ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

"เจ็บคอ ไข้สูง กลืนลำบาก" เมื่ออาการป่วยของลูกรักอาจไม่ได้มาจากไข้หวัดธรรมดา

ในฐานะแพทย์กุมารเวชศาสตร์ คำถามยอดฮิตที่คุณพ่อคุณแม่มักถามหมอในห้องตรวจเสมอเมื่อลูกมีไข้สูงและบ่นเจ็บคอคือคำถามเกี่ยวกับสาเหตุของโรคและวิธีการป้องกันไม่ให้สมาชิกคนอื่นในบ้านติดเชื้อตามไปด้วย คำตอบส่วนใหญ่มักซ่อนอยู่เบื้องหลังการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Streptococcus pyogenes หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ เชื้อแบคทีเรียกลุ่มเอ (Group A Streptococcus) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของคออักเสบและทอนซิลอักเสบเป็นหนองในเด็ก

การแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่โรงเรียนหรือสนามเด็กเล่นเท่านั้น แต่ "บ้าน" ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัยที่สุด กลับเป็นแหล่งส่งต่อเชื้อที่สำคัญผ่านพฤติกรรมการแสดงความรักและการใช้ชีวิตประจำวันร่วมกันโดยที่หลายครอบครัวไม่ทันระวังตัว

พฤติกรรมเสี่ยงภายในบ้านที่เอื้อต่อการแพร่เชื้อในระบบทางเดินหายใจ

เชื้อ Streptococcus pyogenes อาศัยอยู่บริเวณลำคอ ช่องปาก และผิวหนังของผู้ป่วย การแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรียภายในบ้านเกิดขึ้นได้ง่ายผ่านฝอยละอองขนาดใหญ่ (Respiratory droplets) จากการไอ จาม หรือแม้กระทั่งการพูดคุยในระยะใกล้ชิด นอกเหนือจากทางเดินหายใจแล้ว พฤติกรรมการสัมผัสโดยตรงและทางอ้อมเป็นตัวการสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ ดังนี้

  • การกอด หอม และจูบ: การแสดงความรักต่อลูกน้อยด้วยการจูบ โดยเฉพาะการจูบสัมผัสบริเวณปากหรือแก้ม เป็นการส่งต่อเชื้อแบคทีเรียและน้ำลายที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าสู่ทางเดินหายใจของเด็กโดยตรง
  • การใช้ภาชนะและอุปกรณ์รับประทานอาหารร่วมกัน: การป้อนอาหารโดยใช้ช้อนคันเดียวกัน การใช้แก้วน้ำร่วมกัน หรือแม้แต่การเป่าอาหารร้อนๆ ให้ลูก ล้วนทำให้เชื้อจากช่องปากของผู้อื่นปนเปื้อนลงในอาหารและเข้าสู่ร่างกายของเด็กได้ง่าย
  • การใช้ของส่วนตัวร่วมกัน: เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว หรือแปรงสีฟันที่วางใกล้กันจนหัวแปรงสัมผัสกัน ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียชั้นดี

อัตราการติดต่อสู่คนในครอบครัว (Attack Rate) ที่สูงจนน่าตกใจ

"เมื่อมีสมาชิกในบ้านคนหนึ่งเริ่มมีอาการคออักเสบจากเชื้อแบคทีเรียกลุ่มเอ โอกาสที่สมาชิกคนอื่นในบ้านจะได้รับเชื้อและป่วยตามนั้นมีสูงมากอย่างมีนัยสำคัญทางคลินิก"

จากข้อมูลทางการแพทย์พบว่า อัตราการติดต่อสู่คนในครอบครัว (Secondary Attack Rate) ของเชื้อ Streptococcus pyogenes ในผู้สัมผัสใกล้ชิดที่อาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน มีตัวเลขสูงถึงร้อยละ 25 ถึง 40 นั่นหมายความว่า หากลูกคนโตป่วยเป็นไข้หวัดจากเชื้อกลุ่มเอ สมาชิกคนอื่นในบ้านเกือบครึ่งหนึ่งมีโอกาสสูงมากที่จะติดเชื้อตามไปด้วย

ปัจจัยที่ทำให้อัตราการแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรียในบ้านสูงขนาดนี้ มาจากการสัมผัสใกล้ชิดเป็นระยะเวลานาน (Prolonged close contact) ประกอบกับการที่ผู้ติดเชื้อบางรายอาจไม่มีอาการแสดงเด่นชัด (Asymptomatic carrier) แต่สามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกันในบ้าน

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขอนามัยเพื่อปกป้องสมาชิกกลุ่มเปราะบาง

การป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุดเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากในครอบครัวมีกลุ่มเปราะบาง เช่น ทารกแรกเกิด ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวที่มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งหากติดเชื้ออาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ไข้รูมาติก (Rheumatic fever) หรือโรคไตอักเสบเฉียบพลัน (Glomerulonephritis)

  • สร้างวินัยการล้างมือ: สอนให้ทุกคนในบ้านล้างมือด้วยน้ำและสบู่เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้เจลแอลกอฮอล์เข้มข้น 70% ขึ้นไป ทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ และหลังไอหรือจาม
  • แยกสำรับอาหารและของใช้ส่วนตัวอย่างเด็ดขาด: งดการใช้ช้อน แก้วน้ำ หรือผ้าเช็ดตัวร่วมกันโดยเด็ดขาด แนะนำให้ใช้ช้อนกลางส่วนตัวในการตักอาหาร
  • แสดงความรักด้วยวิธีที่ปลอดภัย: ในช่วงที่มีการระบาดของโรคทางเดินหายใจ หรือเมื่อมีคนในบ้านเริ่มมีอาการเจ็บคอ ควรงดการหอมแก้มหรือจูบปากเด็กเล็ก เปลี่ยนเป็นการสบตา โอบกอดหลวมๆ หรือการแสดงความรักผ่านคำพูดแทน
  • การแยกกักตัวผู้ป่วยอย่างเหมาะสม: หากพบสมาชิกในบ้านมีอาการเจ็บคอ มีไข้ ควรให้แยกห้องนอน และสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง

มาตรการทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสร่วมเพื่อสกัดกั้นเชื้อ

นอกจากตัวบุคคลแล้ว สิ่งแวดล้อมรอบตัวก็เป็นแหล่งพักพิงของเชื้อโรค เชื้อ Streptococcus pyogenes สามารถมีชีวิตอยู่บนพื้นผิวแห้งๆ ได้นานหลายชั่วโมงจนถึงหลายวัน การทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสร่วม (High-touch surfaces) จึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรีย

  • ของเล่นเด็ก: เนื่องจากเด็กมักนำของเล่นเข้าปากหรือสัมผัสแล้วมาจับใบหน้า ควรทำความสะอาดของเล่นพลาสติกด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างขวดนมเด็ก จากนั้นผึ่งให้แห้งสนิท ส่วนของเล่นที่เป็นผ้าควรนำไปซักด้วยน้ำร้อนและตากแดดจัด
  • ลูกบิดประตูและสวิตช์ไฟ: เป็นจุดที่มีการหมุนเวียนสัมผัสมากที่สุดในบ้าน ควรเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 70% หรือน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมอย่างน้อยวันละครั้ง
  • โต๊ะอาหารและเก้าอี้ทานข้าวเด็ก: ควรเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์หรือน้ำยาฆ่าเชื้อที่ปลอดภัยสำหรับเด็กก่อนและหลังการใช้งานทุกครั้ง

การดูแลสุขภาพของคนในบ้านไม่ใช่เพียงแค่การรักษาเมื่อยามเจ็บป่วย แต่คือการสร้างเกราะป้องกันทางสุขอนามัยตั้งแต่เนิ่นๆ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในวันนี้ สามารถช่วยปกป้องคนที่รักที่สุดจากภัยเงียบที่มองไม่เห็นได้อย่างยั่งยืน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down