ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องการฉีดวัคซีนในเด็กเล็กและภาพรวมอาการหลังรับวัคซีน

วัคซีนเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้กับทารกและเด็กเล็ก ช่วยปกป้องลูกน้อยจากโรคติดเชื้อร้ายแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต อย่างไรก็ตาม ภายหลังการได้รับวัคซีน ร่างกายของเด็กอาจมีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันเกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นกระบวนการตามธรรมชาติ อาการข้างเคียงทั่วไปที่พบได้บ่อยและมักหายได้เองภายในหนึ่งถึงสองวัน ได้แก่ อาการไข้ต่ำ งอแงเล็กน้อย ปวด บวม แดง หรือมีก้อนแข็งบริเวณที่ฉีดวัคซีน

ถึงแม้อาการเหล่านี้จะเป็นเรื่องปกติที่พบได้ทั่วไป แต่ในฐานะพ่อแม่และผู้ดูแล การเฝ้าระวังความผิดปกติอย่างใกล้ชิดถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อลูกน้อยมีอาการร้องไห้กระสับกระส่ายผิดปกติ ร้องไห้ไม่หยุด หรือแสดงสัญญาณเตือนอันตรายที่บ่งบอกถึงภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ซึ่งในบทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ และแนว ารปฏิบัติตัวที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเด็ก

กลไกการเกิดปฏิกิริยาหลังฉีดวัคซีนและสาเหตุของอาการร้องไห้กระสับกระส่าย

เมื่อเด็กได้รับวัคซีน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะเริ่มทำงานโดยการจดจำและสร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคชนิดนั้นๆ กระบวนการดังกล่าวจะกระตุ้นให้เกิดการหลั่งสารสื่ออักเสบในร่างกาย ส่งผลให้เกิดอาการไข้ ความรู้สึกไม่สบายตัว ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ หรือเจ็บปวดบริเวณกล้ามเนื้อที่ถูกฉีดวัคซีน ซึ่งอาการเจ็บปวดและไม่สบายตัวนี้เองที่เป็นสาเหตุหลักทำให้ทารกและเด็กเล็กแสดงออกด้วยการร้องไห้กวน กระสับกระส่าย และนอนไม่หลับ

นอกจากนี้ ปฏิกิริยาภูมิแพ้อย่างรุนแรงต่อส่วนประกอบของวัคซีน เช่น สารแต่งกล่อง สารกันเสีย หรือโปรตีนบางชนิด ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กมีอาการผิดปกติทางระบบทางเดินหายใจ ความดันโลหิตลดลง หรือมีผื่นขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ทันที

อาการข้างเคียงทั่วไปและการดำเนินของอาการ

อาการข้างเคียงจากวัคซีนโดยส่วนใหญ่จะเริ่มแสดงอาการภายในยี่สิบสี่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมงแรกหลังการฉีด และมักจะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเองภายในสามวัน โดยอาการทั่วไปที่พบได้มีดังนี้

  • มีไข้ต่ำถึงปานกลาง โดยอุณหภูมิร่างกายมักไม่เกินสามสิบแปดจุดห้าองศาเซลเซียส
  • อาการบวม แดง ร้อน หรือเจ็บเล็กน้อยบริเวณตำแหน่งที่ฉีดวัคซีน
  • อาการงอแง ซึมลงเล็กน้อย หรือรับประทานนมน้อยลงชั่วคราว
  • นอนหลับมากกว่าปกติเนื่องจากร่างกายกำลังพักฟื้นและสร้างภูมิคุ้มกัน
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากลูกน้อยมีเพียงอาการไข้ต่ำและงอแงเล็กน้อย สามารถดูแลเบื้องต้นได้ด้วยการเช็ดตัวลดไข้และการให้รับประทานยานลดไข้พาราเซตามอลตามขนาดที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนด พร้อมทั้งสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด

ในบางกรณี อาการร้องไห้กระสับกระส่ายหลังฉีดวัคซีนอาจไม่ใช่เพียงอาการข้างเคียงทั่วไป แต่เป็นสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหรืออาการแพ้อย่างรุนแรง หากเด็กมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

  • ร้องไห้ไม่หยุดติดต่อกันเป็นเวลานานผิดปกติ (Persistent Inconsolable Crying): ร้องไห้เสียงแหลมสูงต่อเนื่องนานกว่าสามชั่วโมง ซึ่งอาจบ่งบอกถึงอาการปวดรุนแรงหรือความผิดปกติทางระบบประสาท
  • ไข้สูงมาก: มีไข้สูงเกินสามสิบเก้าองศาเซลเซียส หรือไข้ที่ไม่ยอมลดลงแม้จะเช็ดตัวและให้ยาลดไข้แล้ว
  • อาการซึมมากผิดปกติ: ปลุกตื่นยาก ไม่สบตา ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง หรือไม่มีแรงดูดนม
  • อาการชัก: มีอาการเกร็ง กระตุก ตาเหลือก หรือหมดสติ
  • หายใจผิดปกติ: หายใจหอบเหนื่อย ปีกจมูกบาน หน้าอกบุ๋มขณะหายใจ หรือมีเสียงหายใจผิดปกติ
  • อาการแพ้รุนแรง (Anaurhylaxis): มีผื่นลมพิษกระจายทั่วตัว หน้าบวม ตาบวม ริมฝีปากบวม หายใจมีเสียงหวีด หรืออาเจียนพุ่งหลายครั้ง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการร้องไห้เสียงแหลมต่อเนื่องนานหลายชั่วโมงร่วมกับการซึมลง อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากกุมารแพทย์โดยทันที

วิธีตรวจเช็กความเร่งด่วนและการนำส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย

เมื่อพบว่าลูกน้อยมีสัญญาณเตือนอันตรายดังที่กล่าวมาข้างต้น ผู้ปกครองตั้งสติให้มั่นและประเมินความเร่งด่วนทันที หากเด็กมีอาการชัก หายใจลำบาก หรือมีอาการแพ้รุนแรง (หน้าบวม หายใจมีเสียงหวีด) ให้โทรศัพท์ติดต่อสายด่วนฉุกเฉินเพื่อขอความช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ห้ามรอให้ผ่านพ้นคืนนี้ไปก่อนเด็ดขาด

ในระหว่างการเดินทาง ควรจัดให้เด็กอยู่ในท่านั่งหรือท่านอนที่หายใจได้สะดวก คลายเสื้อผ้าให้หลวม และเตรียมประวัติการฉีดวัคซีน รวมถึงสมุดบันทึกสุขภาพของเด็กติดตัวไปด้วยเพื่อให้แพทย์สามารถตรวจสอบข้อมูลและให้การรักษาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำที่สุด

วิธีดูแลรักษาและวิธีบรรเทาอาการที่บ้านอย่างถูกต้อง

หากเด็กมีอาการข้างเคียงที่ไม่รุนแรงและไม่อยู่ในเกณฑ์สัญญาณอันตราย ผู้ปกครองสามารถดูแลประคับประคองอาการที่บ้านได้ตามหลักการแพทย์ดังนี้

  • การให้ยาลดไข้: สามารถให้ยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol) ชนิดน้ำเชื่อมสำหรับเด็ก โดยต้องคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัวของเด็กอย่างเคร่งครัด คือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง เมื่อมีไข้หรือปวด
  • การเช็ดตัวลดไข้: ใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นบิดหมาด เช็ดบริเวณซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ และทั่วร่างกาย เพื่อช่วยระบายความร้อน
  • การดูแลเรื่องโภชนาการ: ให้ทารกดูดนมแม่หรือดื่มนมบ่อยขึ้นเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ หากเด็กโตสามารถให้จิบน้ำสะอาดบ่อยๆ
  • การดูแลบริเวณที่ฉีด: สามารถประคบเย็นบริเวณที่ฉีดวัคซีนในช่วง 24 ชั่วโมงแรกเพื่อลดบวม และประคบอุ่นในวันถัดไป

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการดูแลเด็กหลังฉีดวัคซีน

เพื่อความปลอดภัยของเด็ก ผู้ปกครองควรตระหนักถึงข้อห้ามและข้อควรระวังทางการแพทย์ที่สำคัญดังต่อไปนี้

  • ห้ามซื้อยาแอสไพริน (Aspirin) หรือยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ให้เด็กรับประทานเองเด็ดขาด โดยเฉพาะในเด็กที่มีไข้สูง เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ (Reye syndrome) ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต
  • ห้ามใช้ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) เด็ดขาด ยกเว้นแต่จะได้รับคำสั่งจากแพทย์เท่านั้น เนื่องจากอาการไข้หลังฉีดวัคซีนเกิดจากการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • ห้ามทำการนวด ประคบสมุนไพร หรือทายาใดๆ บริเวณแผลที่ฉีดวัคซีน เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้

วิธีป้องกันและการเตรียมตัวก่อนพาเด็กไปรับวัคซีนครั้ง ัดไป

เพื่อลดความกังวลและเตรียมความพร้อมในการรับวัคซีนครั้งต่อไป ผู้ปกครองควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

  • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนแต่ละชนิดและอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้า
  • แจ้งประวัติการแพ้ยัวซีน แพ้ยา หรือโรคประจำตัวของเด็กให้แพทย์และพยาบาลทราบทุกครั้งก่อนรับวัคซีน
  • สังเกตอาการของเด็กที่สถานพยาบาลอย่างน้อยสามสิบนาทีหลังฉีดวัคซีนเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอาการแพ้อย่างเฉียบพลัน
คำแนะนำจากคุณหมอ: การจดบันทึกอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังฉีดวัคซีนแต่ละครั้ง จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการปรึกษากุมารแพทย์ในการมารับวัคซีนเข็มถัดไป
สรุปคำแนะนำสำหรับผู้ดูแล: ลูกน้อยร้องไห้กระสับกระส่ายหลังฉีดวัคซีนส่วนใหญ่เป็นอาการข้างเคียงทั่วไปที่หายได้เอง แต่หากมีอาการร้องไม่หยุดนานผิดปกติ ไข้สูง ซึม หรือหายใจหอบเหนื่อย ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันทีโดยห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down