ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

พยาธิสรีรวิทยาและอาการแสดงทางคลินิกของโรคพิษสุนัขบ้า: จากบาดแผลสู่ระบบประสาทส่วนกลาง

โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสเฉียบพลันในระบบประสาทส่วนกลางที่มีอัตราการเสียชีวิตเกือบ 100% หากผู้ป่วยเริ่มแสดงอาการทางคลินิก การทำความเข้าใจเกี่ยวกับพยาธิสรีรวิทยาของการดำเนินโรคและการสังเกต อาการโรคพิษสุนัขบ้า จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในทางการแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยและการให้วัคซีนป้องกันภายหลังสัมผัสเชื้อ (Post-exposure prophylaxis: PEP) ได้อย่างทันท่วงที

1. กลไกพยาธิสรีรวิทยาและการเดินทางของเชื้อไวรัสเรบีส์

เชื้อไวรัสเรบีส์ (Rabies virus) เป็นไวรัสชนิด RNA สายเดี่ยวในตระกูล Rhabdoviridae ซึ่งเข้าสู่ร่างกายผ่านทางน้ำลายของสัตว์พาหะที่กัด ข่วน หรือเลียบริเวณผิวหนังที่มีบาดแผลเปิด กลไกการเดินทางของไวรัสแบ่งออกเป็นขั้นตอนทางพยาธิสรีรวิทยาที่ซับซ้อนดังนี้:

  • การเพิ่มจำนวนในระยะแรก (Local Replication): หลังจากเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล เชื้อจะทำการเพิ่มจำนวนในเซลล์กล้ามเนื้อโครงร่าง (Myocytes) บริเวณรอบบาดแผลในปริมาณเล็กน้อย
  • การจับกับตัวรับที่ปลายประสาท (Receptor Binding): เชื้อไวรัสจะเข้าสู่ระบบประสาทส่วนปลายผ่านทางรอยต่อระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ (Neuromuscular junction) โดยเข้าจับกับตัวรับเฉพาะ เช่น Nicotinic acetylcholine receptor (nAChR), Neural cell adhesion molecule (NCAM) หรือ p75 Neurotrophin receptor (p75NTR)
  • การเคลื่อนที่ย้อนศรทางเส้นประสาท (Retrograde Axonal Transport): เมื่อไวรัสเข้าสู่แกนประสาท (Axon) ของเส้นประสาทรับความรู้สึกหรือเส้นประสาทสั่งการแล้ว จะเคลื่อนที่ย้อนศรเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางโดยอาศัยโปรตีนนำส่งภายในเซลล์ที่เรียกว่า ไดนีน (Dynein motor proteins) เคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วประมาณ 50 ถึง 100 มิลลิเมตรต่อวัน
  • การแพร่กระจายในระบบประสาทส่วนกลาง (CNS Infection): ไวรัสจะเดินทางถึงปมประสาทรากบนของไขสันหลัง (Dorsal root ganglia) และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วเข้าสู่ไขสันหลังจนถึงสมอง ก่อให้เกิดภาวะสมองและไขสันหลังอักเสบเฉียบพลัน (Diffuse encephalomyelitis)
  • การแพร่กระจายออกสู่ส่วนปลาย (Centrifugal Spread): หลังจากไวรัสเพิ่มจำนวนอย่างหนาแน่นในระบบประสาทส่วนกลางแล้ว จะเดินทางสวนทิศทางกลับออกมาตามเส้นประสาทอัตโนมัติไปยังอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะต่อมน้ำลาย ผิวหนังบริเวณรูขุมขน และกระจกตา

2. ระยะฟักตัวของโรคและปัจจัยที่มีผลต่อความเร็วในการแสดงอาการ

ระยะฟักตัว (Incubation period) ของโรคพิษสุนัขบ้าในมนุษย์ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 1 ถึง 3 เดือน แต่อาจสั้นเพียงไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์หรือยาวนานกว่าหนึ่งปี ซึ่งความเร็วในการแสดง อาการโรคพิษสุนัขบ้า ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญหลายประการ:

  • ตำแหน่งของบาดแผล: บาดแผลที่อยู่ใกล้กับระบบประสาทส่วนกลางหรือสมอง เช่น บริเวณใบหน้า ศีรษะ และลำคอ จะมีระยะฟักตัวที่สั้นกว่าบาดแผลบริเวณปลายมือปลายเท้า เนื่องจากระยะทางที่ไวรัสต้องเดินทางผ่านการขนส่งย้อนศร (Retrograde transport) นั้นสั้นกว่ามาก
  • ปริมาณและความรุนแรงของเชื้อ (Inoculum size & Viral load): การได้รับน้ำลายในปริมาณมาก หรือจากแผลฉีกขาดขนาดใหญ่และลึก จะส่งผลให้ไวรัสเข้าสู่ร่างกายได้มากกว่า ทำให้ระยะฟักตัวสั้นลง
  • ลักษณะและจำนวนของบาดแผล: บาดแผลชนิดลึกและมีหลายตำแหน่ง (Multiple deep wounds) มีโอกาสที่ไวรัสจะสัมผัสกับปลายประสาทโดยตรงได้มากกว่าแผลตื้นหรือรอยข่วนเล็กน้อย
  • สถานะภูมิคุ้มกันของโฮสต์ (Host Immunity): ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องอาจไม่มีกลไกในการจำกัดการเพิ่มจำนวนของไวรัสในระยะแรก ส่งผลให้โรคดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

3. อาการในระยะนำและอาการเริ่มต้นที่ไม่เฉพาะเจาะจง

เมื่อสิ้นสุดระยะฟักตัว ผู้ป่วยจะเข้าสู่ "ระยะนำอาการ" (Prodromal phase) ซึ่งมักกินเวลาประมาณ 2 ถึง 10 วัน ในระยะนี้ อาการโรคพิษสุนัขบ้า จะมีความคล้ายคลึงกับโรคติดเชื้อไวรัสอื่นๆ ทำให้วินิจฉัยได้ยากหากไม่มีประวัติถูกสัตว์กัดชัดเจน:

  • อาการทั่วไปที่ไม่เฉพาะเจาะจง: ผู้ป่วยมักมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หนาวสั่น เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน และเจ็บคอ
  • อาการเฉพาะที่บริเวณบาดแผลเดิม: อาการแสดงที่สำคัญและมีความจำเพาะสูงต่อโรคนี้ (Pathognomonic sign) คือ อาการคันอย่างรุนแรง ปวดเสียว คล้ายมีมดไต่ หรือชา (Paresthesia) บริเวณรอบบาดแผลที่เคยถูกกัด แม้ว่าบาดแผลนั้นจะหายสนิทเป็นปกติแล้วก็ตาม อาการนี้เกิดจากการที่ไวรัสกำลังเพิ่มจำนวนและกระตุ้นปมประสาทรับความรู้สึกส่วนท้องถิ่น (Local sensory ganglion)

4. การเปรียบเทียบอาการแสดงทางคลินิก: ชนิดสมองอักเสบ กับ ชนิดอัมพาต

หลังจากระยะนำอาการ ผู้ป่วยจะเข้าสู่ระยะอาการทางระบบประสาทเฉียบพลัน ซึ่งสามารถจำแนกออกเป็น 2 รูปแบบหลักที่มีลักษณะอาการแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้:

หมายเหตุทางการแพทย์: ไม่ว่าผู้ป่วยจะมีอาการแสดงในรูปแบบใดก็ตาม เมื่อเข้าสู่ระยะแสดงอาการทางระบบประสาทแล้ว การดำเนินโรคจะรวดเร็วและนำไปสู่การเสียชีวิตภายในระยะเวลาอันสั้นจากการล้มเหลวของระบบหายใจและระบบไหลเวียนโลหิต
  • ชนิดสมองอักเสบหรือดุร้าย (Encephalitic or Furious Rabies):
    • อุบัติการณ์: พบได้บ่อยที่สุด ประมาณ 80% ของผู้ป่วยทั้งหมด
    • อาการเด่น: มีภาวะสับสน กระสับกระส่าย คุ้มคลั่ง ไวต่อสิ่งเร้าภายนอก เช่น แสง เสียง หรือการสัมผัส
    • ภาวะกลัวน้ำ (Hydrophobia) และกลัวลม (Aerophobia): เกิดจากการเกร็งตัวอย่างรุนแรงและเจ็บปวดของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืน (Pharyngeal spasm) และกล้ามเนื้อช่วยหายใจ เมื่อผู้ป่วยพยายามดื่มน้ำ หรือเมื่อมีลมพัดโดนใบหน้า ทำให้ปฏิเสธการดื่มน้ำและแสดงท่าทีหวาดกลัว
    • ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ: มีอาการน้ำลายไหลมากผิดปกติ (Hypersalivation) เหงื่อออกมาก รูม่านตาขยาย และหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • ชนิดอัมพาต (Paralytic or Dumb Rabies):
    • อุบัติการณ์: พบได้ประมาณ 20% ของผู้ป่วยทั้งหมด มักดำเนินโรคช้าและเงียบสงบกว่า
    • ลักษณะการอัมพาต: เริ่มมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อจากบริเวณใกล้เคียงกับบาดแผลที่ถูกกัด จากนั้นค่อยๆ ลุกลามไปทั่วร่างกายในลักษณะสมมาตรหรือไม่สมมาตร มีลักษณะทางคลินิกคล้ายคลึงกับกลุ่มอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลัน (Guillain-Barré syndrome)
    • การสิ้นสุดของโรค: ผู้ป่วยจะเกิดอาการอัมพาตของกล้ามเนื้อระบบทางเดินหายใจอย่างช้าๆ นำไปสู่ภาวะโคม่าและเสียชีวิตในที่สุด

โดยสรุป โรคพิษสุนัขบ้าเป็นภัยเงียบที่มีความรุนแรงสูง การตระหนักรู้ถึงพยาธิสรีรวิทยาที่รวดเร็วและการสังเกต อาการโรคพิษสุนัขบ้า ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะอาการคันหรือปวดเสียวบริเวณแผลเดิม จะช่วยให้ตระหนักถึงความสำคัญของการเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างทันท่วงที ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่จะช่วยรักษาชีวิตของผู้ที่สัมผัสเชื้อไว้ได้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down