ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องโรคงูสวัดบริเวณใบหน้าและรอยดำหลังแผลหาย

โรคงูสวัด (Herpes Zoster) เป็นการติดเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella Zoster Virus) ชนิดเดียวกับโรคอีสุกอีใส ซึ่งหลังจากหายป่วยจากอีสุกอีใสแล้ว เชื้อไวรัสจะหลบซ่อนตัวอยู่ในปมประสาทรับความรู้สึกของร่างกาย และเมื่อภูมิคุ้มกันร่างกายลดลง ไม่ว่าจะเป็นจากความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือความเสื่อมตามวัย ไวรัสจะตื่นตัวและเคลื่อนตัวตามเส้นประสาทออกมาแสดงอาการทางผิวหนัง บริเวณใบหน้าถือเป็นจุดที่อันตรายและมีความละเอียดอ่อนมากที่สุด เนื่องจากเป็นที่รวมของเส้นประสาทสมองหลายคู่ที่ควบคุมการทำงานของใบหน้า ดวงตา และการได้ยิน เมื่อแผลตุ่มน้ำใสตกสะเก็ดและหายดีแล้ว หลายคนมักพบรอยดำหลงเหลืออยู่ ซึ่งในทางการแพทย์ รอยดำเหล่านี้แม้จะเป็นกระบวนการฟื้นตัวตามธรรมชาติของผิวหนังจากการอักเสบ (Post-inflammatory Hyperpigmentation) แต่ในผู้ป่วยบางราย รอยดำและรอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นอาจมาพร้อมกับสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่รุนแรง ซึ่งหากละเลยและรอดูอาการอยู่ที่บ้านอาจนำไปสู่ความพิการถาวรหรืออันตรายถึงชีวิตได้

กลไกการเกิดโรคและสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยดำหลังงูสวัด

การอักเสบของผิวหนังในโรคงูสวัดเกิดจากการที่ไวรัสทำลายเซลล์ผิวหนังและเส้นประสาทในบริเวณนั้นอย่างรุนแรง ทำให้ร่างกายหลั่งสารสื่อการอักเสบออกมาเป็นจำนวนมาก เม็ดสีเมลานิน (Melanin) ถูกกระตุ้นให้สร้างขึ้นมากกว่าปกติเพื่อปกป้องผิวที่ได้รับความเสียหาย ส่งผลให้เกิดรอยดำเข้มบริเวณที่เคยเป็นตุ่มน้ำใส นอกจากนี้ ความรุนแรงของการอักเสบยังขึ้นอยู่กับระดับภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย โดยกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคไต ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน จะมีโอกาสเกิดรอยโรคที่ลึกและกว้างกว่าคนทั่วไป ทำให้กระบวนการหายของแผลทิ้งร่องรอยความเสียหายที่รุนแรงทั้งบนผิวหนังและปลายประสาท

คำแนะนำจากคุณหมอ: การสังเกตลักษณะของแผลที่หายแล้วบนใบหน้าเป็นสิ่งสำคัญ หากรอยดำนั้นมาพร้อมกับอาการปวดแปล๊บ ปวดตื้อ หรือรู้สึกแสบร้อนใต้ผิวหนัง แม้ผิวภายนอกจะดูเหมือนหายดีแล้ว นั่นไม่ใช่แค่รอยแผลเป็นธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าเส้นประสาทบริเวณนั้นยังคงอักเสบเรื้อรัง

อาการสำคัญและระยะเวลาการดำเนินโรค

โรคงูสวัดมีลำดับขั้นตอนการดำเนินโรคที่ชัดเจน เริ่มตั้งแต่ระยะแรกผู้ป่วยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อน คัน หรือชาตามผิวหนังบริเวณใบหน้าด้านใดด้านหนึ่ง (มักไม่ข้ามเส้นกึ่งกลางลำตัว) ตามด้วยอาการไข้ต่ำๆ และอ่อนเพลีย ต่อมาในระยะที่สองจะปรากฏผื่นแดงและกลายเป็นกลุ่มตุ่มน้ำใสเรียงตัวตามแนวเส้นประสาท และในระยะสุดท้ายคือระยะฟื้นตัว ตุ่มน้ำจะแตก แห้ง ตกสะเก็ด และหลุดลอกออกไป เหลือไว้เพียงรอยแดงหรือรอยดำ ซึ่งโดยทั่วไปรอยดำเหล่านี้จะค่อยๆ จางลงได้เองตามวงจรการผลัดเซลล์ผิวหนัง แต่หากกระบวนการอักเสบระดับลึกยังไม่ยุติลง ผู้ป่วยอาจเผชิญกับกลุ่มอาการแทรกซ้อนที่อันตรายยิ่งกว่ารอยแผลบนผิวหนัง

สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flags) ที่ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด

เมื่อเป็นงูสวัดที่ใบหน้า แม้แผลภายนอกจะเริ่มแห้งหรือหายดีแล้ว หากปรากฏอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ถือเป็นภาวะวิกฤตทางการแพทย์ที่ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ห้ามรอดูอาการหรือรักษาด้วยวิธีพื้นบ้านเด็ดขาด:

  • อาการทางดวงตา: หากตุ่มงูสวัดขึ้นบริเวณปลายจมูก หน้าผาก หรือเปลือกตา และมีอาการตาแดง ปวดตา ตามัว สู้แสงไม่ได้ หรือมองเห็นภาพซ้อน แสดงว่าเชื้อไวรัสลุกลามเข้าสู่กระจกตาหรือเส้นประสาทตา ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดแผลที่กระจกตา ตาบอด หรือสูญเสียการมองเห็นถาวร
  • อาการทางระบบประสาทใบหน้า: มุมปากตก หลับตาไม่สนิท เคี้ยวอาหารแล้วร่วง หรือใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีกอย่างฉับพลัน (Ramsay Hunt Syndrome หรือ Facial Nerve Palsy) ซึ่งบ่งบอกว่าไวรัสทำลายเส้นประสาทสมองคู่ที่เจ็ด
  • อาการทางหูและการได้ยิน: มีอาการปวดหูอย่างรุนแรง มีตุ่มน้ำในช่องหู ได้ยินเสียงลดลง หูอื้อ หรือเวียนศีรษะบ้านหมุน สูญเสียการทรงตัว
  • อาการปวดปลายประสาทเรื้อรังที่รุนแรงมาก (Post-herpetic Neuralgia): อาการปวดแปล๊บ ปวดแสบปวดร้อน หรือปวดเหมือนถูกเข็มแทงที่ใบหน้าอย่างต่อเนื่องจนไม่สามารถนอนหลับหรือใช้ชีวิตประจำวันได้
  • สัญญาณติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน: บริเวณรอยแผลหรือรอยดำมีอาการบวมแดงร้อนมากขึ้น มีหนองไหล หรือมีไข้สูงร่วมด้วย
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้ยาทาพื้นบ้าน สมุนไพร หรือยาปฏิชีวนะชนิดทาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์บนแผลที่มีการอักเสบใกล้ดวงตาเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงและเกิดแผลเป็นถาวรที่ทำลายเนื้อเยื่อใบหน้า

วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการงูสวัดที่ใบหน้าและมีภาวะแทรกซ้อน แพทย์จะทำการประเมินอาการอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทร่วมด้วย ในบางกรณีอาจต้องมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม เช่น การทำรังสีdiagnostics หรือการตรวจเลือดเพื่อประเมินภาวะภูมิคุ้มกัน การรักษาจะเน้นการให้ยาต้านไวรัสอย่างเร่งด่วน (หากอยู่ในระยะเริ่มต้น) การให้ยาแก้ปวดกลุ่มที่ออกฤทธิ์ต่อเส้นประสาท การใช้น้ำตาเทียมหรือยาหยอดตาผสมสเตียรอยด์ภายใต้การดูแลของจักษุแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันความเสียหายต่อดวงตา ส่วนรอยดำที่ผิวหนัง แพทย์อาจพิจารณาใช้ครีมลดเลือนเม็ดสีหรือแนะนำวิธีดูแลผิวที่ถูกต้องเมื่อแผลปิดสนิทดีแล้ว

การดูแลตนเองและการป้องกันภาวะแทรกซ้อนระยะยาว

การดูแลผิวหนังบริเวณที่เคยเป็นงูสวัดและทิ้งรอยดำไว้ ต้องทำด้วยความนุ่มนวล หลีกเลี่ยงการแกะ เกา หรือขัดถูรอยดำอย่างรุนแรง ควรทาครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นและผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด (Sunscreen) อย่างสม่ำเสมอทุกวัน เนื่องจากแสงแดดจะกระตุ้นให้รอยดำเข้มขึ้นและหายช้าลง สำหรับการป้องกันในระยะยาว การฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด (Shingles Vaccine) ถือเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการลดความรุนแรงของโรคและการเกิดภาวะปวดปลายประสาทเรื้อรังหลังเป็นงูสวัด โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ห้าสิบปีขึ้นไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down