ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจเรื่องการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือด ทำไมจึงมีความสำคัญและแม่นยำสูง

การวางแผนครอบครัวและการเริ่มต้นตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิตผู้หญิงทุกคน เมื่อประจำเดือนขาดหายไปหรือสงสัยว่าตนเองอาจกำลังตั้งครรภ์ การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ที่แม่นยำจึงเป็นสิ่งแรกที่แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์แนะนำ การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยตนเองผ่านปัสสาวะ (Urine Pregnancy Test) เป็นวิธีเบื้องต้นที่สะดวกและรวดเร็ว แต่ในทางการแพทย์แล้ว การตรวจเลือดเพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ถือเป็นมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ที่ให้ความแม่นยำสูงและสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกมากกว่าการตรวจปัสสาวะอย่างเห็นได้ชัด

การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดอาศัยหลักการตรวจวัดระดับฮอร์โมนที่มีชื่อว่า ฮอร์โมนเอชซีจี (Human Chorionic Gonadotropin หรือ hCG) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ถูกสร้างขึ้นโดยรก (Placenta) ทันทีที่มีการฝังตัวของตัวอ่อน (Embryo Implantation) ในโพรงมดลูก ฮอร์โมนนี้จะเริ่มเข้าสู่กระแสเลือดและปัสสาวะของผู้ตั้งครรภ์ โดยระดับของฮอร์โมน hCG จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ เพิ่มขึ้นเท่าตัวทุกๆ สองถึงสามวัน การตรวจเลือดจึงสามารถตรวจพบการตั้งครรภ์ได้ตั้งแต่ก่อนกำหนดประจำเดือนมา (Missed Period) ประมาณสองถึงสามวัน ซึ่งเร็วกว่าการตรวจด้วยปัสสาวะทั่วไป

ในทางการแพทย์ การตรวจเลือดเพื่อหาฮอร์โมน hCG ถูกแบ่งออกเป็นสองรูปแบบหลัก ได้แก่ การตรวจแบบเชิงคุณภาพ (Qualitative hCG Blood Test) และการตรวจแบบเชิงปริมาณ (Quantitative hCG Blood Test หรือ Beta-hCG Test) ซึ่งทั้งสองแบบมีความแตกต่างกันทั้งในแง่ของวัตถุประสงค์การตรวจ ความละเอียดของผลลัพธ์ และสถานการณ์ที่เหมาะสมในการเลือกใช้

ทำความรู้จักการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดแบบ Qualitative

การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดแบบ Qualitative หรือการตรวจเชิงคุณภาพ คือการตรวจเพื่อหาว่ามีฮอร์โมนเอชซีจีอยู่ในกระแสเลือดหรือไม่ โดยผลลัพธ์ที่จะได้รับจากการตรวจประเภทนี้จะมีเพียงสองสถานะเท่านั้น คือ ผลบวก (Positive) ซึ่งหมายถึงมีการตั้งครรภ์ หรือผลลบ (Negative) ซึ่งหมายถึงไม่มีการตั้งครรภ์ หลักการทำงานมีความคล้ายคลึงกับการใช้ชุดตรวจครรภ์ทางปัสสาวะ แต่มีความไวต่อฮอร์โมนสูงกว่า เนื่องจากใช้ตัวอย่างเลือดที่มีความเข้มข้นของฮอร์โมนที่ชัดเจนกว่า

ข้อดีของการตรวจแบบ Qualitative คือความรวดเร็วในการทราบผล และมีค่าใช้จ่ายที่ย่อมเยากว่าการตรวจแบบเชิงปริมาณ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทราบผลการตั้งครรภ์อย่างรวดเร็วและชัดเจน เช่น ผู้ที่ต้องการยืนยันผลการตรวจปัสสาวะที่ยังไม่แน่ใจ หรือผู้ที่ต้องการตรวจคัดกรองเบื้องต้นก่อนเข้ารับการรักษาทางการแพทย์บางประเภทที่อาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์

คำแนะนำจากคุณหมอ: แม้การตรวจแบบ Qualitative จะบอกได้ว่าท้องหรือไม่ท้อง แต่จะไม่สามารถบอกได้ว่าตัวอ่อนมีอายุครรภ์เท่าไหร่ หรือครรภ์นั้นมีความสมบูรณ์เพียงใด ดังนั้น หากผลตรวจเป็นบวก แพทย์มักจะแนะนำให้ทำการอัลตราซาวนด์หรือตรวจเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ทำความรู้จักการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดแบบ Quantitative

การตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดแบบ Quantitative หรือที่นิยมเรียกว่า Beta-hCG Test คือการตรวจวัดระดับปริมาณความเข้มข้นของฮอร์โมนเอชซีจีในกระแสเลือดออกมาเป็นตัวเลขที่แน่นอน (ระบุเป็นหน่วยมิลลิอินเตอร์เนชันแนลยูนิตต่อมิลลิลิตร หรือ mIU/mL) การตรวจวิธีนี้มีความละเอียดและให้ข้อมูลเชิงลึกทางการแพทย์อย่างมหาศาล เนื่องจากระดับของฮอร์โมน hCG ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงสามารถสะท้อนสุขภาพและความผิดปกติของการตั้งครรภ์ได้

แพทย์มักจะใช้การตรวจแบบ Quantitative ในสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนทางการแพทย์ หรือเมื่อต้องการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เช่น การวินิจฉัยภาวะแท้งคุกคาม (Threatened Abortion) การตรวจติดตามภาวะการตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) การประเมินอายุครรภ์ในระยะแรกที่ยังไม่สามารถมองเห็นถุงการตั้งครรภ์จากการอัลตราซาวนด์ได้ รวมถึงการติดตามผลหลังการรักษาโรคเนื้องอกรก (Gestational Trophoblastic Disease)

ความแตกต่างระหว่าง Qualitative กับ Quantitative ในทุกมิติ

เพื่อให้เข้าใจภาพรวมและสามารถตัดสินใจเลือกรับการตรวจได้อย่างถูกต้อง สามารถเปรียบเทียบความแตกต่างสำคัญระหว่างการตรวจทั้งสองแบบได้ดังนี้

  • รูปแบบของผลลัพธ์: แบบ Qualitative ให้ผลลัพธ์แบบใช่หรือไม่ใช่ (Positive / Negative) ในขณะที่แบบ Quantitative ให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นตัวเลขความเข้มข้นของฮอร์โมนที่แม่นยำ
  • ความละเอียดเชิงการแพทย์: แบบ Quantitative มีความซับซ้อนและให้ข้อมูลเชิงลึกมากกว่า สามารถนำค่าที่ได้มาเปรียบเทียบซ้ำในอีกสองถึงสามวันถัดไปเพื่อดูอัตราการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมน
  • วัตถุประสงค์ในการใช้งาน: แบบ Qualitative ใช้เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ทั่วไป ส่วนแบบ Quantitative ใช้สำหรับวินิจฉัยภาวะเสี่ยง ติดตามความผิดปกติ และประเมินอายุครรภ์ระยะเริ่มต้น
  • ค่าใช้จ่ายและระยะเวลา: แบบ Qualitative มีราคาประหยัดกว่าและใช้เวลาตรวจวิเคราะห์สั้นกว่าเล็กน้อย ส่วนแบบ Quantitative มีกระบวนการทางห้องปฏิบัติการที่ซับซ้อนกว่า จึงมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า

สัญญาณเตือนอันตรายและภาวะแทรกซ้อนที่ต้องพบแพทย์ทันที

ในระหว่างตั้งครรภ์ระยะแรก หากผู้ป่วยหรือคุณแม่ตั้งครรภ์มีอาการผิดบางประการร่วมด้วย แม้จะทราบผลการตรวจเลือดแล้วก็ตาม จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์โดยด่วน เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

  • มีอาการปวดท้องน้อยอย่างรุนแรง โดยเฉพาะปวดร้าวไปที่หัวไหล่หรือด้านใดด้านหนึ่งของอุ้งเชิงกราน
  • มีเลือดออกทางช่องคลอดกะปริบกะปรอย หรือมีเลือดออกเป็นลิ่มเลือดร่วมกับอาการปวดท้อง
  • มีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง หน้ามืด เป็นลม หรือมีความดันโลหิตต่ำผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากการตกเลือดภายในจากภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก
  • ระดับฮอร์โมน hCG จากการตรวจแบบ Quantitative ไม่เพิ่มขึ้นตามเกณฑ์มาตรฐาน หรือมีค่าลดลงอย่างต่อเนื่อง
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) เป็นภาวะฉุกเฉินทางสูตินรีเวชที่หากปล่อยไว้จนท่อนำไข่แตก อาจทำให้เกิดการตกเลือดในช่องท้องและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ หากมีอาการปวดท้องร่วมกับเลือดออกผิดปกติในระยะแรกของการตั้งครรภ์ ห้ามรอจนถึงวันนัดเดิมเด็ดขาด ต้องพบแพทย์ทันที

วิธีเลือกตรวจและการดูแลตนเองเมื่อทราบผล

การเลือกตรวจการตั้งครรภ์ด้วยเลือดแบบใดนั้น ขึ้นอยู่กับบริบทและคำแนะนำของแพทย์ผู้รักษาเป็นหลัก หากท่านต้องการเพียงแค่ความมั่นใจว่าตั้งครรภ์หรือไม่หลังจากประจำเดือนขาด การตรวจแบบ Qualitative ก็เพียงพอและประหยัดค่าใช้จ่าย แต่หากท่านมีประวัติมีบุตรยาก เคยมีประวัติแท้งบุตร มีอาการปวดท้องผิดปกติ หรือแพทย์ต้องการติดตามอัตราการเจริญเติบโตของตัวอ่อน การตรวจแบบ Quantitative คือคำตอบที่ดีที่สุด

เมื่อทราบผลการตั้งครรภ์ที่ชัดเจนแล้ว สิ่งสำคัญคือการฝากครรภ์โดยเร็วที่สุด (Early Antenatal Care) เพื่อรับคำแนะนำด้านโภชนาการ การรับประทานวิตามินกรดโฟลิก (Folic Acid) เพื่อป้องกันความพิการแต่กำเนิดของระบบประสาททารก รวมถึงการงดเว้นพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการใช้ยาที่ไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

สรุปคำแนะนำสำหรับคุณแม่: การตรวจเลือดหาฮอร์โมนการตั้งครรภ์ไม่ว่าจะเป็นแบบ Qualitative หรือ Quantitative ต่างก็มีความแม่นยำสูงกว่าการตรวจปัสสาวะ การเลือกตรวจควรปรึกษาแพทย์สูตินรีแพทย์เพื่อให้เหมาะสมกับอาการและวัตถุประสงค์ เพื่อการดูแลสุขภาพครรภ์ตั้งแต่เริ่มต้นอย่างปลอดภัยที่สุด
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down