ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกทารกท้องป๋องบวมกดไม่ยุบ: สัญญาณเตือนอันตรายระดับวิกฤต

ในฐานะแพทย์เฉพาะทางด้านกุมารเวชศาสตร์ หนึ่งในอาการที่สร้างความตื่นตระหนกและจัดเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์สูงสุดคือ ภาวะที่ทารกมีท้องป๋องบวมโตและเมื่อใช้มือกดลงไปแล้วพบว่าผิวหนังหรือหน้าท้องมีความตึง แข็ง และกดไม่ยุบ (Pitting or Non-pitting Edema/Distension) อาการลักษณะนี้ไม่ใช่เพียงแค่ท้องอืดจากลมในทางเดินอาหารทั่วไปที่พบได้ในเด็กเล็ก แต่เป็นสัญญาณเตือนทางพยาธิสภาพที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของอวัยวะภายในช่องท้อง ระบบไหลเวียนโลหิต หรือระบบต่อมไร้ท่อ ซึ่งมีความรุนแรงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงทีจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สาเหตุและกลไกการเกิดภาวะท้องบวมกดไม่ยุบในทารก

ภาวะหน้าท้องบวมตึงและกดไม่ยุบในทารกเกิดได้จากหลายกลไกทางการแพทย์ที่ซับซ้อน โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มโรคสำคัญดังนี้

  • การมีของเหลวสะสมในช่องท้อง (Ascites): เกิดจากความดันในหลอดเลือดดำตับสูง ภาวะตับวาย ภาวะโปรตีนในเลือดต่ำ (Hypoalbuminemia) หรือการติดเชื้อในช่องท้อง ทำให้ของเหลวรั่วซึมออกมาขังอยู่ในช่องท้องจนทำให้หน้าท้องขยายใหญ่
  • ภาวะลำไส้เน่าตายจากการอุดตันหรือขาดเลือด (Necrotizing Enterocolitis - NEC): พบได้บ่อยในทารกแรกเกิดน้ำหนักตัวน้อย เกิดจากการที่ผนวกหลอดเลือดในลำไส้ขาดเลือดไปเลี้ยง ทำให้เนื้อเยื่อลำไส้ตาย เกิดแก๊สสะสมในผนังลำไส้และช่องท้อง ท้องจะบวมตึงมาก ผิวหนังหน้าท้องแดงหรือเขียวคล้ำ
  • ก้อนเนื้อหรือเนื้องอกในช่องท้อง (Abdominal Masses): เช่น เนื้องอกของไต (Wilms Tumor), เนื้องอกของต่อมหมวกไต (Neuroblastoma) หรือถุงน้ำรังไข่ขนาดใหญ่ ซึ่งจะทำให้ท้องโตข้างเดียวหรือโตทั่วท้องและมีความแข็งเมื่อคลำ
  • ภาวะลำไส้อุดตันแต่กำเนิด (Congenital Intestinal Obstruction): เช่น ภาวะลำไส้เล็กส่วนดูโอดีนตีบตัน (Duodenal Atresia) หรือภาวะ Hirschsprung Disease ทำให้กากอาหารและแก๊สไม่สามารถขับเคลื่อนผ่านไปได้ ท้องจึงป๋องบวมตึง

อาการร่วมและสัญญาณเตือนอันตรายระดับวิกฤต (Red Flag Symptoms)

พ่อแม่และผู้ดูแลต้องสังเกตอาการรอบด้านอย่างละเอียด หากพบอาการเหล่านี้ร่วมกับภาวะท้องบ๋องบวมกดไม่ยุบ ถือเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น

  • ผิวหนังหน้าท้องตึงใส มองเห็นเส้นเลือดดำเด่นชัด หรือมีสีผิวเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำ เขียว หรือม่วง
  • ทารกซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ปลุกตื่นยากหรือไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้า
  • อาเจียนพุ่งออกมาเป็นสีเขียวเข้มหรือมีเลือดปน ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะลำไส้อุดตันหรือการอุดตันของทางเดินอาหารส่วนต้น
  • ไม่ถ่ายอุขาระหรือผายลมเลยตั้งแต่แรกเกิด หรือหยุดถ่ายกระทันหันร่วมกับท้องบวม
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็ว ปีกจมูกบาน หรือมีอาการอกบุ๋ม เนื่องจากก้อนเนื้อหรือของเหลวในช่องท้องไปดันกระบังลมทำให้ปอดขยายตัวไม่ได้
  • มีไข้สูงร่วมด้วย หรือมีภาวะช็อก เช่น ตัวเย็น ปลายมือปลายเท้าเขียว ชายโครงบุ๋ม ชีพจรเบาและเร็ว
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามทำการนวดคลึง บีบ หรือกดทับบริเวณหน้าท้องของทารกอย่างรุนแรงเด็ดขาด เพราะหากทารกมีภาวะลำไส้ทะลุ หรือมีก้อนเนื้องอกที่เปราะบาง การนวดอาจทำให้ก้อนแตกหรือเชื้อโรคกระจายเข้าสู่กระแสเลือดจนเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง (Septic Shock) และเสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อทารกถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ทีมแพทย์กุมารเวชศาสตร์และศัลยแพทย์เด็กจะดำเนินการประเมินและตรวจวินิจฉัยอย่างเร่งด่วนดังนี้

  • การซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด: แพทย์จะซักถามประวัติการถ่ายอุจจาระ ประวัติการอาเจียน ลักษณะของนมที่กิน และประวัติการตั้งครรภ์ ร่วมกับการคลำหน้าท้องเพื่อประเมินความตึงตัวและหาก้อนเนื้อ
  • การถ่ายภาพรังสีส่วนหน้าท้อง (Abdominal X-ray): เพื่อดูว่ามีลมในช่องท้อง มีภาวะลำไส้อุดตัน หรือมีรูปแบบของแก๊สที่ผิดปกติหรือไม่
  • การตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้อง (Abdominal Ultrasound): เป็นเครื่องมือที่มีความปลอดภัยสูงในเด็ก ช่วยให้เห็นรายละเอียดของอวัยวะภายใน ตับ ม้าม ไต และตรวจหาของเหลวหรือก้อนเนื้อในช่องท้องได้อย่างแม่นยำ
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Blood Tests): ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การทำงานของตับและไต ระดับเกลือแร่ในร่างกาย และภาวะกรดด่างในเลือดเพื่อประเมินความรุนแรงของโรค

วิธีดูแลรักษาและการจัดการในภาวะวิกฤต

การรักษาภาวะท้องบ๋องบวมกดไม่ยุบขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ตรวจพบ ซึ่งส่วนใหญ่จำเป็นต้องได้รับการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด (NICU) หรือกุมารเวชกรรม ดังนี้

  • การใส่สายยางเพื่อระบายลมและของเหลวออกจากกระเพาะอาหารและลำไส้ (Nasogastric Tube Decompression)
  • การให้สารน้ำและเกลือแร่ทางหลอดเลือดดำอย่างเข้มงวด งดการให้อาหารและนมทางปากเพื่อพักลำไส้
  • การให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำในกรณีที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อในช่องท้องหรือลำไส้เน่าตาย
  • การรักษาทางศัลยกรรมหรือการผ่าตัดเร่งด่วน ในกรณีที่มีภาวะลำไส้อุดตัน ลำไส้ทะลุ หรือมีก้อนเนื้องอกที่ต้องตัดออก
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากพบว่าลูกน้อยมีอาการท้องบ๋องบวม ตึง และกดไม่ยุบ ร่วมกับอาการซึม อาเจียน หรือไม่ถ่ายอุจจาระ ห้ามรอสังเกตอาการข้ามคืนเด็ดขาด ขอให้รีบนำตัวส่งห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่มีกุมารแพทย์และศัลยแพทย์เด็กประจำการโดยเร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของชีวิตลูกน้อย
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down