ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเป็นหนองในเทียมต่างจากหนองในแท้อย่างไรและภาพรวมของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในเด็ก

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในเด็กและทารกถือเป็นภาวะทางการแพทย์ที่ต้องให้ความสำคัญและระมัดระวังอย่างสูงสุด โดยเฉพาะโรคหนองในแท้และลูกเป็นหนองในเทียมต่างจากหนองในแท้อย่างไร ซึ่งเป็นคำถามที่ผู้ปกครองมักมีความกังวล การติดเชื้อเหล่านี้ในเด็กอาจไม่ได้เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์เสมอไป แต่อาจเกิดจากการติดต่อผ่านทางช่องคลอดมารดาขณะคลอดบุตร การสัมผัสใกล้ชิด หรือในบางกรณีที่น่าเศร้าอาจเกิดจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ การทำความเข้าใจความแตกต่างของเชื้อโรค อาการ และความรุนแรงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เด็กได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทูตและป้องกันภาวะแทรกซ้อนระยะยาวที่อาจส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์และการเจริญเติบโต

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคของหนองในแท้และหนองในเทียม

ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างโรคทั้งสองประเภทอยู่ที่ชนิดของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุหลัก ซึ่งส่งผลต่อการเลือกใช้ยาและการตอบสนองต่อการรักษาทางการแพทย์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

หนองในแท้ (Gonorrhea)

เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า เนสซีเรีย โกโนร์เรียอี (Neisseria gonorrhoeae) ซึ่งเป็นแบคทีเรียแกรมลบรูปถั่ว เม็ดเลือดขาวจะเข้ามาต่อสู้กับเชื้อนี้ทำให้เกิดหนองข้นสีเหลืองหรือเขียว เชื้อนี้มีความสามารถในการแพร่กระจายและสร้างความเสียหายแก่เยื่อบุทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วมาก

หนองในเทียม (Non-Gonococcal Urethritis - NGU)

เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มอื่นที่ไม่ใช่โกโนค็อกคัส โดยเชื้อที่เป็นสาเหตุพบบ่อยที่สุดคือ คลาไมเดีย ทราโชมอทิส (Chlamydia trachomatis) รวมถึงไมโคพลาสมา เจนิแทเลียม (Mycoplasma genitalium) และยูรีพลาสมา (Ureaplasma urealyticum) อาการมักมีความรุนแรงน้อยกว่าหนองในแท้ แต่หากปล่อยทิ้งไว้ก็สามารถลุกลามและสร้างความเสียหายร้ายแรงได้เช่นกัน

ความแตกต่างทางอาการระหว่างหนองในแท้และหนองในเทียม

การสังเกตอาการเบื้องต้นช่วยให้แพทย์สามารถประเมินความรุนแรงของโรคได้ดีขึ้น แม้ว่าอาการบางส่วนอาจมีความคล้ายคลึงกันมากจนต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันผลก็ตาม

อาการของโรคหนองในแท้

  • มีอาการแสบขัดอย่างรุนแรงขณะปัสสาวะ โดยเฉพาะในช่วงเช้าหลังตื่นนอน
  • มีหนองไหลออกมาจากท่อปัสสาวะหรือช่องคลอดอย่างชัดเจน โดยหนองจะมีลักษณะข้น สีเหลืองจัดหรือสีเขียวปนเหลือง
  • ในทารกแรกเกิดอาจพบอาการเยื่อบุตาอักเสบอย่างรุนแรง มีหนองทะลักออกจากตา ซึ่งหากไม่รักษาอาจทำให้ตาบอดได้
  • เด็กอาจมีไข้ ปวดท้องน้อย หรือมีอาการบวมแดงบริเวณอวัยวะเพศอย่างเห็นได้ชัด

อาการของโรคหนองในเทียม

  • อาการมักจะค่อยๆ แสดงออกอย่างช้าๆ ไม่รุนแรงเท่าหนองในแท้
  • มีอาการแสบขัดปัสสาวะเพียงเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • มีสารคัดหลั่งใสๆ หรือมีเมือกขาวขุ่นไหลซึมออกมาจากท่อปัสสาวะปริมาณไม่มากนัก
  • เด็กโตบางรายอาจมีอาการปวดหน่วงบริเวณอัณฑะหรืออุ้งเชิงกรานร่วมด้วย
คำแนะนำจากคุณหมอ: แม้ว่าหนองในเทียมจะมีอาการน้อยกว่าหนองในแท้ แต่ผู้ปกครองไม่ควรชะล่าใจเด็ดขาด เพราะเชื้อแบคทีเรียทั้งสองชนิดสามารถซ่อนตัวและลุกลามขึ้นไปสู่ระบบทางเดินปัสสาวะส่วนบนหรืออุ้งเชิงกรานได้ ส่งผลให้เด็กเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดหรือมีภาวะมีบุตรยากในอนาคต

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด

หากเด็กมีอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหรือมีหนองไหลร่วมกับอาการเหล่านี้ ถือเป็นภาวะวิกฤตทางการแพทย์ที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที ห้ามรอสังเกตอาการหรือซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเองที่บ้านเด็ดขาด

  • มีไข้สูงลอยเกินสามร้อยแปดสิบแปดองศาเซลเซียส หรือไข้สูงที่ไม่ตอบสนองต่อยาลดไข้
  • เด็กมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ปลุกตื่นยาก หรือไม่ยอมดื่มนมและน้ำติดต่อกันหลายชั่วโมง
  • มีอาการปวดท้องน้อยอย่างรุนแรง ปวดเกร็งจนตัวงอ หรือคลำพบก้อนเนื้อบริเวณท้องน้อย
  • ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะเป็นเลือด หรือมีปัสสาวะสีเข้มจัดจนผิดปกติ ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะไตวายเฉียบพลัน
  • ในเด็กทารกแรกเกิดที่มีอาการตาอักเสบร่วมกับหนองทะลักออกมาจากตา ถือเป็นภาวะเร่งด่วนขั้นสูงสุดเพราะเสี่ยงสูญเสียการมองเห็น

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะดำเนินการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อระบุชนิดของเชื้อก่อโรคได้อย่างแม่นยำ

  • การซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียดรอบคอบ รวมถึงการประเมินร่องรอยการติดเชื้อบริเวณอวัยวะเพศและดวงตา
  • การเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งหรือหนอง (Swab) เพื่อนำไปตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วยวิธีปฏิกิริยาลูกโซ่โพลิเมอเรส (Polymerase Chain Reaction - PCR) หรือการย้อมสีแกรมเพื่อแยกชนิดเชื้อแบคทีเรีย
  • การตรวจปัสสาวะเพื่อหาเม็ดเลือดขาวและเชื้อโรค
  • การตรวจเลือดเพื่อประเมินการติดเชื้อในกระแสเลือดและการทำงานของอวัยวะภายใน

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาโรคหนองในแท้และหนองในเทียมจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะที่จำเพาะเจาะจงตามคำสั่งของแพทย์เท่านั้น

  • แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาปฏิชีวนะในกลุ่มที่เหมาะสมกับช่วงอายุและน้ำหนักตัวของเด็ก เช่น ยากลุ่มเซฟาโลสปอรินสำหรับหนองในแท้ หรือยากลุ่มอะซิโทรมัยซินและด็อกซิซัยคลินสำหรับหนองในเทียมในเด็กโต
  • ห้ามหยุดยาเองแม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วเด็ดขาด ต้องให้เด็กรับประทานยาจนหมดคอร์สตามที่แพทย์กำหนดเพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา
  • การดูแลรักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศด้วยน้ำสะอาดและซับให้แห้งเบาๆ งดการใช้สบู่ที่มีฤทธิ์ระคายเคืองสูง
  • การให้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวอย่างเคร่งครัด (สิบถึงสิบห้าิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเมื่อมีไข้)
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้เด็กรับประทานเองเด็ดขาด การใช้ยาผิดกลุ่มหรือขนาดไม่ถูกต้องจะทำให้เชื้อดื้อยาและทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กเด็ดขาดเพราะเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์และภาวะตับวาย

การป้องกันและการเสริมสร้างความปลอดภัยระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในเด็กเริ่มต้นจากการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดจากผู้ปกครอง

  • หลีกเลี่ยงการให้เด็กใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว หรือเสื้อผ้าที่อาจปนเปื้อนสารคัดหลั่ง
  • สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ควรได้รับการตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการติดเชื้อสู่ทารกขณะคลอดบุตร
  • หากพบความผิดปกติหรือมีข้อสงสัยว่าเด็กอาจสัมผัสเชื้อโรค ควรรีบพามาพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยทันที
  • สร้างความตระหนักรู้และการปกป้องคุ้มครองเด็กจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศในทุกรูปแบบ

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

ขั้นตอนปฏิบัติที่ผู้ปกครองสามารถนำไปใช้ได้ทันทีเมื่อพบความผิดปกติ:

  • สังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด เช่น อาการแสบขัดปัสสาวะ มีหนอง หรือมีไข้สูง
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเองและห้ามใช้ยาแอสไพรินเด็ดขาด
  • รีบนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลทันทีหากพบสัญญาณอันตราย เช่น ซึมลง ไม่ดื่มนม หรือปัสสาวะไม่ออก
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและให้เด็กรับประทานยาปฏิชีวนะจนครบกำหนด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down