ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกไข้ขึ้นสูงซึมลง: สัญญาณเตือนภัยในเด็กที่ผู้ปกครองต้องรู้

ไข้สูงในเด็กเป็นอาการที่พบได้บ่อยและสร้างความกังวลใจให้กับพ่อแม่เป็นอย่างมาก ในสถานการณ์ปกติ ไข้เป็นกลไกการตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกายในการต่อสู้กับเชื้อโรค แต่หากอาการไข้มาพร้อมกับอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด นี่ไม่ใช่เพียงอาการไข้หวัดธรรมดาอีกต่อไป แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยอันตรายระดับวิกฤต (Red Flags) ที่บ่งบอกถึงภาวะติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือด ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง หรือความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการประเมินและรักษาจากแพทย์โดยด่วน ห้ามรอสังเกตอาการอยู่ที่บ้านเด็ดขาดเพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการไข้สูงร่วมกับซึมในเด็ก

อาการไข้สูงร่วมกับซึมเกิดได้จากหลายสาเหตุ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus หรือ RSV) โรคไข้เลือดออก (Dengue Fever) โรคติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) หรือการติดเชื้อที่เยื่อหุ้มสมอง (Meningitis) เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันจะหลั่งสารอักเสบออกมา ทำให้ความร้อนในร่างกายสูงขึ้น หากเชื้อโรคมีความรุนแรงมากหรือร่างกายเด็กไม่สามารถควบคุมการติดเชื้อได้ เชื้อโรคหรือสารพิษจะส่งผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญทั่วร่างกาย รวมถึงการไหลเวียนโลหิตไปเลี้ยงสมองลดลง ส่งผลให้เด็กมีอาการซึมลง ไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าเหมือนปกติ

สัญญาณเตือนอันตรายขั้นวิกฤต (Red Flags) ที่ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที

การสังเกตพฤติกรรมและอาการร่วมของเด็กเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง นอกเหนือจากตัวเลขบนเครื่องวัดไข้ อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนว่าเด็กกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต

  • ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ปลุกตื่นยาก ไม่สบตา หรือไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
  • ไข้สูงมากกว่าสามสิบเก้าองศาเซลเซียสติดต่อกันเกินสามวัน หรือไข้ไม่ยอมลดลงเลยแม้จะเช็ดตัวและกินยาลดไข้แล้วก็ตาม
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม หรือปีกจมูกบานขณะหายใจ
  • ริมฝีปากแห้ง ผิวแห้ง ไม่ปัสสาวะนานเกินหกถึงแปดชั่วโมง ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำรุนแรง
  • มีอาการชักเกร็ง ตาค้าง หรือกระตุกตามร่างกาย
  • มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ผื่นจ้ำเลือด หรือตัวลายเย็น
ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการซึมในเด็กเล็กแตกต่างจากอาการง่วงนอนตามปกติ หากเด็กปลุกยาก ซึมเซา ไม่ยอมดูดนมหรือน้ำ และไม่มีแรงแม้จะอุ้ม ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องรีบนำส่งห้องฉุกเฉินทันที ห้ามรอให้ครบกำหนดเวลาหรือรอดูอาการในตอนเช้า

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล กุมารแพทย์จะทำการประเมินอาการอย่างเร่งด่วน เริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาที่มีไข้ พฤติกรรมการกินและการขับถ่าย จากนั้นจะทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อหาแหล่งของการติดเชื้อ หากพบสัญญาณอันตราย แพทย์อาจพิจารณาตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เช่น การเจาะเลือดเพื่อตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดและการติดเชื้อ การตรวจหาเชื้อไวรัสด้วยชุดตรวจสำเร็จรูป การเก็บปัสสาวะตรวจ หรือการเอกซเรย์ปอด เพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่แม่นยำและให้การรักษาได้อย่างทันท่วงที

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

การรักษาที่บ้านก่อนมาพบแพทย์ควรทำด้วยความระมัดระวัง เพื่อประคับประคองอาการของเด็ก

  • การเช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำอุ่น (Tepid Sponge) ควรเช็ดบริเวณซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ เพื่อช่วยระบายความร้อน ห้ามใช้น้ำเย็นจัดหรือแอลกอฮอล์เช็ดตัวเด็ดขาด
  • การให้ยาลดไข้พาราเซตามอล (Paracetamol) ต้องคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัวของเด็กอย่างเคร่งครัด คือสิบถึงสิบห้าิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเมื่อมีไข้
  • การชดเชยน้ำในร่างกาย หากเด็กยังดื่มได้ ควรให้จิบน้ำเกลือแร่ (ORS) หรือนมแม่บ่อยๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามใช้ยาแอสไพริน (Aspirin) หรือยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในเด็กที่มีไข้สูงโดยเด็ดขาด หากยังไม่แน่ใจว่าป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกหรือไม่ เพราะอาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ และห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้เด็กกินเองโดยเด็ดขาด หากเป็นการติดเชื้อไวรัส การกินยาปฏิชีวนะจะไม่มีประโยชน์และอาจสร้างเชื้อดื้อยาได้

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันการติดเชื้อที่มีความรุนแรงสามารถทำได้โดยการพาเด็กรับวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมตามกำหนดของกุมารแพทย์ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีในกลุ่มเสี่ยง และวัคซีนป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ นอกจากนี้ควรปลูกฝังสุขอนามัยที่ดี เช่น การล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่แออัด และหลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่ที่มีคนหนาแน่นในช่วงที่มีการระบาดของโรคทางเดินหายใจ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down