ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

มึนงงจากความดันโลหิตสูงอันตรายไหม ทำความเข้าใจภาวะวิกฤตที่ต้องระวัง

อาการมึนงง เวียนศีรษะ หรือปวดศีรษะร่วมกับความดันโลหิตที่สูงขึ้นอย่างกะทันหัน เป็นสัญญาณเตือนทางสุขภาพที่ร่างกายกำลังส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ภาวะความดันโลหิตสูงเรื้อรังอาจไม่มีอาการแสดงเด่นชัด แต่เมื่อใดก็ตามที่มีอาการมึนงงร่วมด้วย นั่นหมายถึงระบบการไหลเวียนโลหิตและหลอดเลือดในสมองกำลังเผชิญกับแรงดันที่สูงผิดปกติ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงถึงชีวิตได้ทันที ในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ขอยืนยันว่าอาการมึนงงจากความดันสูงเป็นสิ่งที่ไม่ควรนิ่งนอนใจและห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการมึนงงเมื่อความดันโลหิตพุ่งสูง

ความดันโลหิตสูง (Hypertension) คือแรงดันของเลือดที่กระทำต่อผนังหลอดเลือดแดงมีค่าสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง เมื่อความดันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว (Hypertensive Crisis) จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบไหลเวียนโลหิตส่วนปลายและหลอดเลือดสมอง หลอดเลือดในสมองอาจเกิดการหดเกร็ง บวม หรือในรายที่รุนแรงอาจเกิดการฉีกขาด ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอหรือเกิดความดันในกะโหลกศีรษะสูงขึ้น อาการมึนงง หน้ามืด ทรงตัวไม่ได้ หรือปวดศีรษะรุนแรงจึงเกิดขึ้นตามกลไกทางสรีรวิทยาเหล่านี้

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูง หากพบอาการมึนงงร่วมกับความผิดปกติทางระบบประสาท ห้ามปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด เพราะอาจเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะหลอดเลือดสมองแตกหรือตีบตัน

อาการเริ่มต้นและลำดับความรุนแรงของภาวะความดันโลหิตวิกฤต

การสังเกตอาการตนเองหรือคนใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญมาก อาการมึนงงจากความดันสูงมักไม่ได้มาเดี่ยวๆ แต่มักมีอาการอื่นร่วมด้วยตามลำดับความรุนแรง ดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น: มีอาการมึนงง เวียนศีรษะ ปวดศีรษะตุๆ บริเวณท้ายทอยในช่วงตื่นนอน รู้สึกไม่สบายตัว ตาพร่ามัวเล็กน้อย
  • ระยะลุกลาม: อาการมึนงงรุนแรงขึ้น คลื่นไส้ อาเจียน ใจสั่น แนหน้าอก หายใจไม่อิ่ม อ่อนแรงที่ใบหน้าหรือแขนขาข้างใดข้างหนึ่ง
  • ระยะวิกฤต: สูญเสียการทรงตัว พูดไม่ชัด พูดไม่รู้เรื่อง ชัก หรือหมดสติ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนขั้นสูงสุด

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากมีอาการมึนงงร่วมกับอาการเหล่านี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนอันตราย (Red Flags) ที่ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วนที่สุด:

  • ปวดศีรษะรุนแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเฉียบพลัน
  • แขนขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก หรือหน้าเบี้ยว
  • พูดไม่ชัด ฟังไม่เข้าใจ หรือนึกคำพูดไม่ออก
  • ตามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือสูญเสียการมองเห็นชั่วคราว
  • เจ็บแน่นหน้าอกร้าวไปที่กราม คอ หรือแขน
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก
คำแนะนำจากคุณหมอ: เมื่อวัดความดันโลหิตแล้วพบว่าค่าความดันตัวบนสูงเกินหนึ่งร้อยแปดสิบมิลลิเมตรปรอท หรือค่าความดันตัวล่างสูงเกินหนึ่งร้อยสิบมิลลิเมตรปรอท ร่วมกับมีอาการมึนงงหรืออาการเตือนข้างต้น ให้โทรแจ้งสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉินทันที ห้ามขับรถไปโรงพยาบาลด้วยตนเอง

การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์และการประเมินความเร่งด่วน

เมื่อผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาล แพทย์และทีมฉุกเฉินจะดำเนินการประเมินอาการอย่างรวดเร็ว (Triage) เพื่อแยกระหว่างภาวะความดันโลหิตสูงฉุกเฉินที่มีอวัยวะเป้าหมายเสียหาย (Hypertensive Emergency) กับภาวะความดันโลหิตสูงเร่งด่วน (Hypertensive Urgency) ขั้นตอนการวินิจฉัยประกอบด้วย

  • การซักประวัติระยะเวลาของอาการและประวัติการใช้ยาความดันโลหิต
  • การตรวจวัดสัญญาณชีพอย่างละเอียดและการตรวจร่างกายทางระบบประสาท
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพื่อประเมินการทำงานของหัวใจ
  • การตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของไตและเกลือแร่ในร่างกาย
  • การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองในกรณีที่มีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย

วิธีรักษาและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกต้อง

การรักษาภาวะความดันโลหิตวิกฤตต้องกระทำโดยแพทย์ในสถานพยาบาลเท่านั้น การให้ยาลดความดันโลหิตจะต้องลดลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อป้องกันไม่ให้เลือดไปเลี้ยงสมองและอวัยวะสำคัญลดลงเร็วเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะขาดเลือดได้ สำหรับการปฏิบัติที่บ้านในเบื้องต้นมีดังนี้

  • ให้ผู้ป่วยนั่งหรือนอนพักในที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก ห้ามทำกิจกรรมที่ต้องออกแรง
  • ผ่อนคลายความเครียด หายใจเข้าออกลึกๆ ช้าๆ
  • หากมีเครื่องวัดความดัน ให้ทำการวัดซ้ำหลังจากพักผ่อนสิบถึงสิบห้านาที
  • ห้ามซื้อยาลดความดันมารับประทานเองเด็ดขาดหากไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

สิ่งต้องห้ามเด็ดขาดและข้อควรระวังสำคัญ

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือการพยายามหายาลดความดันของผู้อื่นมาทานเพื่อลดความดันให้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง การลดความดันโลหิตลงอย่างรวดเร็วเกินไปโดยไม่มีแพทย์ควบคุมอาจทำให้เกิดภาวะสมองขาดเลือดเฉียบพลันได้ นอกจากนี้ ห้ามเพิกเฉยหรือคิดว่าอาการมึนงงจะหายไปเองเมื่อนอนหลับ

การป้องกันและการควบคุมความดันโลหิตในระยะยาว

การป้องกันภาวะวิกฤตจากความดันโลหิตสูงทำได้โดยการควบคุมระดับความดันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติอย่างสม่ำเสมอ

  • รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ห้ามหยุดยาเอง
  • ควบคุมอาหาร ลดการบริโภคเกลือและโซเดียม หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์
  • งดการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ตรวจสุขภาพและวัดความดันโลหิตเป็นประจำสม่ำเสมอ

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยและผู้ดูแล

  • สังเกตอาการมึนงงร่วมกับอาการทางระบบประสาทอย่างใกล้ชิด
  • จดบันทึกค่าความดันโลหิตและเวลาที่เกิดอาการ
  • หากมีอาการเตือนอันตราย ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด
  • รีบนำส่งโรงพยาบาลหรือโทรสายด่วนฉุกเฉินทันที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down