ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

จากเมนูดิบยอดนิยมสู่อาการป่วยเรื้อรัง: ทำไมการกินลาบปลาดิบก้อยปลาถึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ

บ่อยครั้งที่ผมได้พบกับคนไข้ที่มาปรึกษาเรื่องอาการปวดท้องเรื้อรัง ท้องอืด บางรายมีอาการตัวเหลือง ตาเหลืองร่วมด้วย เมื่อซักประวัติลึกลงไป มักจะพบว่าหลายท่านมีความสุขกับการรับประทานอาหารพื้นบ้านรสจัดจ้าน โดยเฉพาะเมนูปลาดิบอย่างลาบปลาดิบหรือก้อยปลา ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหลายพื้นที่ของประเทศไทย

วัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นและความนิยมในการบริโภคปลาน้ำจืดปรุงดิบหรือสุกๆ ดิบๆ

อาหารอีสานเป็นหนึ่งในอาหารยอดนิยมของไทย มีรสชาติจัดจ้านเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะเมนูที่ใช้ปลาน้ำจืด อย่าง ลาบปลาดิบ และ ก้อยปลา ถือเป็นเมนูโปรดของใครหลายคน ด้วยความเชื่อที่ว่าการกินแบบสดๆ จะคงความสดใหม่และรสชาติแท้ๆ ของปลาไว้ได้ รวมถึงกรรมวิธีการปรุงที่มักจะนำปลาไปขยำกับเครื่องปรุงรสเปรี้ยวเผ็ดอย่างน้ำมะนาว พริกป่น หรือข้าวคั่ว โดยเชื่อว่าความเปรี้ยวเผ็ดจัดจ้านจะช่วยฆ่าเชื้อโรคหรือพยาธิได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดที่แฝงด้วยความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างมาก

กลไกที่ตัวอ่อนพยาธิสามารถรอดชีวิตจากน้ำมะนาวและเครื่องปรุงรสจัด

ในความเป็นจริงแล้ว ความเชื่อที่ว่ารสเปรี้ยวหรือเผ็ดจัดจะฆ่าพยาธิได้นั้น ไม่เป็นความจริง พยาธิใบไม้ในตับ (Opisthorchis viverrini) เป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุข โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธินี้มีชื่อว่า Metacercaria ซึ่งจะฝังตัวอยู่ในเนื้อปลาเกล็ดขาวน้ำจืดหลายชนิด เช่น ปลาตะเพียน ปลาซิว ปลาขาว และอีกหลายชนิด

ตัวอ่อนพยาธิเหล่านี้มีความคงทนสูงมาก พวกมันถูกออกแบบมาให้รอดชีวิตจากสภาวะแวดล้อมต่างๆ รวมถึงกรดในกระเพาะอาหารและน้ำย่อย การปรุงรสจัดจ้านไม่ว่าจะเปรี้ยว เผ็ด เค็ม หรือการขยำคลุกเคล้ากับเครื่องปรุงรสเพียงชั่วครู่ ไม่สามารถทำลายผนังหุ้มตัวอ่อนพยาธิที่แข็งแรงซึ่งฝังอยู่ในเนื้อปลาได้เลย ดังนั้น การรับประทานปลาดิบจึงเท่ากับเป็นการนำตัวอ่อนพยาธิที่ยังมีชีวิตเข้าสู่ร่างกายโดยตรง

ระยะเวลาตั้งแต่นับจากกินปลาดิบจนเริ่มมีอาการแสดงทางระบบน้ำดี

หลังจากรับประทานปลาดิบที่มีตัวอ่อนพยาธิเข้าไป ตัวอ่อนจะเดินทางผ่านระบบทางเดินอาหารไปยังลำไส้เล็ก ก่อนจะไชเข้าสู่ท่อน้ำดีในตับ และเริ่มเจริญเติบโตเป็นพยาธิตัวเต็มวัย โดยใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์

ในช่วงแรกของการติดเชื้อ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการใดๆ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย ไม่จำเพาะเจาะจง เช่น ท้องอืด เฟ้อ เรอบ่อย คล้ายอาการอาหารไม่ย่อย ทำให้ผู้ป่วยหลายคนละเลย ไม่ได้เข้ารับการตรวจรักษา

แต่เมื่อเวลาผ่านไป พยาธิตัวเต็มวัยจะไปอุดกั้นและสร้างความเสียหายให้กับท่อน้ำดีอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง เกิดพังผืดในท่อน้ำดี และนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้น เช่น นิ่วในถุงน้ำดี ท่อทางเดินน้ำดีอักเสบ ตับอักเสบเรื้อรัง และที่น่ากังวลที่สุดคือการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma) ซึ่งเป็นมะเร็งที่รักษาได้ยากและมีอัตราการเสียชีวิตสูง

ดังนั้น อาการปวดท้องเรื้อรัง ตัวเหลือง ตาเหลือง น้ำหนักลด อ่อนเพลีย ที่เกิดหลังจากนั้นนานเป็นเดือนหรือเป็นปี อาจเป็นสัญญาณเตือนจากพยาธิใบไม้ในตับที่กำลังสร้างปัญหาใหญ่ในร่างกายของเราอย่างเงียบๆ

แนวทางแก้ไขพฤติกรรมการบริโภคเพื่อการป้องกันโรคอย่างยั่งยืน

การป้องกันการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับนั้นทำได้ไม่ยาก แต่ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคที่ฝังรากลึกในสังคม ดังนี้

  • ปรุงอาหารให้สุกทั่วถึง: หลักการสำคัญที่สุดคือการรับประทานปลาที่ปรุงสุกด้วยความร้อนอย่างทั่วถึงเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการต้ม นึ่ง ย่าง หรือทอด ให้เนื้อปลาสุกจากภายในสู่ภายนอก ความร้อนจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยฆ่าตัวอ่อนพยาธิได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เลือกใช้วัตถุดิบที่ปลอดภัย: สำหรับเมนูลาบปลาดิบหรือก้อยปลาที่คุ้นเคย การใช้ปลาที่ผ่านการปรุงสุกแล้วมาทำแทน หรือเลือกใช้เนื้อสัตว์ชนิดอื่นที่ปรุงสุกแล้ว ก็เป็นอีกทางเลือกที่ปลอดภัยและยังคงรสชาติอร่อยตามแบบฉบับอาหารพื้นบ้าน
  • สร้างความรู้ความเข้าใจ: การรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง การส่งเสริมสุขอนามัยในการประกอบอาหาร การไม่ปล่อยสิ่งปฏิกูลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ และการตรวจคัดกรองพยาธิในกลุ่มเสี่ยง ก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อลดอุบัติการณ์ของโรคนี้ลงอย่างยั่งยืน

การดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากพยาธิใบไม้ในตับ ไม่ใช่เพียงแค่การเลือกกินอาหาร แต่คือการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวของตัวเราและคนที่เรารัก

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down