) ที่ห้ามรอดูอาการที่บ้าน

คุณแม่หลังคลอดต้องสังเกตอาการตนเองอย่างใกล้ชิด หากพบอาการเหล่านี้ร่วมกับอาการเจ็บแผลผ่าคลอดเวลาให้นม ควรรีบเดินทางไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด:

  • แผลผ่าคลอดมีอาการบวมแดงร้อนอย่างเห็นได้ชัด หรือมีการลุกลามของรอยแดงเป็นวงกว้าง
  • มีหนอง หรือมีสารคัดหลั่งที่มีกลิ่นเหม็นผิดปกติไหลออกมาจากแผลผ่าคลอด
  • อาการปวดแผลมีความรุนแรงมากจนไม่สามารถขยับตัว หรือปวดรุนแรงขึ้นอย่างฉับพลันแม้ไม่ได้ให้นนม
  • มีไข้สูงหนาวสั่น (อุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 38 องศาเซลเซียส)
  • มีเลือดออกจากช่องคลอดปริมาณมากผิดปกติ หรือมีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ร่วมกับกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะติดเชื้อในโพรงมดลูก (Postpartum Endometritis)
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย แน่นหน้าอก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด (Pulmonary Embolism)
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ภาวะติดเชื้อที่แผลผ่าคลอด (Surgical Site Infection) หรือภาวะมดลูกอักเสบ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รีบรักษา เชื้อโรคอาจแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดจนเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตที่อันตรายถึงชีวิตและต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างเร่งด่วน

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ต้องระวังในช่วงให้นมบุตร

นอกจากแผลผ่าคลอดแล้ว อาการเจ็บที่เกิดขึ้นร่วมกับการให้นมบุตรยังอาจมาจากภาวะแทรกซ้อนทางสูตินรีเวชอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในระยะหลังคลอด เช่น แผลฝีเย็บอักเสบ (ในกรณีที่เคยพยายามคลอดธรรมชาติก่อนเปลี่ยนมาผ่าคลอด) หรือภาวะการแยกของแผลผ่าคลอดหน้าท้องชั้นลึก (Deep Wound Dehiscence) ซึ่งเกิดจากการที่ชั้นพังผืดหรือกล้ามเนื้อหน้าท้องสมานตัวไม่ดีพอ แรงดันจากการไอ การจาม หรือการหดตัวของมดลูกขณะให้นมบุตรอาจทำให้แผลปริแยกภายในได้โดยมองไม่เห็นจากภายนอก

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อคุณแม่มาพบแพทย์ด้วยอาการเจ็บแผลผ่าคลอดผิดปกติ แพทย์จะทำการวินิจฉัยด้วยขั้นตอนมาตรฐานดังนี้:

  • การซักประวัติอย่างละเอียด เกี่ยวกับลักษณะความปวด ระยะเวลา และอาการร่วมอื่นๆ เช่น ไข้ หรือลักษณะน้ำคาวปลา
  • การตรวจร่างกายเฉพาะที่ ประเมินสภาพแวดล้อมและลักษณะของแผลผ่าคลอด การกดเจ็บ ความร้อน และการบวมแดง
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การเจาะเลือดตรวจหาค่าการอักเสบ (Complete Blood Count และ C-Reactive Protein) เพื่อประเมินการติดเชื้อในร่างกาย
  • การทำอัลตราซาวนด์ (Ultrasound) ช่องท้องส่วนล่างหรืออุ้งเชิงกราน เพื่อตรวจดูสภาพของมดลูก แผลผ่าคลอดภายใน และการตกค้างของเศษรกหรือเนื้อเยื่อ
คำแนะนำจากคุณหมอ: การบอกเล่าอาการอย่างละเอียดและตรงไปตรงมาแก่แพทย์ผู้ตรวจ จะช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคและให้การรักษาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำที่สุด ลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนระยะยาว

วิธีดูแลรักษาตามหลักการแพทย์และการบรรเทาอาการเบื้องต้น

หากแพทย์ตรวจวินิจฉัยแล้วว่าอาการเจ็บแผลไม่ได้เกิดจากภาวะติดเชื้อรุนแรงที่ต้องผ่าตัดแก้ไขเร่งด่วน แนวทางการรักษาจะประกอบด้วยการให้ยาแก้ปวดที่ปลอดภัยสำหรับแม่ให้นมบุตร เช่น พาราเซตามอล (Paracetamol) หรือกลุ่มยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) บางชนิดที่แพทย์พิจารณาแล้วว่าปลอดภัยและผ่านทางน้ำนมในปริมาณที่น้อยมากจนไม่เป็นอันตรายต่อทารก พร้อมทั้งแนะนำวิธีการดูแลแผลผ่าคลอดให้แห้งและสะอาดอยู่เสมอ

ในส่วนของการให้นมบุตร คุณแม่อาจปรับเปลี่ยนท่าทางการอุ้มลูกให้นม เช่น ท่าฟุตบอล (Football Hold) เพื่อลดแรงกดทับบริเวณหน้าท้องและแผลผ่าคลอดโดยตรง ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดลงได้ขณะให้นมบุตร

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดและข้อควรระวังสำคัญ

  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาแก้ปวดแรงๆ ทานเองโดยเด็ดขาด เพราะยาบางชนิดอาจขับออกทางน้ำนมและเป็นอันตรายต่อพัฒนาการของทารกแรกเกิด
  • ห้ามแกะเกา สะกิด หรือใช้วิธีพื้นบ้านประคบสมุนไพรบริเวณแผลผ่าคลอดเด็ดขาด เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อแบคทีเรียที่รุนแรงขึ้น
  • ห้ามฝืนทนอาการปวดหรือรอให้อาการหายไปเองหากมีไข้ร่วมด้วย

บทสรุปและการปฏิบัติตัวสำหรับคุณแม่

อาการเจ็บแผลผ่าคลอดเวลาให้นมอาจเป็นเรื่องปกติจากฮอร์โมนที่ทำให้มดลูกหดตัว แต่หากมีอาการผิดปกติร่วมด้วย เช่น ไข้สูง แผลบวมแดง หรือปวดรุนแรงจนทนไม่ไหว ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด การรีบมาพบสูตินรีแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที คือหนทางที่ดีที่สุดในการปกป้องสุขภาพชีวิตของคุณแม่ เพื่อจะได้กลับไปดูแลเจ้าตัวเล็กได้อย่างปลอดภัยและเต็มที่

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down