ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจเรื่องการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด สองวิธีนี้ต่างกันอย่างไร

การตรวจการตั้งครรภ์ถือเป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังรอคอยสมาชิกใหม่ หรือผู้ที่ต้องการความชัดเจนเพื่อวางแผนสุขภาพและการดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง แม้ว่าชุดตรวจการตั้งครรภ์ทางปัสสาวะจะหาซื้อได้ง่ายและสะดวกสบาย แต่ในทางการแพทย์ การตรวจเลือดเพื่อหาฮอร์โมนการตั้งครรภ์ หรือที่เรียกว่าฮอร์โมน Human Chorionic Gonadotropin (hCG) ยังคงเป็นมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ที่มีความแม่นยำสูงและสามารถตรวจพบการตั้งครรภ์ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะถึงกำหนดรอบเดือนมาเสียอีก

หลายคนอาจจะยังสับสนว่าการตรวจเลือดหาการตั้งครรภ์นั้นมีกี่แบบ และแต่ละแบบมีความแตกต่างกันอย่างไร โดยทั่วไปแล้ว การตรวจเลือดเพื่อหาฮอร์โมน hCG จะแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่ การตรวจแบบ Qualitative และการตรวจแบบ Quantitative ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางคลินิกและวัตถุประสงค์ของผู้รับบริการ

ทำความรู้จักฮอร์โมน hCG กุญแจสำคัญของการตั้งครรภ์

ก่อนที่จะลงรายละเอียดถึงความแตกต่างของการตรวจทั้งสองแบบ จำเป็นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าฮอร์โมน hCG คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อร่างกาย ฮอร์โมน Human Chorionic Gonadotropin (hCG) เป็นฮอร์โมนไกลโคโปรตีนที่ถูกสร้างขึ้นโดยเซลล์ที่จะพัฒนาไปเป็นรก (Trophoblast) หลังจากที่ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้วฝังตัวลงบนผนังมดลูก โดยทั่วไป ร่างกายจะเริ่มผลิตฮอร์โมนนี้ออกมาในกระแสเลือดและปัสสาวะตั้งแต่วันที่ไข่ฝังตัว ซึ่งมักจะตรงกับช่วงประมาณหกถึงสิบวันหลังจากการปฏิสนธิ

ระดับฮอร์โมน hCG ในช่วงเริ่มต้นของการตั้งครรภ์จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยค่าความเข้มข้นจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกๆ สองวันหรือประมาณสี่สิบแปดถึงเจ็ดสิบสองชั่วโมงในช่วงไตรมาสแรก การติดตามการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนนี้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างยิ่งยวดที่ช่วยให้แพทย์ประเมินความสมบูรณ์ของการตั้งครรภ์ คาดคะเนอายุครรภ์ และวินิจฉัยภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดแบบ Qualitative คืออะไร

การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดแบบ Qualitative (Qualitative hCG Blood Test) คือ การตรวจเพื่อหาว่ามีฮอร์โมน hCG อยู่ในกระแสเลือดหรือไม่ โดยผลการตรวจจะออกมาเป็นคำตอบแบบชัดเจนสองทางเลือก คือ ผลบวก (Positive) หมายถึง มีการตั้งครรภ์ หรือผลลบ (Negative) หมายถึง ไม่มีการตั้งครรภ์ การทำงานของการตรวจวิธีนี้มีความคล้ายคลึงกับชุดตรวจครรภ์ทางปัสสาวะ แต่มีความไวต่อฮอร์โมนสูงกว่า เนื่องจากปริมาณฮอร์โมนในเลือดมีความเข้มข้นและปรากฏเร็วกว่าในปัสสาวะ

ข้อดีของการตรวจแบบ Qualitative คือ ความรวดเร็วในการทราบผล และมีค่าใช้จ่ายที่ย่อมเยากว่าการตรวจแบบวิเคราะห์ปริมาณ โดยแพทย์มักจะแนะนำให้ใช้การตรวจวิธีนี้ในกรณีที่ต้องการยืนยันผลการตั้งครรภ์อย่างรวดเร็ว หรือต้องการความมั่นใจมากกว่าการใช้ชุดตรวจปัสสาวะทั่วไป เช่น ผู้ที่มีรอบเดือนมาไม่ปกติ หรือผู้ที่มีอาการคล้ายคนตั้งครรภ์แต่ตรวจทางปัสสาวะแล้วยังได้ผลไม่ชัดเจน

การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดแบบ Quantitative คืออะไร

การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดแบบ Quantitative (Quantitative hCG Blood Test หรือที่นิยมเรียกว่า Beta-hCG) คือ การตรวจเชิงปริมาณเพื่อวัดระดับความเข้มข้นที่แน่นอนของฮอร์โมน hCG ในกระแสเลือด ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ใช่แค่การบอกว่าท้องหรือไม่ท้อง แต่จะออกมาเป็นตัวเลขที่ระบุปริมาณความเข้มข้นของฮอร์โมนอย่างแม่นยำ เช่น mIU/mL (Milli-International Units per Milliliter)

การตรวจวิธีนี้มีความสำคัญทางการแพทย์อย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะยืนยันการตั้งครรภ์แล้ว ยังช่วยให้แพทย์สามารถประเมินสิ่งต่างๆ ต่อไปนี้ได้อย่างแม่นยำ

  • ประเมินอายุครรภ์เบื้องต้นจากค่าความเข้มข้นของฮอร์โมนในช่วงสัปดาห์แรกๆ
  • ติดตามความก้าวหน้าและความสมบูรณ์ของการตั้งครรภ์ โดยการตรวจซ้ำเพื่อดูว่าระดับฮอร์โมนเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ปกติหรือไม่
  • ช่วยวินิจฉัยและเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะแท้งคุกคาม ภาวะการตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) หรือโรคทางรกอื่นๆ
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากคุณมีประวัติการแท้งบุตรมาก่อน มีอาการปวดท้องน้อยผิดปกติร่วมกับเลือดออกกะปริดกะปรอย หรือสงสัยว่าอาจเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูก แพทย์มักจะเลือกใช้การตรวจแบบ Quantitative ร่วมกับการอัลตราซาวนด์ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคุณแม่

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Qualitative และ Quantitative

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนและสามารถนำไปประกอบการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น สามารถสรุปจุดเด่นและความแตกต่างที่สำคัญของการตรวจเลือดทั้งสองรูปแบบได้ดังนี้

  • ลักษณะของผลการตรวจ: แบบ Qualitative ให้ผลลัพธ์เป็นสถานะว่ามีหรือไม่มีฮอร์โมน (ใช่หรือไม่ใช่) ส่วนแบบ Quantitative ให้ผลลัพธ์เป็นตัวเลขบอกปริมาณความเข้มข้นของฮอร์โมน
  • ความละเอียดและการนำไปใช้: แบบ Qualitative เหมาะกับการยืนยันการตั้งครรภ์เบื้องต้น ส่วนแบบ Quantitative เหมาะกับการติดตามทางการแพทย์ การประเมินอายุครรภ์ และการวินิจฉัยภาวะแทรกซ้อน
  • ค่าใช้จ่ายและเวลาในการรอผล: โดยทั่วไปการตรวจแบบ Qualitative มีขั้นตอนที่ง่ายกว่าและมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการตรวจแบบ Quantitative ที่ต้องใช้เครื่องมือวิเคราะห์เชิงลึกในห้องปฏิบัติการ

ควรเลือกตรวจแบบไหนดี ระหว่าง Qualitative กับ Quantitative

การเลือกว่าควรตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดแบบใด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และคำแนะนำของแพทย์ผู้รักษาเป็นหลัก โดยมีแนวทางในการพิจารณาง่ายๆ ดังนี้

  • เลือกตรวจแบบ Qualitative เมื่อ: คุณต้องการทราบผลการตั้งครรภ์อย่างรวดเร็วและแม่นยำกว่าการตรวจปัสสาวะ ต้องการยืนยันการตั้งครรภ์เบื้องต้นก่อนเข้ารับบริการฝากครรภ์ หรือต้องการความมั่นใจในกรณีที่ชุดตรวจปัสสาวะให้ผลกึ่งชัดเจนกึ่งไม่ชัดเจน
  • เลือกตรวจแบบ Quantitative เมื่อ: คุณมีประวัติสุขภาพที่มีความเสี่ยง มีอาการผิดปกติเช่นปวดท้องหรือเลือดออกระหว่างตั้งครรภ์ แพทย์ต้องการติดตามการเจริญเติบโตของครรภ์ หรือต้องการประเมินความผิดปกติในระยะแรกของการตั้งครรภ์
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ไม่ว่าจะเลือกการตรวจแบบใด หากผลการตรวจยืนยันว่ามีการตั้งครรภ์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการรีบไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อฝากครรภ์และรับการตรวจอัลตราซาวนด์ยืนยันตำแหน่งการฝังตัวของตัวอ่อน เพื่อสุขภาพที่ดีทั้งของคุณแม่และทารกในครรภ์

สัญญาณเตือนอันตรายและอาการผิดปกติที่ต้องพบแพทย์ทันที

ในช่วงเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ หากคุณตรวจพบว่าตั้งครรภ์แล้ว ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลโดยด่วน

  • มีอาการปวดท้องน้อยรุนแรงหรือปวดเฉียบพลัน โดยเฉพาะปวดร้าวไปที่หัวไหล่
  • มีเลือดออกทางช่องคลอด ไม่ว่าจะมีอาการปวดท้องร่วมด้วยหรือไม่ก็ตาม
  • มีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง หน้ามืด เป็นลม หรือความดันโลหิตต่ำ
  • มีไข้สูงหนาวสั่น หรือมีตกขาวผิดปกติที่มีกลิ่นเหม็นรุนแรง

วิธีดูแลสุขภาพและการปฏิบัติตัวหลังทราบผลการตั้งครรภ์

เมื่อผลการตรวจเลือดืนยันการตั้งครรภ์อย่างชัดเจนแล้ว การดูแลสุขภาพในช่วงไตรมาสแรกถือเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันความผิดพลาดและส่งเสริมพัฒนาการของทารก แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ประกอบด้วย

  • รีบไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อฝากครรภ์และรับวิตามินบำรุง เช่น กรดโฟลิก (Folic Acid) ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันความพิการทางสมองและไขสันหลังของทารก
  • งดการสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการใช้สารเสพติดทุกชนิด รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน 5 หมู่ เน้นอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ และดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงกระแทกสูง หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down