ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความดันโลหิตสูงกับภาวะเลือดกำเดาไหลเรื้อรัง และอันตรายจากโรคโลหิตจาง

หมอมักพบผู้ป่วยผู้ใหญ่หลายท่านเดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยความตระหนก มือยังคงกดกระดาษทิชชูชุ่มเลือดไว้ที่จมูก หลังจากพยายามปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการก้มหน้าและบีบปีกจมูกนานกว่า 15-20 นาทีแล้วแต่เลือดก็ยังไม่หยุดไหล ปัญหา เลือดกำเดาไหลหยุดยาก ในผู้ใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของอากาศแห้งหรือการแคะจมูกเหมือนในเด็ก แต่บ่อยครั้งมักเป็นสัญญาณเตือนของภาวะสุขภาพระบบภายใน โดยเฉพาะภาวะความดันโลหิตสูง

เมื่อแรงดันในหลอดเลือดสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลอดเลือดฝอยขนาดเล็กในโพรงจมูกซึ่งมีความเปราะบางอยู่แล้ว โดยเฉพาะบริเวณผนังกั้นช่องจมูกส่วนหน้า (Kiesselbach's plexus) หรือหลอดเลือดใหญ่บริเวณโพรงจมูกส่วนหลัง (Woodruff's plexus) จะเกิดการตึงตัวและฉีกขาดได้ง่าย แรงดันเลือดที่สูงมากนี้เองที่ทำให้ลิ่มเลือดเกาะตัวได้ยาก ส่งผลให้เลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุด และมักเกิดขึ้นซ้ำๆ

การเสียเลือดทางโพรงจมูกทีละนิดแต่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง สามารถนำไปสู่ภาวะโลหิตจางจากการขาดเหล็กเรื้อรัง ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หน้ามืด เวียนศีรษะ ผิวพรรณซีดเซียว และในกรณีที่ร้ายแรง หัวใจจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาว

ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เกล็ดเลือดต่ำ และโรคความผิดปกติของระบบเลือด

อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่พบได้บ่อยในผู้ใหญ่ที่มีอาการ เลือดกำเดาไหลหยุดยาก คือ ผลกระทบจากการรับประทานยาประจำตัว โดยเฉพาะกลุ่มยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน (Aspirin) หรือ คโลพิโดเกรล (Clopidogrel) และยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน (Warfarin) รวมถึงยากลุ่มใหม่ (NOACs) ยาเหล่านี้มีฤทธิ์ยับยั้งกลไกการแข็งตัวของเลือดตามธรรมชาติ เพื่อป้องกันภาวะหลอดเลือดอุดตันในหัวใจหรือสมอง แต่ผลข้างเคียงที่หลีกเลี่ยงได้ยากคือ เมื่อเกิดบาดแผลในโพรงจมูก แม้เพียงเล็กน้อย เลือดก็จะหยุดไหลได้ยากกว่าคนทั่วไปอย่างมาก

นอกจากนี้ อาการเลือดกำเดาออกบ่อยและหยุดยาก ยังอาจเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงความผิดปกติของระบบเลือดโดยตรง เช่น

  • ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia): เกล็ดเลือดทำหน้าที่เหมือนจุกอุดบาดแผลเบื้องต้น เมื่อปริมาณเกล็ดเลือดลดลง ไม่ว่าจะเกิดจากโรคภูมิคุ้มกันทำลายเกล็ดเลือด การติดเชื้อไวรัส หรือโรคของไขกระดูก จะทำให้กลไกการหยุดเลือดล้มเหลว
  • โรคความผิดปกติเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด: เช่น โรควอนวิลเลอบรันด์ (von Willebrand disease) หรือโรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) ซึ่งเกิดจากการขาดโปรตีนหรือปัจจัยที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด (Clotting factors) ทำให้เมื่อหลอดเลือดฉีกขาด กลไกการสร้างลิ่มเลือดจะไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้เลือดไหลต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ภาวะขาดวิตามิน และแนวทางการเข้าพบแพทย์เพื่อปรับยาอย่างปลอดภัย

สารอาหารและวิตามินบางชนิดมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อความแข็งแรงของหลอดเลือดและระบบการแข็งตัวของเลือด การขาดสารอาหารเหล่านี้อาจเป็นปัจจัยแฝงที่ทำให้เกิดอาการเลือดกำเดาไหลซ้ำซาก

บทบาทของวิตามินซีและวิตามินเค

  • วิตามินซี (Vitamin C): เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างคอลลาเจนซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของผนังหลอดเลือด หากร่างกายขาดวิตามินซี ผนังหลอดเลือดฝอยจะเปราะ แตกหักง่าย และเกิดบาดแผลได้ง่ายขึ้น
  • วิตามินเค (Vitamin K): เป็นวิตามินที่จำเป็นต่อตับในการสังเคราะห์ปัจจัยการแข็งตัวของเลือดหลายชนิด หากร่างกายขาดวิตามินเค เลือดจะไม่สามารถแข็งตัวตามกลไกปกติได้ ส่งผลให้เมื่อเลือดกำเดาไหลแล้วจะหยุดยาก

ข้อแนะนำสำคัญในการเข้าพบแพทย์

หากผู้ป่วยกำลังรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือดอยู่ แล้วพบว่ามีปัญหา เลือดกำเดาไหลหยุดยาก เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ข้อห้ามที่สำคัญที่สุด คือ ห้ามหยุดยาหรือปรับปริมาณยาด้วยตนเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในสมองหรือหัวใจซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

สิ่งที่ควรปฏิบัติคือการไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียด แพทย์อาจพิจารณาเจาะเลือดตรวจค่าการแข็งตัวของเลือด (เช่น ค่า INR) หรือตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) เพื่อปรับขนาดยาให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย รวมถึงอาจส่งตรวจโพรงจมูกด้วยการส่องกล้อง เพื่อหาสุดยอดจุดเลือดออกและทำการจี้หยุดเลือด (Cauterization) หรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเสริมวิตามินอย่างเหมาะสมภายใต้การดูแลทางการแพทย์

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down