ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อันตรายใกล้ตัวจากแมลงมีพิษและการประเมินความรุนแรง

การถูกต่อหรือแตนต่อยเป็นอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ และทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กที่วิ่งเล่นในสวน ผู้สูงอายุที่ทำ2สวน หรือบุคคลทั่วไปที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง แม้ว่าในคนส่วนใหญ่พิษจากแมลงเหล่านี้จะก่อให้เกิดอาการเพียงเล็กน้อย เช่น บวม แดง คัน และปวดแปลบเฉพาะที่ ซึ่งสามารถหายได้เองภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะไวเกิน (Hypersensitivity) หรือมีการแพ้พิษแมลงอย่างรุนแรง พิษจากต่อและแตนอาจกลายเป็นชนวนเหตุที่นำไปสู่ภาวะวิกฤตทางระบบทางเดินหายใจและระบบไหลเวียนโลหิตที่นำไปสู่การเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาที การเรียนรู้วิธีสังเกตอาการแพ้ต่อและแตน: สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flags) จึงเป็นทักษะชีวิตที่สำคัญยิ่งในการช่วยชีวิตผู้ป่วย

กลไกการเกิดพิษและปฏิกิริยาภูมิแพ้ในร่างกายมนุษย์

เมื่อต่อหรือแตนต่อย เหล็กไนจะปล่อยสารพิษเข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนัง สารพิษเหล่านี้ประกอบด้วยเอนไซม์ เปปไทด์ และสารเคมีหลายชนิดที่ออกฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ ขยายหลอดเลือด และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ปฏิกิริยาของร่างกายต่อพิษแมลงแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่ ปฏิกิริยาเฉพาะที่ (Local Reaction) และปฏิกิริยาแพ้ทั่วร่างกาย (Systemic Allergic Reaction)

ปฏิกิริยาเฉพาะที่มักทำให้เกิดอาการบวมแดงลามออกไปจากจุดที่ถูกต่อย อาการนี้อาจขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนถึงสองร้อยสี่สิบชั่วโมง แต่ไม่มีอันตรายถึงชีวิต ในทางตรงกันข้าม ปฏิกิริยาแพ้ทั่วร่างกายเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันชนิดอิมมูโนโกลบูลินอี (Immunoglobulin E) ตอบสนองต่อโปรตีนในพิษแมลงอย่างรุนแรงผิดปกติ ทำให้มีการหลั่งสารฮีสตามีนและสารสื่ออักเสบอื่นๆ ออกมาจำนวนมาก ส่งผลให้หลอดเลือดทั่วร่างกายขยายตัว ความดันโลหิตลดลงอย่างรวดเร็ว และทางเดินหายใจตีบแคบลง

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้พิษแมลงเพียงเล็กน้อยในอรครั้งก่อน ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยในการถูกต่อยครั้งถัดไป ปฏิกิริยาภูมิแพ้สามารถทวีความรุนแรงขึ้นได้เรื่อยๆ ในทุกครั้งที่ได้รับสารพิษซ้ำ

สัญญาณเตือนอันตรายขั้นวิกฤตที่ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด

เมื่อเกิดเหตุการณ์ถูกต่อหรือแตนต่อย ผู้ดูแลต้องเฝ้าระวังอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิดเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งถึงสองชั่วโมง หากพบอาการดังต่อไปนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนอันตรายระดับวิกฤต (Red Flags) ที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่มีข้อแม้:

  • อาการทางผิวหนังทั่วร่างกาย: มีผื่นลมพิษกระจายไปทั่วตัว หน้าบวม ตาบวม ริมฝีปากบวม หรือมีอาการคันตามฝ่ามือฝ่าเท้าอย่างรุนแรง
  • อาการทางระบบทางเดินหายใจ: หายใจมีเสียงหวีด หายใจลำบาก แน่นหน้าอก รู้สึกเหมือนมีก้อนจุกอยู่ที่คอ กลืนน้ำลายลำบาก หรือเสียงแหบแห้ง
  • อาการทางระบบไหลเวียนโลหิต: เวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม ความดันโลหิตต่ำ ชีพจรเบาและเร็ว ตัวเย็น หรือหมดสติ
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร: คลื่นไส้ อาเจียนอย่างรุนแรง หรือมีอาการปวดเกร็งช่องท้อง

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและการช็อกจากการแพ้รุนแรง

ภาวะแทรกซ้อนที่น่ากลัวที่สุดจากการแพ้พิษต่อและแตนคือ ภาวะช็อกจากการแพ้รุนแรง (Anaphylactic Shock) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์สูงสุด หากไม่ได้รับการรักษาด้วยการฉีดยาอะดรีนาลีน (Adrenaline หรือ Epinephrine) อย่างทันท่วงที ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตภายในเวลาอันสั้นเนื่องจากสมองและอวัยวะภายในขาดออกซิเจน นอกจากนี้ในผู้ถูกต่อยจำนวนมาก (มากกว่าสิบถึงยี่สิบตัวขึ้นไป) แม้จะไม่แพ้ ก็อาจเกิดพิษสะสมในร่างกาย (Toxic Reaction) ทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน กล้ามเนื้อสลายตัว หรือมีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือดได้

วิธีตรวจเช็กความเร่งด่วนและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกวิธี

หากพบผู้ถูกต่อหรือแตนต่อย การปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ถูกต้องสามารถลดความรุนแรงของอาการได้:

  1. ย้ายผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีรังต่อหรือแตนเพื่อป้องกันการถูกต่อยซ้ำ
  2. ตรวจสอบบริเวณที่ถูกต่อย หากพบเหล็กไนตกค้างอยู่ ให้รีบเขี่ยออกด้วยวัตถุขอบเรียบบาง เช่น บัตรพลาสติก ห้ามใช้มือบีบหรือใช้แหนบดึงตรงถุงพิษเด็ดขาด เพราะจะทำให้พิษถูกบีบเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น
  3. ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่
  4. ประคบเย็นบริเวณที่ถูกต่อยเพื่อลดอาการปวดและลดการดูดซึมของพิษ
  5. สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
คำแนะนำจากคุณหมอ: ในกรณีที่ผู้ป่วยมีประวัติแพ้รุนแรงและพกปากกาฉีดยาอะดรีนาลีนอัตโนมัติ (Epinephrine Auto-injector) ผู้ดูแลสามารถใช้ฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อต้นขาด้านนอกทันทีตามคำแนะนำของแพทย์ จากนั้นต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดแม้ว่าอาการจะเริ่มดีขึ้นแล้วก็ตาม

การนำส่งโรงพยาบาลและการรักษาทางการแพทย์

การนำส่งโรงพยาบาลต้องกระทำด้วยความรวดเร็วและปลอดภัย หากผู้ป่วยมีอาการในกลุ่มสัญญาณเตือนอันตราย ห้ามรอให้รถพยาบาลมารับหากผู้ป่วยอยู่ใกล้สถานพยาบาลและสามารถเดินทางได้ทันที หรือควรโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน

เมื่อถึงโรงพยาบาล แพทย์จะทำการประเมินสัญญาณชีพและให้การรักษาเร่งด่วน ได้แก่ การฉีดยาอะดรีนาลีนเพื่อต้านปฏิกิริยาภูมิแพ้ การให้ยาต้านฮีสตามีนและยาสเตียรอยด์ทางหลอดเลือดดำ การให้ออกซิเจนเสริม และการให้น้ำเกลือเพื่อพยุงความดันโลหิต ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงจะต้องได้รับการดูแลรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) เพื่อเฝ้าระวังระบบการทำงานของร่างกายอย่างใกล้ชิด

วิธีป้องกันการถูกต่อและแตนต่อย

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา การหลีกเลี่ยงความเสี่ยงสามารถทำได้โดยการสำรวจบริเวณรอบบ้านไม่ให้มีรังของต่อหรือแตน หากพบรังควรให้ผู้เชี่ยวชาญกำจัดในยามวิกาลที่แมลงสงบตัว หลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอมหรือสเปรย์ที่มีกลิ่นหวานล่อแมลง สวมเสื้อผ้าสีอ่อนเมื่อต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง และสอนให้เด็กๆ รู้จักหลีกเลี่ยงแมลงมีพิษเหล่านี้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down