ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อความซนเกินพิกัดกลายเป็นความกังวลใจของพ่อแม่

เสียงฝีเท้าวิ่งตึกๆ ตลอดทั้งวัน ของเล่นที่กระจัดกระจาย และเสียงร้องห้ามที่ดูเหมือนจะส่งไปไม่ถึงหูของลูกน้อย คือภาพจำลองสถานการณ์ในบ้านที่มีเด็กวัยเตาะแตะ หลายครอบครัวอาจรู้สึกเหนื่อยล้าจนเริ่มตั้งคำถามว่า พฤติกรรมเหล่านี้นั้นยังถือเป็นธรรมชาติของเด็กวัยซน หรือแท้จริงแล้วลูกกำลังเผชิญกับภาวะสมาธิสั้น การแยกแยะความซนตามธรรมชาติออกจากโรคสมาธิสั้นในเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง เนื่องจากสมองและพฤติกรรมของเด็กวัยนี้ยังอยู่ในช่วงพัฒนาการอย่างรวดเร็ว

1. ความแตกต่างของเกณฑ์วินิจฉัยตามมาตรฐาน DSM-5 สำหรับเด็กวัยก่อนเรียน

การประเมินเด็กเล็กตามมาตรฐานคู่มือการวินิจฉัยและสถิติสำหรับโรคทางจิตเวช (DSM-5) มีความซับซ้อนและแตกต่างจากเด็กวัยเรียนอย่างมาก เกณฑ์วินิจฉัยโรคสมาธิสั้นในเด็กเล็ก จะต้องอาศัยการพิจารณาพฤติกรรมที่รุนแรงและแสดงออกบ่อยครั้งกว่าเด็กคนอื่นในกลุ่มอายุและระดับพัฒนาการเดียวกันอย่างชัดเจน

ในเด็กวัยก่อนเรียน (Preschoolers) อาการเด่นที่มักพบคือ ความซนและหุนหันพลันแล่น มากกว่าอาการขาดสมาธิ เนื่องจากธรรมชาติของเด็กวัย 2-4 ปี จะยังมีช่วงความสนใจที่สั้นอยู่แล้ว แพทย์จึงต้องวิเคราะห์อย่างรอบคอบว่า พฤติกรรมที่เกิดขึ้นนั้นเกินขอบเขตพฤติกรรมปกติของเด็กวัยเดียวกันไปมากน้อยเพียงใด โดยจะไม่รีบด่วนสรุปเพียงเพราะลูกไม่ยอมนั่งนิ่งๆ ในขณะฟังนิทานสั้นๆ

2. กลุ่มอาการหลักที่ต้องพบจริงในชีวิตประจำวันอย่างน้อย 2 สถานที่ขึ้นไป

ตามเกณฑ์การแพทย์ พฤติกรรมที่เข้าข่ายสมาธิสั้นจะต้องไม่ใช่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นเฉพาะช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง หรือเกิดขึ้นเฉพาะกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น แต่จะต้องปรากฏเด่นชัดในอย่างน้อย 2 สถานที่ขึ้นไปในชีวิตประจำวันของเด็ก เช่น

  • ที่บ้าน: เด็กไม่สามารถนั่งรับประทานอาหารได้เลย วิ่งพล่านตลอดเวลา ปีนป่ายสิ่งของที่เป็นอันตรายโดยไม่เกรงกลัว แม้จะตักเตือนซ้ำๆ ก็ตาม
  • ที่โรงเรียนเตรียมอนุบาลหรือสนามเด็กเล่น: เด็กไม่สามารถร่วมกิจกรรมกลุ่มได้เลย มักเดินออกจากแถว เล่นแรงกับเพื่อนอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือไม่สามารถรอคอยคิวเล่นของเล่นได้

หากเด็กมีพฤติกรรมซนเฉพาะเวลาอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ที่บ้าน แต่เมื่อไปโรงเรียนเตรียมอนุบาลกลับสามารถนั่งฟังคุณครูและทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนได้เป็นอย่างดี กรณีเช่นนี้อาจเกิดจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม การเลี้ยงดู หรือการปรับตัวของเด็กเอง มากกว่าที่จะเกิดจากภาวะสมองบกพร่องทางเคมีของโรคสมาธิสั้น

3. ระยะเวลาของอาการที่แสดงออกและผลกระทบต่อพัฒนาการขั้นพื้นฐาน

ปัจจัยสำคัญอีกประการในการประเมินคือ มิติของเวลาและผลกระทบ อาการที่เข้าข่ายสมาธิสั้นจะต้องแสดงออกอย่างต่อเนื่องยาวนานไม่น้อยกว่า 6 เดือน และที่สำคัญที่สุดคือ พฤติกรรมเหล่านั้นจะต้องส่งผลกระทบเชิงลบต่อพัฒนาการขั้นพื้นฐานและการดำเนินชีวิตประจำวันของเด็กอย่างชัดเจน

ความซนตามธรรมชาติจะส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการ แต่ความซนจากภาวะสมาธิสั้นมักจะขัดขวางพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก

ผลกระทบที่แพทย์มักนำมาพิจารณา ได้แก่ การที่เด็กไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันขั้นพื้นฐานได้สำเร็จ พัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารล่าช้าเนื่องจากไม่มีสมาธิในการฟังและโต้ตอบ มีปัญหาในการเข้าสังคมกับเพื่อนวัยเดียวกัน หรือมักจะประสบอุบัติเหตุบ่อยครั้งจากการขาดความยับยั้งชั่งใจและประเมินอันตรายไม่ได้

4. ความจำเป็นในการส่งตรวจโดยแพทย์เฉพาะทางเพื่อป้องกันการวินิจฉัยที่คลาดเคลื่อน

เนื่องจากการประเมิน เกณฑ์วินิจฉัยโรคสมาธิสั้นในเด็กเล็ก มีความคาบเกี่ยวสูงกับภาวะอื่นๆ การพึ่งพาเพียงแบบประเมินออนไลน์หรือความรู้สึกส่วนตัวจึงอาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนได้ง่าย มีหลายโรคและหลายภาวะที่มีอาการแสดงคล้ายคลึงกับโรคสมาธิสั้น เช่น

  • ภาวะพัฒนาการล่าช้าทางด้านภาษาและการสื่อสาร
  • ปัญหาการประมวลผลทางประสาทสัมผัส (Sensory Processing Disorder)
  • ภาวะวิตกกังวลหรือความเครียดจากการปรับตัวในครอบครัว
  • ปัญหาทางกายภาพ เช่น ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ หรือการนอนกรนที่ส่งผลต่อคุณภาพการนอน

การพาลูกเข้ารับการตรวจโดยกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านพัฒนาการและพฤติกรรม หรือจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น จึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุด แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด สังเกตพฤติกรรมขณะตรวจ และประสานงานขอข้อมูลพฤติกรรมจากทางโรงเรียน เพื่อประเมินอย่างรอบด้านและวางแผนการช่วยเหลือที่เหมาะสม ซึ่งการตรวจพบและได้รับความช่วยเหลืออย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยปรับเปลี่ยนโครงสร้างสมองและพฤติกรรมของลูกน้อยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและมีความสุข

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down