ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกนอนกรนเสียงดังและอ้าปากหายใจ สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

การนอนหลับเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการเจริญเติบโต พัฒนาการทางสมอง และการหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth Hormone) ของเด็ก หากคุณพ่อคุณสังเกตเห็นว่าลูกนอนกรนเสียงดังเป็นประจำ มีลักษณะการอ้าปากหายใจขณะนอนหลับ หรือมีช่วงหยุดหายใจเป็นระยะ อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องปกติของการนอนหลับลึก แต่มักเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของความผิดปกติในระบบทางเดินหายใจส่วนบนที่ต้องได้รับการประเมินและรักษาจากกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินหายใจและการนอนหลับอย่างเร่งด่วน

สาเหตุและกลไกการเกิดภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นขณะหลับในเด็ก

สาเหตุหลักที่พบบ่อยที่สุดในเด็กวัยขวบปีแรกจนถึงวัยเรียน คือ ภาวะต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์โต (Tonsillar and Adenoid Hypertrophy) ซึ่งต่อมเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นระบบภูมิคุ้มกันในการดักจับเชื้อโรค แต่เมื่อเกิดการติดเชื้อซ้ำซ้อน ภูมิแพ้ หรือการอักเสบเรื้อรัง จะทำให้ต่อมโตขึ้นจนไปเบียดบังทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้ลมหายใจผ่านไม่สะดวก เกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อจนเกิดเสียงกรน และบังคับให้เด็กต้องอ้าปากหายใจเพื่อให้ได้รับอากาศเพียงพอ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสริมอื่นๆ เช่น โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน และความผิดปกติทางโครงสร้างใบหน้าและกราม

คำแนะนำจากคุณหมอ: คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตพฤติกรรมการนอนของลูกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเสียงกรนที่มีลักษณะดังสลับกับเงียบไปชั่วขณะเหมือนขาดอากาศหายใจ ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea - OSA)

อาการแสดงและผลกระทบระยะยาวต่อร่างกายและสมอง

เด็กที่มีภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นขณะหลับมักไม่ได้นอนหลับอย่างมีคุณภาพ สมองจะตื่นตัวย่อยๆ (Arousals) ตลอดคืนเพื่อให้ร่างกายกลับมาหายใจ ส่งผลให้อาการแสดงตอนกลางวันมีความจำเพาะ ได้แก่ ตื่นมางอแงไม่สดชื่น ปวดศีรษะตอนเช้า ง่วงนอนเวลากลางวัน หรือในเด็กบางคนอาจแสดงออกด้วยพฤติกรรมซุกซนสมาธิสั้น (ADHD-like symptoms) เนื่องจากสมองส่วนหน้าที่ควบคุมสมาธิและอารมณ์ทำงาน ด้อยลง นอกจากนี้ในระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางร่างกาย เช่น การเจริญเติบโตช้า เบื่ออาหาร และอาจเกิดภาวะความดันโลหิตสูงในปอดที่มีความรุนแรงได้

สัญญาณเตือนอันตรายระดับวิกฤตที่ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที

หากอาการนอนกรนร่วมกับอาการเหล่านี้ ถือเป็นภาวะวิกฤตที่ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด:

  • มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Observed Apnea) โดยเห็นลูกหยุดหายใจไปชั่วขณะขณะนอนหลับแล้วสะดุ้งเฮือกหรือสำลักตื่น
  • มีอาการหายใจลำบากอย่างเห็นได้ชัด เช่น ซี่โครงบุ๋ม ไหปลาร้าบุ๋ม หรือใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องช่วยในการหายใจขณะนอนหลับ
  • มีภาวะตัวเขียว (Cyanosis) ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีคล้ำเนื่องจากขาดออกซิเจน
  • ตื่นนอนกลางดึกด้วยอาการสำลักน้ำลาย หายใจไม่ออก หรืออาเจียน
  • มีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัดในเวลากลางวัน หายใจเร็ว หรือเหนื่อยหอบแม้อยู่ในภาวะพักผ่อน

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาพบแพทย์ กุมารแพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับการนอน พฤติกรรมในเวลากลางวัน และตรวจร่างกายโดยเน้นระบบทางเดินหายใจ ช่องปาก ต่อมทอนซิล และโพรงจมูก ในกรณีที่มีข้อบ่งชี้ชัดเจน แพทย์อาจพิจารณาให้ทำการตรวจการนอนหลับ (Polysomnography - PSG) ซึ่งเป็นการตรวจมาตรฐานเพื่อวัดระดับออกซิเจนในเลือด การทำงานของสมอง คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และลักษณะการหายใจขณะหลับ เพื่อประเมินความรุนแรงของโรคและวางแผนการรักษาที่ตรงจุดที่สุด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาพ่นจมูกลดน้ำนูกหรือยาแก้แพ้ให้เด็กใช้เองติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์ เพราะอาจทำให้เยื่อบุจมูกดื้อยาและอาการแย่ลงได้ การวินิจฉัยสาเหตุที่แท้จริงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

วิธีรักษาและการดูแลตามคำแนะนำของแพทย์

การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค หากเกิดจากต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์โตมากจนปิดกั้นทางเดินหายใจ กุมารแพทย์อาจพิจารณาให้ส่งต่อแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก เพื่อพิจารณาการผ่าตัดรักษา (Tonsillectomy and Adenoidectomy) ซึ่งเป็นการรักษาที่ช่วยให้อาการหายขาดได้ ในกรณีที่มีสาเหตุจากโรคภูมิแพ้ แพทย์จะให้การรักษาด้วยยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ชนิดเฉพาะที่เพื่อลดขนาดของเยื่อบุและต่อมที่โตขึ้นร่วมกับการควบคุมสิ่งแวดล้อมเพื่อหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้

การดูแลและสังเกตอาการเบื้องต้นที่บ้าน

ในระหว่างรอพบแพทย์หรือหลังการรักษา ผู้ปกครองควรดูแลสิ่งแวดล้อมภายในห้องนอนให้ปราศจากฝุ่น ไรฝุ่น และสัตว์เลี้ยงที่อาจกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ทางเดินหายใจ จัดท่านอนให้เด็กนอนตะแคงเพื่อช่วยลดการตกของลิ้นไปอุด กั้นทางเดินหายใจส่วนบน และควบคุมน้ำหนักตัวของเด็กให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเพื่อลดแรงกดทับบริเวณลำคอขณะนอนหลับ

สรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

การนอนกรนในเด็กไม่ใช่เรื่องปกติที่ปล่อยไว้แล้วจะหายได้เองเมื่อโตขึ้น หากสังเกตเห็นลูกนอนกรนเสียงดัง อ้าปากหายใจ หรือมีช่วงหยุดหายใจ ควรรีบพามาพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด การรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรง คืนคุณภาพการนอนที่ดี และส่งเสริมพัฒนาการเจริญเติบโตของลูกรักได้อย่างเต็มศักยภาพ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down